ตามที่ได้กล่าวไว้ในบันทึกเรื่อง SWOT analysis (คลิ้ก) มาถึงตอนนี้จะเป็นการนำ SWOT ไปใช้ในการวางกลยุทธ์ การวิเคราะห์สวอท หรือ SWOT analysis เป็นการทบทวน คัดเลือก จัดระบบข้อมูลที่ และตัดสินใจ ต่อปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบรรลุเป้าหมายที่เป็นผลลัพธ์ขั้นสุดท้าย (Result) ขององค์การ/ชุมชน หากองค์การ/ชุมชนนั้น ๆ มีการทบทวน และมีการจัดระบบข้อมูลที่ดี ย่อมมีผลให้การกำหนดกลยุทธ์สามารถทำได้ง่าย และสามารถใช้ข้อมูลที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความครอบคลุม โดยมีข้อพิจารณาในการวิเคราะห์ดังนี้

          1. ควรวิเคราะห์แยกแยะควรทำอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้ได้ปัจจัยที่มีความสำคัญจริง ๆ เป็นสาเหตุหลัก ๆ ของปัญหาที่แท้จริง กล่าวคือ เป็นปัจจัยที่มีประโยชน์ในการนำไปกำหนดเป็นนโยบาย ตลอดจนสามารถนำไปกำหนดกลยุทธ์ ที่จะทำให้องค์การ/ชุมชนบรรลุเป้าหมายที่เป็นผลลัพธ์ขั้นสุดท้าย (Result) ได้จริง

          2.การกำหนดปัจจัยต่าง ๆ ไม่ควรกำหนดของเขตของความหมายของปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น จุดอ่อน (W) หรือ จุดแข็ง (S) หรือ โอกาส (O) หรือ อุปสรรค (T) ให้มีความหมายคาบเกี่ยวกัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตัดสินใจ และชี้ชัดว่าปัจจัยที่กำหนดขึ้นมานั้นเป็นปัจจัยในกลุ่มใด ทั้งนี้เพราะปัจจัยที่อยู่ต่างกลุ่มกัน ก็ต้องสมควรที่จะนำไปกำหนดกลยุทธ์ที่ต่างกันออกไป

     การวิเคราะห์ SWOT อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เป็นการทำ Situation Analysis เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันองค์การ หน่วยงาน หรือชุมชน เพื่อค้นหาจุดแข็ง จุดเด่น จุดด้อย หรือสิ่งที่อาจเป็นปัญหาสำคัญในการดำเนินงานสู่สภาพที่ต้องการในอนาคต โดยการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน เพื่อให้รู้จักตนเอง (รู้เรา) รู้จักสภาพแวดล้อม (รู้เขา) ได้อย่างชัดเจน การวิเคราะห์โอกาส อุปสรรค เพื่อการกำหนดวิสัยทัศน์ หรือเลือกกลยุทธ์ระดับองค์การ/ชุมชนที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ หรือ Strategic Decision ซึ่งเป็นการตัดสินใจเลือกกลยุทธ์หรือวิธีการดำเนินงานที่สำคัญ ที่จะใช้เป็นหลักในการปฏิบัติ ที่จะนำไปสู่สภาพที่ต้องการในอนาคตขององค์การหรือชุมชนร่วมกัน การบรรลุวิสัยทัศน์ หรือ Vision ที่ร่วมกันกำหนดขึ้น

     การค้นหากลยุทธ์โดยหลักการ มองกว้าง เห็นไกล รอบคอบ และนำไปแก้ปัญหา ป้องกันปัญหา และการพัฒนาองค์การ/ชุมชนอย่างเป็นไปได้จริง ตามหลักการกำหนดกลยุทธ์ในแบบต่าง ๆ นั้นจะเป็นการมุ่งกลยุทธ์ที่เป็น S สูง O สูง, S สูง T ต่ำ, W ต่ำO สูง และ W ต่ำ T ต่ำ โดยกลยุทธ์เชิงรุกหรือกลยุทธ์เพื่อความเจริญก้าวหน้า (Growth Strategy) กลยุทธ์แบบคงที่ (Stability Strategy) กลยุทธ์แบบตัดทอนป้องกัน (Retrenchment and Defense Strategy) กลยุทธ์การแข่งขัน กลยุทธ์การเป็นผู้นำ เป็นต้น ซึ่งมีรูปแบบในการพิจารณาดังนี้

          1. กลยุทธ์ เอส-โอ (SO strategies) เป็นกลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นเพื่อการเข้าไปฉกฉวยโอกาสจากปัจจัยภายนอกที่เอื้ออำนวยต่อองค์การ/ชุมชน ซึ่งเกิดจากการนำจุดแข็งและโอกาสที่มีอยู่มาใช้ให้เป็นประโยชน์

          2. กลยุทธ์ เอส-ที (ST strategies) เป็นกลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นเพื่อการลบล้างอุปสรรคจากสภาวะแวดล้อมภายนอกขององค์การ/ชุมชน ซึ่งเกิดจากการนำจุดแข็งที่มีอยู่มาลบล้างอุปสรรคที่เกิดขึ้น

          3. กลยุทธ์ ดับบลิว-โอ (WO strategies) เป็นกลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นเพื่อพยายามแก้ไขจุดอ่อนขององค์การ/ชุมชน และพยายามฉกฉวยโอกาสจากปัจจัยภายนอกที่เอื้ออำนวยต่อองค์การ/ชุมชน ซึ่งเกิดจากการใช้โอกาสที่เกิดขึ้นมาจัดการกับจุดอ่อนที่มีอยู่

          4. กลยุทธ์ ดับบลิว-ที (WT strategies) เป็นกลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นโดยพยายามแก้ไขจุดอ่อนขององค์การ/ชุมชน และความพยายามในการลบล้างอุปสรรคขององค์การ/ชุมชน อย่างรู้ตัว

ติดตามเรื่องต่อเนื่องได้ที่

[SWOT Analysis คืออะไร]
[SWOT กับการนำไปใช้ในการวางกลยุทธ์]
[SWOT กับเทคนิคการตั้งคำถามเพื่อการเทียบเคียง]
[E-SWOT อีกขั้นหนึ่งกับการนำไปใช้ในการวางกลยุทธ์]
[ตัวอย่างการใช้ SWOT และ E-SWOT ในการจัดทำแผนพัฒนาสุขภาพชุมชน]