หลวงปู่เพชร #ครูกรรมฐานคนแรก

ครูกรรมฐานคนแรกของฉัน
  • "

ลูกสาวโยมตายไปแล้วนะ นี่ลูกสาวอาตมาขอฝากโยมเลี้ยง" ยังจำประโยคนี้ได้ตอนอายุ ๑๐ กว่าขวบมั้ง ซึ่งวันนั้นข้าพเจ้าร้องไห้น่าดู..ไม่ยอมเป็นลูกหลวงพ่อ..กลัวต้องไปอยู่วัด..คุณแม่เล่าให้ฟังว่าตอนเป็นเด็กข้าพเจ้าไม่มีเส้นชีวิตในลายมือ ...แต่คงเป็นวาสนาที่ได้ไปเที่ยวทาง จ.นครพนม-หนองคายและมีโอกาสพบพระธุดงค์ ท่านเป็นคนสอนให้รู้จักการนั่งกรรมฐาน ท่านขอให้ข้าพเจ้านั่งวิปัสสนาตอน ๒ ทุ่มทุกวันๆ ละ ๕ นาที เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยกลับบ้านที่ จ.นครราชสีมา "แล้วหลวงพ่อจะนั่งมาดูนะ" ในทุกปีท่านจะธุดงค์ผ่านไปที่ จ.นครราชสีมาซึ่งท่านจะเมตตาช่วยเหลือปัญหาของที่บ้านทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรืื่องวิญญาณที่อยู่ในบ้านพักของเราในค่ายทหาร มาให้พรและเทียนมงคลสำหรับจุดอ่านหนังสือสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ซึ่งเด็กนักเรียนบ้านนอกคนนี้ก็สามารถสอบเข้าเรียนต่อได้หลายแห่งจริงๆ หรือครั้งที่ข้าพเจ้าป่วยโดยไม่มีอาการแสดงออกมาภายนอก..คุณแม่ก็งงๆ เมืื่อท่านบอกให้พาข้าพเจ้าไปหาหมอ..และหมอบอกว่าดีที่มาเร็วเพราะเด็กเป็นโรคตับโต..เหมือนตับไม่ทำงานอะไรปานนั้น..ในวันนั้นเองที่ท่านประกาศว่าข้าพเจ้าเป็น "ลูกสาวหลวงพ่อเพชร"

