​6. ยังไม่พอ พยายามต่อไป

6. ยังไม่พอ พยายามต่อไป

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน 2559
1. วันนี้ทำอะไร
-วันนี้ได้ไปจังหัน หลวงปู่วิไล ที่ตึกสงฆ์อาพาธ
-จัดหารองเท้า
-หารือพี่ๆ หาขอสรุปและดำเนินการเรื่องหนังสือเชิญประชุม
-เข้าวัดก่อนหกโมงเย็น



2. คาดหวังอะไรในสิ่งที่ทำนั้นบ้าง
-คาดหวังว่า รักษาโอกาสในการสั่งสมกุศล
-จัดหารองเท้าเพื่อรักษาโอกาสสร้างกุศลที่ครูเมตตาชี้
-คาดหวังให้หนังสือเชิญถูกส่งแต่เนิ่นๆ
- คาดหวังให้ทำได้ตามความตั้งใจและรักษาสัจจะ



3. มีอะไรเป็นไปตามความคาดหวังนั้นหรือไม่เป็นไปตามความคาดหวังนั้น เพราะอะไร
-เป็นไปตามคาดหวังคือได้ถวายจังหัน ครูบาอาจารย์ มีเวลาขอให้ได้เข้ากราบท่าน ก่อนไปทำงาน
- เรื่องรองเท้าไม่เป็นไปตามคาดหวัง ตั้งใจให้ได้สีขาวเบอร์เก้าครึ่ง กลับได้สีเทาเบอร์สิบ แต่รู้สึกกับตนเองว่า ไม่ควรช้าละ
-หารือพี่ๆ ผลออกมาเกินคาด ได้ข้อสรุปว่า จัดที่ ราชาวดี รีสอร์ท หนังสือเชิญวิทยากร ได้ถูกดำเนินการอย่างช้าน่าจะวันจันทร์
- การเดินทางไม่เป็นไปตามคาดหวัง เพราะหนูถึงช้ากว่าเวลาที่กำหนดสี่สิบนาที เพราะอะไร หนูจอดทำธุระ สามครั้ง โดยสรุปรวมว่านั่นแหละที่ทำให้ช้า เพราะอะไร หนึ่งคือความอยาก ทั้งที่เรื่องไปธนาคารจัดการก่อนได้ สองแวะเติมน้ำมันอันนี้ก็ทำก่อนได้ สามคือแวะเข้าห้องน้ำ ถ้าทานน้ำน้อยๆก็ไม่ต้องแวะปั้มได้
มารภายนอก มารภายใน มาเล่นงานแบบครบทีม เป็จุดที่ต้องแก้อีก เรื่องนี้สำคัญ ใจเร้าร้อนและกังวล เพราะรู้ว่า มันอยู่ในวิสัยที่ทำได้ทำไมไม่ตั้งใจกว่านี้



4. ได้เรียนรู้อะไร
-ถ้าบริหารจัดการเรื่องเวลา จะทำได้แบบใจไม่กังวล มีเวลาได้สอบถามญาติโยมที่มาก่อนว่า ต้องทำอะไรอย่างไร
-สัปดาห์ที่แล้ว ก็ได้แบบเล็กไปสัปดาห์นี้ก็ใหญ่ไป สิ่งที่สะท้อนออกมาคือ ใจหนูที่ไม่พอดี



-ข้อมูลสถานที่ การประมาณการต่างๆที่ครูเมตตาให้ทำ ช่วยให้การหารือได้ข้อสรุปง่ายขึ้น
-การเตรียมของว่าลงตัวแล้ว เอาเข้าจริงๆยังไม่พอมันต้องเตรียมคนคือ ตัวเองด้วย
เป็นผลให้ใจเร่าร้อน เพราะทำตามสัจจะที่ให้ไว้ไม่ได้



5. จากบทเรียนที่ได้เรียนรู้นี้จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันความผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้น
- พอขยับปรับเวลา การโอ้เอ้มีน้อยลง
- ย้ำกับตนเอง ให้หาอันที่พอดี ต้องตั้งใจมากขึ้น
- นอกจากการเช็ดของที่ต้องนำมาก็ต้อง เช็คความเรียบร้อยของตนเองให้มากกว่านี้เพราะกิเลสมาทุกช่องทาง
-



