ทุกวันนี้KMได้ถูกจุดติดกลายเป็นกระแสไปแล้ว ใครไม่ทำจะเชย กิจกรรมที่หน่วยงานส่วนใหญ่จะทำคือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผมอดคิดไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อนไม่ได้ ช่วงนั้นกิจกรรม 5 ส เป็นที่ฮือฮามาก หน่วยงานไหนไม่ทำแทบจะเรียกว่าไม่พัฒนา แต่พอมาวันนี้คุณประโยชน์ของ 5 ส ไม่ได้ลดน้อยลง แต่ความสนใจของคนลดลงอย่างมาก พอพูดถึง 5 ส บางคนจะไม่สนใจเลยบอกว่าเป็นเรื่องเด็กๆ ผมได้สังเกตจากการไปหน่วยงานหลายแห่งเป็นท่าน่าตกใจว่าผมได้พบกับร่องรอยแห่งความรุ่งเรืองในอดีตของกิจกรรม 5 ส พอมายุคนี้เป็นเรื่องของKMก็หวังว่าอีก 5-10 ปีข้างหน้าหน่วยงานต่างๆที่ทำKMในวันนี้คงไม่ทิ้งไว้แค่ร่องรอยแห่งความรุ่งเรืองในอดีตของKM ในการทำKMมีเรื่องที่เป็นข้อควรระวังในความคิดเห็นของผม ดังนี้

  1. ยึดติดรูปแบบของKM ต้องอย่างนี้เท่านั้นอย่างอื่นไม่ได้  เชื่อครูมากเกินไปจนไม่ยอมมองแนวทางอื่น
  2. เสพติดKM อะไรๆก็จะKMอย่างเดียว ทั้งที่บางทีเครื่องมืออื่นๆอาจให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
  3. สนุกสนานกับKM นอกบ้านแต่กลับเข้าบ้าน(หน่วยงานตนเอง)แล้วทำไม่สนุก เพราะไม่ง่ายเหมือนออกไปทำกิจกรรมกลุ่มที่จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว ทั้งๆที่KMของจริงต้องอยู่ในงานประจำก็คืออยู่ที่หน่วยงานตนเอง
  4. เผลอตัวคิดว่าKMที่เราทำอยู่ดีที่สุดแล้ว ทำให้ติดกับดักแห่งความสำเร็จ หลงอยู่กับความสำเร็จเก่าๆทำให้ก้าวไม่ทันความเปลี่ยนแปลงและเสียโอกาสในการเรียนรู้
  5. ได้ทำKM แต่ไม่ได้ผลดีจากKM อย่างแท้จริง มีกิจกรรมKMมากมายแต่ไม่ได้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีต่อองค์กร ลูกค้าและพนักงาน

ก็ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการนำKMมาใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง ถูกหลักการ และทำด้วยความกระสัน(passion)ที่อยากทำอย่างแท้จริง ไม่ใช่ทำเพราะกระแส(Fashion)นะครับ