  • เมื่อข้าพเจ้าสอบเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาในเมืองหลวงได้ ครอบครัวเราก็ย้ายบ้านมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ผ่านไป ๗ ปี ที่ข้าพเจ้าไม่มีโอกาสได้พบหลวงพ่อ จนทำงานไปแล้วหลายปี
  • เดือน พ.ย. ปี ๒๕๓๗ ข้าพเจ้าได้ไปช่วยราชการที่ รพ.ค่ายกฤษณ์สีวะรา จ.สกลนคร เป็นเวลา ๑๐ วัน ในช่วงที่สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชีนีนาถท่านทรงแปรพระราชทานไปที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร เพื่อทรงงานและดูแลทุกข์สุขราษฎรของพระองค์ในภาคอิสาน เมืื่อจบภารกิจก่อนจะเดินทางกลับหน่วยทีข้าพเจ้าทำงานใน จ.บุรีรัมย์ ก็ระลึกถึงหลวงพ่อเพชร จึงขับรถไปนมัสการท่านที่วัดศรีบัวบาน อ.บ้านแพง จ.นครพนม แต่เมืื่อไปแล้วก็มีเรืื่องให้ไม่พึงพอใจ ๓ ประการ คือ เมื่อถามหลวงพ่อเพชรว่าช่วงนี้ท่านไม่ไปธุดงค์ที่ไหนหรือคะ ท่านบอกเราว่าท่านเลิกธุดงค์แล้ว ประการที่ ๒ ท่านบอกเราว่ากำลังเก็บเงินเพืื่อจะซื้อที่ดินซึ่งเมืื่อข้าพเจ้าได้ยินก็รู้สึกว่าท่านเปลี่ยนไป เมื่อก่อนท่านไม่จับหรือถือเงินเลย ประการที่ ๓ ท่านบอกข้าพเจ้าว่า " คืนนี้อย่าเพิ่งกลับเลยขอให้นอนค้างที่วัด" ข้าพเจ้าอคติอย่างรุนแรงว่า.. เมืือก่อนเราเป็นเด็กแต่วันนี้เราโตเป็นสาว..ท่านทำไมถึงจะให้เรานอนค้างที่วัด. "ไม่ค้างหรอกค่ะ จะกลับแล้ว" .. " งั้นเย็นๆ ค่อยกลับนะ" หลวงพ่อท่านพูดน้อยอยู่แล้ว...."ไม่ได้หรอกค่ะหลวงพ่อ จะกลับตอนนี้แล้ว" ข้าพเจ้าเป็นคนดื้อจริงๆ ...ท่านจึงหยิบดินสอมาเขียนอะรไสักอย่างที่กลางศรีษะและกลางมือขวาของข้าพเจ้า "เอ้า..ลูกสาวพ่อเก่งอยู่แล้ว"...แล้วประมาณเที่ยงๆ ของวันนั้นเองขณะขับรถจาก จ.นครพนม กลับมาที่ จ. สกลนคร ข้าพเจ้าประสบอุบัติเหตุขับรถยนตร์พุ่งตกลงมาจากถนนลูกรังสูงประมาณตุึก ๒ ชั้น ลงสู่แม่น้ำศรีสงคราม ขณะอยู่บนถนนเพียงแค่คันเดียว...รถพังทั้งคันโดยที่ตัวข้าพเจ้าปีนออกมาจากหน้าต่างรถได้โดยไม่มีบาดแผลแม้แต่นิดเดียว..ตำรวจท้องที่บอกว่าโชคดีที่ไม่ตกอีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็นเหว ตรงนั้นจะมีคนตายทุกปีและโชคดีมากที่รถสมัยนั้นไม่ใช่กระจกไฟฟ้า...ไม่เช่นนั้นคงตายในรถแล้ว..
  • ข้าพเจ้าลืมเรืื่องหลวงพ่อเพชร ครูสอนกรรมฐานคนแรกซึ่งเมตตาข้าพเจ้ามากที่สุด..ไปเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า ๑๐ ปี ด้วยความไม่พึงพอใจในสิ่งที่พบเจอเมืื่อวันที่ ๑๒ พ.ย. ๒๕๓๗ ประกอบกับได้ย้ายที่ทำงานเข้ามาในกรุงเทพและภารกิจใหม่ที่ได้รับมีจำนวนมากและไม่มีเวลา
  • ปี ๒๕๕๐ ข้าพเจ้าย้ายที่ทำงานอีกครั้ง ภารกิจน้อยลงและมีเพื่อนร่วมงานใหม่ วันหนึ่งเราคุยกันเรื่องพระสงฆ์ ข้าพเจ้าได้เล่าเรื่องที่ประสบมาเมืื่อปี ๒๕๓๗ ให้รุ่นพี่ที่ทำงานฟัง.."น้องบาปมากนะคะ..คิดอกุศลกับพระสงฆ์และนี่ท่านเป็นพระธุดงค์ด้วยคิดได้อย่างไร...ท่านคงเห็นเจ้ากรรมนายเวรของน้องแต่พูดไม่ได้ ถึงชวนให้น้องพักค้างคืนที่วัด...ควรต้องขอขมาท่านอย่างแรงค่ะ"
  • คงยังพอมีบุญอยู่บ้าง...ข้าพเจ้าตามหาหลวงพ่อเพชร ครูสอนกรรมฐานคนแรกจนเจอ...และได้คำตอบในสิ่งที่ติดค้างในใจมานานนับ๑๐ กว่าปี คือ...เมื่อปี ๒๕๓๗ นั้นท่านอายุ ๖๐ ปีแล้ว เริ่มมีโรคภัยไข้เจ็บจึงไม่ไปปักกลดธุดงค์ที่ไหน และท่านยังมีวัตรงดงามยังคงอยู่กุฎิไม้ผุผัง แต่ท่านซื้อที่ดินสร้างวัดทำสาธารณะประโยชน์ให้กับผู้อื่น
  • ปี ๒๕๕๖ ท่านมรณภาพที่ จ.อุบลราชธานี ด้วยโรคชรา ในวัย ๗๗ ปี ๕๔ พรรษาแห่งการบวชอยู่ใต้ร่มพระศาสนา
  • ในวันเสาร์ที่ ๓๐ เม.ย. ๒๕๕๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเพลิงสรีระสังขารของหลวงพ่อเพชร ฐิตธรรมโม ณ เมรุนกหัสดีลิงค์ วัดบ้านสร้างมิ่ง อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี โดยข้าพเจ้าในฐานะลูกสาวของหลวงพ่อคนหนึ่งก็ได้มีโอกาสร่วมพิธีด้วย...ซึ่งคืนนั้นเวลา ๒๑๐๐ เผาสรีระสังขารตามประเพณีโบราณและเช้าวันอาทิตย์ที่ ๑ พ.ค. ๒๕๕๙ พิธีสามหาบ ชาวบ้านพากันเก็บอัฐิหลวงพ่อไว้บูชา..ด้วยความเชื่อว่า จากเมตตาบารมีที่หลวงพ่อเพชร ฐิตธรรมโม มีต่อโลกใบนี้จะทำให้อัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุในที่สุด
  • สำหรับวันนี้ของข้าพเจ้า..ยังคงระลึกถึงความเมตตาที่ท่านมีต่อข้าพเจ้าและครอบครัว คำสอนที่เน้นย้ำให้ปฏิบัติบูชา ศีล สมาธิ ภาวนา จะทำให้เกิดปัญญาในโลกวันนี้และจะเป็นหนทางสว่างไปสู่การหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ที่มีแต่ความทุกข์...๔ สิ่งที่ทุกคนมีเท่าเทียมกัน ไม่ปรารถนาแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ คือ แก่ เจ็บ ตาย และการพลัดพรากจากสิ่งที่รัก...อย่าโลภ..ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อืื่น ต้องรู้จักพอเพียง....เพราะสุดท้ายก็ไม่มีใครเอาอะไรไปได้สักอย่าง...สาธุ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จันทร์เจ้า



ความเห็น (0)