๒๐. ออกกำลังใจได้..ด้วยเสียงเพลง

เราเกิดมาผูกใจรักกันดีกว่า เพราะว่าชีวาแสนสั้น” การทำงานในองค์กรใดก็ตาม ถ้าบุคลากรรักสามัคคีกัน องค์กรนั้นจะอยู่รอดและเจริญก้าวหน้า ก็แค่ทุกคนคิดว่า ชีวิตนี้สั้นนัก รักกัน เห็นใจ และเข้าอกเข้าใจกัน รู้จักให้อภัย เอาใจเขามาใส่ใจเราก็น่าจะเพียงพอ..

ผลงานวิจัยมากมายหลายเรื่อง..ที่ให้ความสำคัญกับเสียงเพลง..ที่ช่วยกล่อมเกลาจิตใจ สุนทรียภาพทางอารมณ์ที่เกิดจากการฟังเพลง จะทำให้ผู้ฟังได้ผ่อนคลาย ลดอาการตึงเครียด ความเพลิดเพลินที่เกิดจากการฟังเพลง ที่มีจังหวะและเสียงดนตรี...จะช่วยให้สุขภาพจิตดี แล้วยิ่งได้..ฟังและร้องเพลงไปด้วย..จะช่วยให้อ่อนเยาว์และอายุยืนยาว...

ในชีวิตประจำวัน..เราให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ควรลืมเรื่องของ..จิตใจ..ที่มีความสัมพันธ์กันระหว่าง กาย ใจ และสมอง ที่สามารถออกกำลังและยืดอายุการใช้งานได้ โดยอาศัยเสียงเพลง..ขับกล่อม และปลอบประโลม..

ตั้งแต่..เนื้อเพลง..ที่ให้ข้อคิดที่ดีงาม ส่งเสริมแง่คิดและคุณธรรม..เสมือนเป็นใยเหล็กกำบังใจมิให้เปราะบาง และละวางในสิ่งที่จะทำให้จิตใจขุ่นมัว...ผมขอยกตัวอย่างจากเพลงนี้..ลองฟังดูนะครับ..ชื่อเพลง..ลุ่มเจ้าพระยา..ของชรินทร์ นันทนาคร..เอาแค่ชื่อเพลง ก็ฟังสบายคลายร้อนแล้ว..ใช่ไหมครับ

“...ลุ่มเจ้าพระยาเห็นสายธารา ไหลล่อง เพียงแต่มองหัวใจให้.ป่วน น้ำไหลไป มักไม่ไหลทวน ชีวิตเรา ไม่มีหวน ไม่กลับทวนเหมือนกัน....เราเกิดมา ผูกใจรักกันดีกว่า เพราะว่าชีวา แสนสั้น เราอย่าได้สะเทือนหัวใจต่อกัน ทิ้งชีวิตอันสุขใจ...อย่าแตกกันเลยรักไว้ชมเชย ชิดมั่น จงผูกพันรักกันด้วยใจ ขอจงเป็นเหมือนเช่น นกไพร ที่เหิรบินคู่กันไป หัวใจ คู่กัน...”

ผมเชื่อว่า..ทลายท่านร้องเพลงนี้ได้ ด้วยเป็นเพลงทำนองช้าๆ ซึ้งๆ และเนื้อหาดี น่าฟัง..เมื่อฟังซ้ำหรือร้องจบ..เหมือนว่าได้จบอยู่ในใจ สบายอารมณ์และเป็นสุขยิ่งนัก..ยิ่งถ้าได้คิดตาม เพลงลุ่มเจ้าพระยา สอนให้เรามีจิตใจที่กว้างใหญ่และสงบเย็น...

“น้ำไหลไปมักไม่ไหลทวน ชีวิตเราไม่มีหวน ไม่กลับทวนเหมือนกัน” เนื้อเพลงท่อนนี้ ทำให้ผมนึกถึงโรงเรียน...เปิดเทอมใหม่ นโยบายใหม่มากมายถาโถมเข้ามา..เรา..ในฐานะผู้บริหาร จะทำการสิ่งใด จะพูดจะทำ ต้องคิดให้รอบคอบ มีเหตุมีผล ตัดสินใจไปแล้ว..อาจเกิดปัญหา แก้ไขไม่ได้...

“เราเกิดมาผูกใจรักกันดีกว่า เพราะว่าชีวาแสนสั้น” การทำงานในองค์กรใดก็ตาม ถ้าบุคลากรรักสามัคคีกัน องค์กรนั้นจะอยู่รอดและเจริญก้าวหน้า ก็แค่ทุกคนคิดว่า ชีวิตนี้สั้นนัก รักกัน เห็นใจ และเข้าอกเข้าใจกัน รู้จักให้อภัย เอาใจเขามาใส่ใจเราก็น่าจะเพียงพอ..

“จงผูกพันรักกันด้วยใจ ขอจงเป็นเหมือนเช่นนกไพร ที่เหิรบินคู่กันไป หัวใจคู่กัน” เป็นท่อนจบของเนื้อเพลง..ที่สอนเรื่องความรัก..ที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง โลกนี้จึงอบอวลด้วยความรัก..รักแบบไม่แบ่งชั้นวรรณะ รักแบบไม่เห็นแก่ตัว รักแบบที่ไม่หวังผลประโยชน์ จึงเป็นความรักที่มาจาก..หัวใจ..อย่างแท้จริง..เห็นไหมล่ะครับ..เสียงเพลง..ฟังแล้วก็เป็นการออกกำลังใจแบบหนึ่ง..เพราะว่า..จะทำการสิ่งใดก็ตาม ทำงานที่ไหนกับใคร..ทำด้วยความรัก รักในงานและคนรอบข้าง..มีความสุขใจ ทั้งนั้นแหละครับ

ครับ..ฟังเพลงก็แล้ว ร้องเพลงก็แล้ว..จิตใจยังไม่เป็นสุข สงบ..ก็ต้องบทกวีบทนี้เลย..ท่องไว้รับรอง กำลังใจ เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน...

“...เก็บคำว่าท้อไว้ในลิ้นชัก..เก็บคำว่ารักไว้ในกระเป๋า..เก็บคำว่าเหนื่อย ให้ไกลจากตัวเรา เหลือเพียงคำว่าสู้ ๆ อยู่ในเงา และคำว่า เรา เป็นที่พึ่งแห่งตน...”

ผมนำมาจากในเฟสครับ...ให้ข้อคิดและกำลังใจ..ดีเหลือเกิน

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๖ เมษายน ๒๕๕๙


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ไดอารี่สีแดง



ความเห็น (0)