กรณีศึกษาหญิง
เครื่องมือที่ใช้ Neuro-Linguistic Enneagram: Hornevian, Harmonic, & Triads Groups + Belief Installation & Assessment ใช้เวลา 2 ชม.
ผลลัพธ์ที่ต้องการ: อยากตื่นเช้าไปสอนโยคะและเรียนวรรณศิลป์ และอยากหากิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาตนเอง เช่น ละครสื่อสาร การอ่านหนังสือเสียงให้เด็กตาบอด เป็นต้น
ความเชื่อที่มีอยู่ในคุณค่าของตนเองหลังจากทราบนพลักษณ์คือ 4 ผู้ใช้ใจอ่อนไหว เศร้าง่าย ไว้ใจคนยาก เลือกที่จะช่วยคน: ชอบเรียนรู้ด้วยการอ่านหนังสือ ช่วยเหลือคนอื่นที่มีความต้องการจริงและด้วยวิธีสร้างสรรค์
การค้นหาปัญญาจากความสำเร็จในอดีต: ความมีวินัยเข้านอนเร็วตื่นเช้าและออกกำลังกายจนเกิดพลังชีวิตตอนอยู่ประถมในรร.ประจำ ความรับผิดชอบเรียนรู้ให้ครอบครัวภูมิใจและสบายใจ และความสำเร็จทำกิจกรรมการเรียนและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสสมัยเรียนมัธยม
การตั้งใจและมั่นใจในสมรรถนะแห่งตนจากเดิม 3 เป็น 5/5 คือ ตั้งใจจะฝึกยืนหายใจ ทันทีที่ตื่นขึ้นมาแล้วพูดว่า "ลุกขึ้นมาจากเตียง" พร้อมมองนาฬิกาเพื่อตรวจสอบเวลาที่ตื่นไม่เร็วหรือไม่ช้าเกิน 7 โมง แล้วไปล้างหน้า แปรงฟัน ต่อด้วยการเดินขยับออกกำลังสัก 6 นาที แล้วอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ทานยาและทานอาหารเช้า พร้อมพูดบอกสิ่งที่จะตั้งใจทำดีในวันนี้ จะพยายามฝึกฝนตนเองให้กล้าที่จะตื่นเช้าไปทำสิ่งที่ตั้งใจด้วยใจรักใน 21 วันให้จงได้
การคลายอารมณ์ได้ดีขึ้นจาก 7 เป็น 2/10 คือ แน่นบริเวณหน้าอกใกล้หัวใจ ด้วยวิธี Brain Gym - Thymus Thump & Brain Buttons โดยเฉพาะเศร้าน้ำตาไหลเมื่อนึกถึงอดีตของครอบครัวที่ตนเองรู้สึกละอายใจในภาวะอารมณ์เจ็บป่วยจนทำให้ไม่ได้เรียนหมอฟันจนจบได้
กรณีศึกษาชาย
เครื่องมือที่ใช้ Neuro-Linguistic Enneagram: Hornevian, Harmonic, & Triads Groups + Belief Assessment & Resonance Pattern ใช้เวลา 2 ชม.
ผลลัพธ์ที่ต้องการ: อยากเรียนภาษาเยอรมันให้จบพร้อมๆกับจบรัฐศาสตร์/นิติศาสตร์ใน 3-4 ปี และอยากทำงานกระทรวงต่างประเทศเพื่อเป็นบันไดในการเดินทางเรียนรู้รอบโลกและสอบชิงทุนง่าย มีหน้ามีตาในสังคม
ความเชื่อที่มีอยู่ในคุณค่าของตนเองหลังจากทราบนพลักษณ์คือ 1 ผู้ย้ำคิดย้ำทำ จดจำในสิ่งที่ใส่ใจ ลืมในสิ่งที่ไม่เข้าใจสมบูรณ์-ไม่ไว้ใจ-ไม่น่าสนใจนำมาคิดฝัน: ชอบช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม ชอบตั้งใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ชอบทำงานเพื่อสิ่งที่รักที่ไม่ใช่เงิน
การค้นหาปัญญาจากความสำเร็จในอดีต: ไม่สามารถระลึกจำได้เป็นภาพ เสียง หรือความรู้สึกได้นาน ปิ้งแว๊ปได้บ้างแต่เมื่อตั้งใจคิดแทนตั้งใจรับรู้สึก ข้อมูลก็หายไปทันที จึงปรับเปลี่ยนเป็นการดึงความเชื่อและคุณค่าจากต้นแบบของกรณีศึกษาคือ Bernie Sander [Acknowledgement of Citation at Wikipedia.org] ด้วยคุณค่า (ต้องใช้ Meta Model & Chunking พอสมควรให้ Crystallized Value) "ใจเย็น เมตตาสูง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น คิดคม มีจุดยืนชัดเจน ทำในสิ่งที่ตนเองเชื่อ และแก้ปัญหาได้ด้วย Positive Mind" ซึ่งนำมาปรับในการประเมินความเชื่อสองรอบจาก 3/5 (3 ข้อ) เป็น 5/5 ทุกข้อ กับอีกท่านคือ Jordan Belfort [Acknowledgement of Citation at Wikipedia.org] ด้วยคุณค่า "กล้าที่จะทำและออกมาจาก Comfort Zone"
