สารพิษตกค้างไม่ใช่เฉพาะที่อาหาร....แต่อยู่ในระบบนิเวศน์ของธรรมชาติบ้านเราด้วย

ถึงแม้ว่ากระแสนิยมในเรื่องของพืชพันธุ์ธัญญาหารในรูปแบบที่ปลอดภัยไร้สารพิษจะมีมากขึ้นทุกขณะ สังเกตุจากสื่อที่นำเสนอหลากหลายช่องทาง และจากผู้คนที่ร่วมโอภาปราศรัยตามงานบรรยายต่างๆ รู้สึกว่ากลุ่มที่รัก และชอบในเรื่องความปลอดภัยในชีวิต ในเรื่องสุขภาพ ในเรื่องของระบบนิเวศน์ ในเรื่องของผืนดินแผ่นน้ำของประเทศไทยเรา ก็มีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น.....ทำให้รู้สึกแอบภาคภูมิใจอยู่ลึกๆ เหมือนกันว่า...ในอนาคตเยาวชนคนรุ่นใหม่ก็น่าจะหันมาใส่ใจให้ความสำคัญไม่แพ้ผู้คนชนยุคนี้

แต่จะอย่างไรก็ตามในห้วงช่วงนี้ก็ยังถือว่าเป็นยุคเปลี่ยนผ่าน สัดส่วนแห่งความเป็นจริงถ้าดูจากตัวเลขการนำเข้าสารเคมีที่นำมาใช้ในการป้องกันกำจัดโรคแมลงจากต่างประเทศแล้วสัดส่วนก็ยังสูงอยู่มาก ปีหนึ่งๆ เกือบแสนล้านบาท (อ๊ๆ ไม่ใช่ตัวเลขมั่วนะครับ...สามารถไปสืบค้นดูได้จากสำนักงานสถิติการเกษตร) และก็จะมีสารเคมีที่เป็นอันตรายค่อนข้างรุนแรง ที่หลายประเทศทั่วโลกเลิกไปใช้ไปแล้ว อย่างคลอไพรีควอท คาเบนดาซิม คาร์โบซัลแฟน ฯลฯ แต่ในบ้านเรายังสามารถขายได้ โดยแอบขายหลังร้าน ทำให้อาหารที่ได้จากผลผลิตภาคการเกษตรมีสารพิษตกค้าง เพราะระดับพิษมีมาก มากขนาดที่หลายประเทศเขายกเลิกการใช้ไปแล้ว....

นอกจากสารพิษที่เป็นอันตรายหนักๆ จะตกค้างอยู่ในพืชผักผลไม้ไปยังโต๊ะอาหารแล้ว สารพิษส่วนเกินที่ถูกฉีด พ่น หว่าน โปรย โรย รดลงไปสู่ผืนดินแผ่นน้ำ ทำให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงต่อระบบนิเวศน์ สภาพแวดล้อมในธรรมชาติ ทั้งไส้เดือน จุลินทรีย์ แอคติโนมัยซีท เต่า ตุ่น แมลงตัวดี ตัวห้ำ ตัวเบียน ฯลฯ อีกเยอะแยะมากมายที่ล้มหายตายไปจากผลพวงจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือการขาดความรับผิดชอบของผู้คนบางกลุ่มที่มุ่งแต่จะเอาผลผลิตแต่เพียงอย่างเดียว โดยขาดความสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมและธรรมชาติที่เป็นทรัพยากรของประเทศไทยเราวันนี้การทำเกษตรกรรมในรูปแบบที่ปลอดภัยไร้สารพิษ มีทางเลือกมากมายนะครับ.....มาทำเกษตรปลอดสารพิษกันเถอะ....นะครับ

มนตรีบุญจรัส

ชมรมเกษตรปอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เกษตรผสมผสาน



ความเห็น (0)