วันที่ 2 ยินดีที่ได้รู้จักนะเพื่อนใหม่ (17พฤษภาคม 2559)

วันนี้วันที่ 2 เริ่มต้นด้วยการปฐมนิเทศ เพื่อนจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน คณะเดียวกัน แต่คนละสาขามาแล้ว เพื่อนใหม่มาแล้ว ยินดีที่ได้รู้จักนะ แอน แวว มอส และแอล รวมกับพวกเราอีก 3 คน ก็เป็น 7 คน เช้านี้ผอ. มาปฐมนิเทศเรื่องต่างๆที่เราควรจะทราบและปฎิบัติ ทางโรงเรียนบ้านเจดีย์แม่ครัวจะเน้นในเรื่องของจิตอาสาของนักศึกษา ทางโรงเรียนอยากให้เรามาช่วยพัฒนาโรงเรียนของเขา ได้เลยค่ะหนูจะช่วยสุดความสามารถ(คิดในใจแต่ไม่ได้ตอบ ทำหน้ายิ้มอย่างเดียว555)



ทางครูฝ่ายวิชาการก็มาประชุมด้วย ครูแต่ละท่านก็เสนอว่าเราจะต้องมีการแบ่งนักศึกษาเป็นครูเวรประจำวันรับนักเรียนตอนเช้า พูดหน้าเสาธง เวรอาหารกลางวัน ทำงานห้องธุรการ และงานอีกหลายๆอย่างของโรงเรียนเพื่อที่จะให้เราได้รู้ถึงการทำงานต่างๆของโรงเรียน ครูบอกเราเสมอว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกครูให้ทำเพราะอยากให้พวกเราได้รับประสบการณ์ เพื่อให้นำไปใช้ได้ในอนาคต หนุเข้าใจตรงนี้ และไม่เกี่ยงงานที่ครูแต่ละท่านจะมอบให้ ขอบคุณสำหรับโอกาสและประสบการณ์นะค่ะ จะทำมันให้เต็มที่ คุยถึงแค่รายละเอียดแต่ยังไม่ได้รายชื่อว่าใครเป็นครูเวรประจำวันวันไหน เพราะคุยกันนานมากแล้ว เดี๋ยวนัดกันประชุมอีกทีบ่ายสามโมงต่อ ตอนนี้เลยคาบสอนฉันแล้ว ฉันสอน 8.30-9.30 น. ตอนนี้ก็เวลา 9.32 น ทำงานช่วยครูต่อถ่ายเอกสารบ้าง พิมพ์งานบ้างตัวเป็นเกรียวเลยคราวนี้ เดินไปๆมาๆ ห้องธุรการพิมพ์งานถ่ายเอกสาร ฉันคิดว่าช่วยๆกัน ถ้าช่วยได้ฉันก็จะช่วย


บ่ายวันนี้มีสอนสังคมศึกษา สาระพระพุทธศาสนา ฉันสอนเรื่องความสำคัญของศาสนา กิจกรรมกลุ่มครั้งนี้ถือว่าไม่ค่อยน่าสนใจ คงจะต้องได้เปลี่ยนกิจกรรมรูปแบบใหม่ ปรับไปเรื่อยๆ ปรับให้เหมาะกับเด็ก นี่ก็เป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่ท้าทาย สังคมเสร็จก็ต่อด้วยคณิตศาสตร์ รีบเดินลงมาสอนห้องข้างล่างต่อ เด็กน่ารักมาก ให้เขาออกมาทำกิจกรรม ถามคำถามเด็กสนใจและช่วยกันตอบ แต่ห้องนี้ค่อนข้างเสียงดัง ฉันเลยบอกว่า “ถ้าใครเสียงดัง ให้ออกมาสอนแทนครู” เด็กก็จะเงียบเพราะกลัวได้ออกมา พอสักพักก็ดังอีก ตามประสาเด็กเพราะเขาก็ไม่ชอบอยู่นิ่งๆ อยู่เฉยๆ แต่เราจะต้องหาวิธีการอีกมากมายที่จะมาควบคุมเด็กพวกนี้ให้ได้ ค่อยๆเรียนรู้ไป มันเป็นไปไม่ได้เราไม่ได้เก่งขนาดที่จะปรับปรุงอะไรได้ในวันสองวัน ทุกสิ่งล้วนต้องใช้เวลาและความพยายาม

ฉันชอบคำสอนของครูคนหนึ่ง ครูบอกว่า “ให้คิดว่าสิ่งที่เราทำเป็นบุญเราจะไม่เหนื่อย ถ้าเราคิดว่าเราเหนื่อยแสดงว่าเรากำลังปฏิบัติหน้าที่”อาจจะออกแนวธรรมมะบ้าง แต่ฉันชอบนะถ้าเราคิดว่าสิ่งที่ทำนั้นเกิดผลดีเราจะไม่เหนื่อย เราจะมีความสุขอยู่กับมัน แต่ถ้าเราว่าเราเหนื่อยก็แสดงว่าเรากำลังสั่งตัวเองให้ทำอยู่ เรากำลังคิดว่าเราปฏิบัติหน้าที่ คิดเช่นนี้เราก็จะเหนื่อย มันก็จริงนะ ถ้าเรารักที่จะเป็นครูเราก็ไม่ควรใช้คำว่าเหนื่อย เพราะนั่นคือสิ่งที่เราเลือกและเรารัก จงทำไปเรื่อยๆ ทำดีที่สุด

“ พยายามมองโลกในแง่ดีแล้วเราจะสบายใจ ”

หลังจากที่ประชุมแบ่งเวรประจำวันเสร็จแล้วก็สรุปได้ว่า ฉันได้เป็นครูเวรวันจันทร์ และช่วยงานฝ่ายธุรการวันจันทร์ช่วงบ่าย สู้ๆนะงานนี้ ประสบการณ์ล้วนๆไม่มีสิ่งใดผสม น้อมรับไว้ทุกอย่างเราจะเป็นผู้เรียนรู้อย่างไม่จบสิ้น

กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวปัทมาภรณ์ ธิปัญจะ (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (0)