การตั้งใจและมั่นใจในสมรรถนะแห่งตนจากเดิม 3 เป็น 5/5 คือ ตั้งใจจะฝึกใส่ใจจดจำข้อมูลด้วยอารมณ์บวก ฝึกการมีสติในปัจจุบันขณะ (รับรู้ว่าถ้าคิดมากก็จะย้ำคิดจมอยู่ในอดีตจนเกิดอารมณ์ลบ) ในระยะสั้นตั้งใจจะลองแอดมิดชั่นเข้ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ หรือ ธรรมศาสตร์ ถ้าไม่ได้จะเรียนที่สอบนิติศาสตร์ ม.แห่งหนึ่งแล้วควบคู่กับการเรียนรัฐศาสตร์ ม.รามฯ ด้วย จะตั้งใจเรียนให้จบด้วยความฝันของการช่วยเหลือผู้พิการทุกประเภทโดยเฉพาะอยากถ่ายทอดประสบการณ์ให้แรงบันดาลใจในผู้ที่กำลังซึมเศร้า และสร้าง "องค์กรแห่งความหวัง" ที่สนับสนุนการมีงานทำให้กับผู้ที่ด้อยโอกาสเหล่านี้ในอนาคตที่จบและทำงานกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆจากผู้คน วัฒนธรรม และความดีงาม จากนานาชาติ พยายามฝึกฝนตนเองให้กล้าและมั่นใจในการเรียนรู้ใน 21 วันให้จงได้
การคลายอารมณ์ได้ดีขึ้นจาก 7 เป็น 4/10 คือ หนักบริเวณกลางกระหม่อม กับ แน่นบริเวณหน้าอกใกล้หัวใจ ด้วยวิธี Brain Gym - Thymus Thump, Balance Buttons, & Calf Pump พร้อมฝึก Emotional Freedom Tapping โดยเฉพาะกลัวลังเลเรื่องเรียนนิติศาสตร์ที่เป็นอาชีพมั่นคง และ/หรือควบคู่กับเรียนรัฐศาสตร์ที่เป็นอาชีพในฝันตั้งแต่ม.2-3 กังวลว่าสมองจำอะไรไม่ได้แต่ระลึกข้อมูลที่สนใจได้อย่างละเอียด รู้สึกเศร้าเมื่อนึกถึงอดีตของตนเองที่กลัวการไปโรงเรียน ตื่นเช้าไม่ได้ ไม่มีแรงทำอะไร และเคยซึมเศร้าแบบไม่อยากออกจากบ้าน
ปล. ความน่าสนใจของทั้งสองกรณีศึกษาที่มีประสบการณ์สุขภาพจิตอารมณ์สองขั้วและเอียงไปด้วยภาวะซึมเศร้า จะมีภาวะสุขภาพดีแยกออกจากภาวะสุขภาพไม่ดีได้อย่างชัดเจนเมือตรวจสอบนพลักษณ์ที่ถูกต้องกับบุคลิกภาพ นิสัย ทัศนคติ และการแสดงพฤติกรรมแก้ปัญหา การใช้อารมณ์ และการเข้าสังคม ซึ่งทั้งสองเคสมีความกลัวที่จะเข้าหาสื่อสารกับผู้อื่่น ด้วยการใช้ความคิดหรือความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งมากจนเกินพอดี

ขอบพระคุณมากครับอ.ดร.จันทวรรณและอ.แอน
I had this thought after reading above: the cases show 'developing agents' without committed goals looking and trying to find a right door to enter; all doors are close and difficult to open to see what behind or beyond...
All doors seem to be one-way no turning back...
Anxieties and doubts delay learning and making decisions; limits on rsources make impossible to explore and wait for 'the best' (practices to copy); success and failures become highly polarised...
I had similar experiences when I was youger, but I learned to jump in and take responsibility for my decisions. So life is a mix string of successes and failures...
Thank you so much khun SR, you are definitely right: there is no failure only feedback. We are facing with the closed doors until we have learned how to open them for energy of joy, strength, and compassion.
ขอบพระคุณมากครับพี่โอ๋
ขอบพระคุณมากครับพี่นงนาท