ศีล
1. ไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียน
-ใจกังวล เร่าร้อน. เบียดเบียนตนเอง เพื่อนร่วมทาง รวมถึงครูบาอาจารย์ เพราะตั้งใจว่า จะเข้าวัดก่อนหกโมง ถึงจริงหกโมงสี่สิบ ศีลข้อสี่ขาดร่วง พอใจกังวลศีลข้อหนึ่งก็ด่างพร้อย ณ ตอนนี้แกไขอย่างไร หายใจลึกๆ ทำหน้าที่ๆตัองทำตรงหน้า พระพี่ชายแนะอยู่กับปัจจุบัน กุศลหรืออกุศลก็อยู่ที่ใจตนเอง อดทนแล้วสู้เอา



2. ไม่ลักทรัพย์ไม่หยิบเอาของที่เจ้าของไม่ได้ให้
ปกติทำอะไรไม่ค่อยขอ เห็นตนวาสนาที่พี่ๆจะย้ายบ้าน พี่เขาว่าจัจัดทิ้ง ได้โอกาสขอมาเพื่อปลูกที่วัด ย้อนทวนใจว่า จะหยิบจับอะไรของใครให้ขอก่อน ข้อนี้ ณ จุดที่ิยากได้ใจทะยานออกไป แบบกิเลส แต่ขอแล้วใจก็ได้ย้อนกลับมาที่ตนเองว่า ต้องพยายามต่อไป



3. ประพฤติพรหมจรรย์
ราคะมากพยายามสำรวมระวังมากขึ้น การนั่งสวดมนต์พยายามเก็บขาแบบที่ครูเป็นต้นแบบ เข่าสองข้างไม่ให้ห่างกันจนเกินงามในท่าพับเพียบ ปรากฏว่า ขาชาเอวตึง แต่ก็ต้องพยายามต่อไป แม่กระทั่งตอนขับรถ เผลอปุ๊บขาถ่าง รู้สึกตัวค่อยหุบเข้า ยังเป็นิยู่แบบนี้ค่ะ ยังไม่เป็นธรรมชาติ ต้องดัดอีกมากเพราะด่างพร้อ



4. ไม่โกหก ไม่พูดส่อเสียด
-ทำตามสัจจะที่ใหไว้กับครูไม่ได้ศีลข้อนี้ขาด ใจเร่าร้อนรับกรรมทันที เผลอสติทำให้ข้อห้าก็ด่างพร้อยด้วย กังวลข้อหนึ่งก็ขาด ขนาดว่าพยายามแก้เรื่ิงการเตรียมของ ยังทำเวลาไม่ได้เพราะจัดการตนเองไม่เรียบร้อยค่ะ



5. ไม่ดื่มเหล้า ไม่ขาดสติ
ยังขาดสติบ่อย ขับรถด้วยใจกังวล พยายามบริกรรมแต่ก็ยังเผลอกังวลและเน่าร้อนยังด่างพร้ิยค่ถ



6. ไม่ทานอาหารหลังเที่ยง
ตกเย็นมาหิวมากค่ะ ทานชา พออยู่ได้แต่เวลาเครียดจะรู้สึกหิวมาก การทานชาก็พอพยุงเท่านั้นค่ะ ยังด่างพร้อยอยู่ ดีแค่ไม่ทานอาหารแต่ใจยังหิ



7. ไม่ร้องเพลง ดูละคร ไม่ใช้เครื่องประทินผิว
ข้อนี้พอได้ งานแน่น แทบไม่ได้เกเร แต่พอฝจมันอยากปุ๊บก็จะเปิดคลิปสัมภาษณ์เกี่ยวกับการ ภาวนาแบบต่าง ๆ
8. ไม่นั่งนอนบนที่นอนสูง ยัดนุนหรือสำลี
ข้อนี้พอได้ ปัญหาเป็นเรื่องความง่วง พยายามแก่ด้วยการเดินและทำกิจกรรม แต่ก็ยังง่วงค่ะ
สรุปก็ยังด่างพร้อย แต่ก็ต้องพยายาม



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สามสิบวันแห่งการเรียนรู้



ความเห็น (0)