"ธุรกิจที่น่าลัดฟ้า สู่แดนมังกร"


ขณะที่เศรษฐกิจโลกตกต่ำจนเล่นเอานานาประเทศพากันเจ็บระนาว ไม่เว้นแม้กระทั่งยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐฯก็ยังไม่วายสะเทือน มีเพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่พาเศรษฐกิจของตนวิ่งสวนทางกับชาวบ้านเขาซึ่งก็คือ "ประเทศจีน"

ด้วยความที่จีนยังปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์ทำให้การเมืองมีเสถียรภาพ ทั้งการมีจำนวนประชากรกว่า 1300 ล้านชีวิต ประกอบกับดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ก็ยิ่งส่งผลให้จีนไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน วัตถุดิบในการผลิต หรือตลาดในการกระจายสินค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจจีนไม่สะดุดและยังดึงดูดให้ชาวต่างชาติพากันมาลงทุน

" หากเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่สนใจอยากเข้าไปลงทุนในดินแดนมังกรแห่งนี้ ต่อไปนี้คือธุรกิจที่ดูแล้วมีแนวโน้มเติบโตต่อไปในอนาคต "

1. ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว

ถ้าเราสนใจธุรกิจนี้ เราก็ควรหาหุ้นส่วนเป็นกิจการทัวร์เช่นเดียวกัน หรือสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมหรือร้านอาหารในพื้นที่ เพราะนอกจากเราจะสามารถส่งคนไทยไปเที่ยวในจีนได้สะดวกแล้ว ยังอาจสามารถต่อยอดกิจการด้วยการรับนักท่องเที่ยวชาวจีนมาเที่ยวประเทศไทยได้อีกด้วย เพราะจากการสำรวจแล้วประเทศไทยจัดอยู่ในอันดับสี่ของประเทศทั้งหมดที่ชาวจีนอยากไปท่องเที่ยว แต่ทั้งนี้เราควรบริการนักท่องเที่ยวในราคาที่เหมาะสม

2. ธุรกิจการรักษาพยาบาลและเสริมความงาม

ธุรกิจด้านสุขภาพถือเป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจ เพราะรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรจีนสูงขึ้นทุกวัน สัดส่วนผู้สูงอายุก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเนื่องจากยังเป็นกลุ่มประชากรก่อนนโยบายการมีบุตรคนเดียว อีกทั้งจีนยังเป็นประเทศที่มีชาวต่างชาติเข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก และบรรดานักธุรกิจเหล่านี้ต่างก็ต้องการรับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานระดับสูง แต่ด้วยความที่ก่อนหน้านี้จีนมัวแต่มุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจจึงทำให้ระบบการรักษาพยาบาลในจีนยังไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร ประเทศไทยงก็ขึ้นชื่อว่ามีระบบการรักษาพยาบาลเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจด้านศัลยกรรมความงามที่ยังไงแพทย์ไทยก็ไม่แพ้แพทย์จีนอย่างแน่นอน จึงเป็นโอกาสดีที่โรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจศัลกรรมของไทยจะเข้าไปเจาะตลาดในจีน

3. ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติหรือโรงเรียนสอนภาษา

ธุรกิจการจัดตั้งโรงเรียนนานาชาติจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักธุรกิจไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีตัวอย่างบริษัททุนไทยรายหนึ่งที่เข้าไปเปิดโรงเรียนนานาชาติในเมืองใหญ่ๆ อย่างเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และซูโจว และประสบความสำเร็จมากพอดู นอกจากภาษาจีนเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ทำให้ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาจีนมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นตามไปด้วย หากเราประกอบธุรกิจแฟรนไชส์โรงเรียนสอนภาษาอยู่ ก็ควรหาคอนเนกชั่นกับโรงเรียนสอนภาษาในจีนเพื่อเพิ่มหลักสูตรภาษาจีนลงในแฟรนไชส์ของเราด้วย

4. ธุรกิจร้านสปาหรือร้านนวดแผนโบราณ

ปัจจุบันชาวจีนให้ความใส่ใจเรื่องสุขภาพที่นอกเหนือจากแค่การรักษาพยาบาลมากขึ้น เพราะถือเป็นวิธีรักษาสุขภาพและผ่อนคลายความตึงเครียดที่ดีหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน นับเป็นโอกาสอันดีสำหรับนักลงทุนชาวไทย เพราะประเทศของไทยขึ้นชื่อเรื่องธุรกิจบำบัดสุขภาพทำนองนี้อยู่แล้ว อีกทั้งการที่ไทยเป็นแผ่นดินที่อุดมไปด้วยสมุนไพรและดอกไม้นานาชนิดทำให้เรื่องเครื่องหอมของไทยก็ไม่เป็นรองชาติใดเช่นกัน การทำธุรกิจจำพวกการจับเส้น นวดฝ่าเท้า นวดตัว อบตัว สปาสมุนไพรจึงเป็นอีกช่องทางทำเงินอีกช่องทางหนึ่งได้ ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้นอีกด้วย

5. ธุรกิจร้านอาหาร

แต่ละปีประชากรจีนใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารการกินในสัดส่วนที่สูงกว่าการใช้จ่ายในด้านอื่นๆ อีกทั้งคนจีนยังคลั่งไคล้อาหารที่ปรุงจากสมุนไพรหรืออาหารจำพวกบำรุงกำลังต่างๆ สังเกตได้จากเมนูวิจิตรพิสดารที่บรรดานักชิมชาวจีนต่างเสาะแสวงหามาทดลองขณะที่คนทั่วไปไม่กล้าแม้แต่จะดูขั้นตอนการผลิต ด้วยความที่ชาวจีนมีรสนิยมการรับประทานเช่นนี้จึงเข้าทางคนไทย เพราะอาหารไทยแต่ละชนิดล้วนจัดจ้านไปด้วยเครื่องเทศและสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยามากมาย อีกทั้งร้านอาหารไทย (ที่ดำเนินการโดยคนไทยจริงๆ) ก็เรียกได้ว่ามีแทบนับร้านได้ ดังนั้นหากเรามีฝีมือและสนใจจะไปเปิดอีกสักร้าน รับรองได้ว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ที่มา : http://incquity.com/articles/grow-your-biz/china-biz

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Finance4613



ความเห็น (0)