บางครั้งหญ้า.....ก็ไม่ใช่วัชพืชเสมอไป

มีสถิติจากสำนักเศรษฐกิจการเกษตรเกี่ยวกับเรื่องการนำเข้ายาฆ่าหญ้า ยาคุมหญ้าปีหนึ่งๆ เป็นหมื่นล้านบาท (

ร้านขายปุ๋ยขายยาตามจังหวัดทั้งที่เปิดมานานหลายชั่วอายุคน หรือเพิ่งเปิดแบบร้านใหม่ป้ายแดงลองสังเกตุดูจะเห็นได้ว่าสินค้าที่วางโชว์อยู่หน้าร้าน ตามชั้นวางสินค้าที่มีมากที่สุดส่วนใหญ่จะเป็นยาคุมฆ่าหญ้านี่แหละ เพราะซื้อง่ายขายคล่อง อาจจัดได้ว่าเป็นยาสามัญประจำบ้านพี่น้องเกษตรกรได้อีกชนิดหนึ่งก็ว่าได้

แต่วันนี้ผู้เขียนอยากจะให้ท่านผู้อ่านและพี่น้องเกษตรได้เห็นอีกด้านหนึ่งของ หญ้าหรือวัชพืช โดยเฉพาะในแง่ที่เป็นประโยชน์ต่อพืชในแปลงเรือกสวนไร่นาของเรา อย่างเช่นต้นหญ้าหรือวัชพืชนั้นช่วยทำให้เกิดร่มเงาความชุ่มชื้นแก่พื้นดิน ทำให้ดินนั้นโปร่ง ฟู ร่วน ซุยแบบธรรมชาติ เพราะว่าการที่มีหญ้าหรือวัชพืชที่เขียวขจีมีร่มเงาอยู่บนพื้นดินนั้นก็เปรียบเหมือนกับว่าเป็นบ้านเป็นที่อยู่อาศัยให้แก่จุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในดิน ช่วยทำให้ดินมีกิจกรรมของสิ่งมีชีวิตต่างๆ อยู่ตลอดเวลา (

หญ้านั้นจัดได้ว่าเป็นพืชชนิดหนึ่ง ถ้าเรากระหน่ำซ้ำเติมราดรดยาฆ่าและคุมหญ้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันสารเคมีเหล่านี้ก็จะสะสมตกค้างจนมีความเข้มข้นมากพอที่จะทำให้พืชหลักที่เราปลูกไว้นั้น ได้รับผลกระทบจนเกิดความเสียหายได้ เพราะพืชหลักที่เราปลูกก็ล้วนแต่เป็นพืชเหมือนกัน เพียงแต่ว่าลำต้นและขนาดอาจจะแตกต่างกันเท่านั้น แต่ถ้ายาคุมและฆ่าหญ้ามีปริมาณการสะสมที่มากขึ้น ก็อาจจะทำให้พืชที่เราปลูกไม่โตดังที่ตั้งใจ

บางคนคิดว่าต้นหญ้าหรือวัชพืชนั้นจะแย่งอาหารหรือปุ๋ยของพืชหลักที่ปลูกเอาไว้ โดยหารู้ไม่ว่าหญ้านั้นเขาก็กินและสะสมอาหารในดินได้เท่าที่ลำต้นเล็กๆของเขาจะนำเข้าไปได้ และถ้าเราหมั่นตัดหญ้าให้ดูสวยงาม สั้นประมาณเหนือตาตุ่ม เศษซากหญ้าที่ถูกตัดขาดก็จะค่อยย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยคืนไปสู่ผืนดิน ไอ้ที่เขาดูดเขากินเข้าไปเท่าไร ก็จะปล่อยคืนออกมาให้เราได้เท่านั้น เท่าเดิม ไม่ไปไหน

แต่ประโยชน์ของการที่มีหญ้าอยู่นั้นนอกจากจะทำให้ดินนุ่มชุ่มชื้นแล้ว ยังช่วยทำหน้าที่ลดการสูญเสียน้ำไปจากผิวดิน เมื่อตัดหญ้าเศษซากของหญ้านำไปกลบทับที่บริเวณโคนต้นผิวหน้าดินก็ช่วยลดการระเหยของน้ำผิวดิน ช่วยปกป้องพืชจากสภาพอากาศที่แห้งและหนาวเย็น เป็นการคืนปุ๋ยไปสู่ดิน แถมยังเป็นบ้านที่อยู่อาศัยให้ตัวห้ำตัวเบียนช่วยลดการเข้าทำลายระบาดของแมลงศัตรูพืช เป็นบ้านให้ไส้เดือน จุลินทรีย์ แอคทิโนมัยซีส ยีสต์ รา โปรโตซัวต่างๆ ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่ช่วยรักษาระบบนิเวศน์ ในระยะยาวก็จะช่วยทำให้พื้นที่เพาะปลูกเราเหมือนกับผืนดินตามป่าเขาลำเนาไพร ที่ไม่ต้องมีมนุษย์คนใดไปรดน้ำใส่ปุ๋ยหรือฉีดพ่นปุ๋ยยาฮอร์โมนแม้แต่หยดละอองเดียวก็สามารถที่จะทำให้พืชเจริญเติบโตได้เช่นเดียวกัน

มนตรีบุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษwww.thaigreenagro.com

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เกษตรผสมผสาน



ความเห็น (0)