แนวโน้มเศรษฐกิจจีนและแนวทางการปรับตัวของธุรกิจไทย

ต้องยอมรับค่ะว่าช่วงนี้เราจะเห็นข่าวเศรษฐกิจต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจในประเทศเรา ซึ่งมีผลกระทบตามๆกันไป ดิฉันจึงได้อ่านข่าวในอินเตอร์เน็ตในเว็บต่างๆ ดิฉันจึงได้สรุปมาคร่าวๆให้อ่านกันค่ะ

จากเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวและยังมีความผันผวนต่อเนื่อง โดยจีดีพีในระยะ 5 ปี ระหว่างปี 59-63 จะขยายตัวเหลือปีละ 6.5-7% และผลจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของจีนจะมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ เรื่องแรกการเคลื่อนย้ายเงินทุนของจีน ให้กระแสเงินทุนไหลออกไปยังต่างประเทศมากขึ้น จีนมีการลงทุนทางตรงนอกประเทศมากกว่าการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ(เอฟดีไอ) มีทั้งการลงทุนและการควบรวมกิจการในต่างประเทศ นอกจากนี้ การเติบโตที่ชะลอตัวลงของจีนและการไหลออกของเงินทุนจีน จะส่งผลให้ค่าเงินหยวนมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอีก เพราะช่วงการปรับโครงสร้างจีนยังเพิ่มพาการส่งออกเป็นหลัก ทำให้จีนจะต้องมีการดูแลค่าเงินหยวนเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้

เราจะแนวทางการประบตัวของธุรกิจไทยอย่างไรน่ะค่ะ....คือแนะนำให้ภาคธุรกิจไทยปรับตัวรับมือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของจีน ซึ่งจะมีการเติบโตที่ผันผวนและรูปแบบการขยายตัวเปลี่ยนไปจากเดิม โดยไทยควรหาโอกาสในการร่วมลงทุน หรือการต่อยอดธุรกิจจากจีน ในอุตสาหกรรมขนส่ง วัสดุก่อสร้าง วิศวกรรมและรับเหมาก่อสร้าง การท่องเที่ยวและภาคบริการ ที่จะเติบโตตามยอดนักท่องเที่ยวจีนที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง อาทิ โรงแรม การบิน มารีน่า เรือสำราญ สปา รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อรองรับกลุ่มคนที่เข้ามาทำงาน

แต่อย่างไรก็ตามน่ะค่ะ สุดท้ายนี้ดิฉันก็อยากจะฝากให้ทุกๆคนได้คิดถึงสิ่งที่ธุรกิจไทยต้องระมัดระวัง คือการเข้ามาแข่งขันของธุรกิจจีนในไทย เพราะจีนมีทั้งเงินทุนและเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้มีการแข่งขันด้านราคากับธุรกิจเดิมของไทยที่มีอยู่ในตลาดแล้ว ซึ่งภาคธุรกิจจะต้องมีการปรับตัวเพื่อรองรับการแข่งขัน โดยการเพิ่มความสามารถและความเชี่ยวชาญในการธุรกิจข้ามประเทศ เช่น ทักษะภาษาและความรู้เกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศ ยกระดับขีดความสารถในการผลิตโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี มีการต่อยอดกับธุรกิจจีนที่มีความสามารถในการลงทุนต่างประเทศ มีการทำตลาดเชิงรุกไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง

ที่มา: https://www.google.co.th/search?

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Fn4613



ความเห็น (0)