คำนิยม

หนังสือ ครูแท้ แพ้ไม่เป็น : เทคนิคและกำลังใจเพื่อครูมือใหม่และครูวัยเก๋า

วิจารณ์ พานิช

……………..


ในหนังสือครูแท้แพ้ไม่เป็นนี้ ครูเรฟบอกเราว่า ครูที่แท้จริงชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ครูที่แท้จริงต้องพร้อมที่จะเผชิญอุปสรรค ที่บั่นทอนกำลังใจ ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ทั้งจากศิษย์ในชั้นเรียน จากพ่อแม่ของเด็ก และจากหน่วยเหนือทางการศึกษาแต่จะต้องไม่ยอมแพ้ ต้องมีวิธีฟันฝ่า หนังสือเล่มนี้เล่าวิธีฟันฝ่าของครูเรฟ

พลังของหนังสือเล่มนี้ มาจากเรื่องเล่า ที่เป็นประสบการณ์ตรง ของครูเรฟ เอสควิธ ผู้เขียน ที่วงการศึกษาไทยน่าจะรู้จักดี เพราะ สสค. เคยจัดแปลหนังสือ ครูนอกกรอบกับห้องเรียนนอกแบบ สรรพวิธีและสารพัดลูกบ้าในห้อง ๕๖ มาก่อนเล่มหนึ่งแล้ว พร้อมทั้งได้เชิญท่านมาปรากฎตัว และเล่าประสบการณ์ของท่านในงานสัมมนา เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ซึ่งชมวีดิทัศน์ได้ที่ http://www.qlf.or.th/Mobile/Details?contentId=315

ครูเรฟบอกว่า อุปสรรคใหญ่ของครูที่อุทิศตน คือ การเมืองในโรงเรียน อ่านแล้ว ผมตกใจกับการ ใช้ระบบควบคุมสั่งการ (command and control) ในระบบการศึกษาอเมริกัน เรื่องราวที่ครูดีๆ คนแล้วคนเล่า ถูกขัดขวางจากหน่วยเหนือ ทำให้ผมตีความว่า หน่วยเหนือเขาก็จำเป็นต้องทำตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้ เขาจำเป็นต้องทำเช่นนั้น เพื่อปกป้องตัวเขาเอง ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่พึงปรารถนา เขาจะได้ไม่ถูกกล่าวหา ว่าทำผิด เขาไม่ต้องการเอาความเสี่ยงของตนเอง ไปยกเว้นกติกาเพื่อให้ครูที่มีไฟต้องการสร้างเยาวชนให้เป็นคน ที่ได้รับการพัฒนาครบทุกด้าน ได้ทำงานตามความใฝ่ฝันของครู

การพัฒนาเด็ก กับการทำตามกฎระเบียบเพื่อความมั่นคงในหน้าที่ของฝ่ายบริหาร เป็นคนละเรื่อง เป็นสภาพที่ “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” ต้องเผชิญ และต้องอดทน

บทที่ ๘ เป็นความเห็นเกี่ยวกับการประเมิน ที่ครูเรฟเปรียบว่าเป็นซาตาน และผมตีความว่า ครูเรฟกำลังบอกว่า ฝ่ายบริหารการศึกษาของสหรัฐอเมริกา ตีความเป้าหมายของการศึกษาผิด หลงไปเน้นที่ ผลการประเมิน แต่ครูเรฟเห็นว่า เป้าหมายที่แท้จริงอยู่ที่การเรียนรู้ของศิษย์ และการประเมินตามรูปแบบที่ ฝ่ายบริหารกำหนดไปไม่ถึง หรือประเมินได้ไม่ครบด้าน ผู้ที่จะประเมินผลการเรียนรู้ของเด็กได้ครบด้านคือ ตัวครูเอง และจริงๆ แล้ว “ครูเพื่อศิษย์” ประเมินความก้าวหน้า (หรือไม่ก้าวหน้า) ของการเรียนรู้ของศิษย์ บ่อยกว่าที่ฝ่ายบริหารกำหนดเสียอีก เรื่องการประเมินนี้ ผมขอแนะนำให้ครูและผู้สนใจการศึกษาอ่านหนังสือ ประเมินเพื่อมอบอำนาจการเรียนรู้ ที่ผมตีความมาจากหนังสือ Embedded Formative Assessment เขียนโดย Dylan Wiliam ซึ่งอ่านได้ที่ https://www.gotoknow.org/posts/tags/ประเมินเพื่อมอบอำนาจ

การประเมินตามรูปแบบมาตรฐานการศึกษาคืออุปสรรคของ “ครูเพื่อศิษย์” ที่ต้องการทำหน้าที่ช่วย เหลือศิษย์ในการปูทาง หรือวางรากฐานชีวิตที่ดีของศิษย์ ซึ่งมีมากกว่าการสอนวิชา และการทดสอบว่าศิษย์รู้วิชา

ตลอดทั้งเล่ม ในหนังสือ ครูแท้แพ้ไม่เป็น ครูเรฟเขียนโดยมีสมมติฐานหรือความเชื่อในใจว่า “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” คือครูที่มุ่งมั่น (และเรียนรู้) ต่อการทำหน้าที่ช่วยเหลือศิษย์ในการเรียนรู้เพื่อปูทาง หรือวาง รากฐานชีวิตที่ดีของศิษย์ ซึ่งมีมากกว่าการสอนวิชา โปรดอ่านบรรทัดที่ ๔ ของหน้า ๑๓๑ ซึ่งหมายความว่า “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” ทำหน้าที่ “ช่วยพวกเขาเชื่อมโยงช่องว่างระหว่างหน้าหนังสือกับชีวิตของพวกเขา” หน้า ๑๓๒ บรรทัดที่ ๗ - ๘

“ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” ไม่ใช่แค่สอนให้ศิษย์ “รู้วิชา” แต่ช่วยให้ศิษย์ “เชื่อมโยงวิชากับชีวิตจริง” ได้ ช่วยให้การเรียนของศิษย์เป็นการเตรียมพื้นฐานเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

คุณลักษณะของศิษย์ ที่ครูเรฟเอาใจใส่หล่อหลอม อยู่ในบทที่ ๒ หน้า ๒๒ โดยมีรายละเอียดอยู่ที่หน้า ๒๓ - ๔๕

ลักษณะของชาวเชกสเปียร์แห่งโฮบาร์ต

  • เป็นคนสุภาพน่ารัก ขยันทำงานหนัก
  • ซื่อสัตย์
  • แสดงความคิดริเริ่ม
  • รับผิดชอบการกระทำของตัวเอง
  • รู้จักกาละเทศะ
  • ไม่กลัวที่จะถามคำถาม
  • เข้าใจความสำคัญของการนำเสนอ (importance of presentation ผมอยากใช้คำว่าบุคลิกมากกว่า)
  • มีความเป็นระเบียบ
  • อ่อนน้อมถ่อมตน

คำขวัญของชาวเชกสเปียร์แห่งโฮบาร์ต คือ ไม่มีทางลัด ซึ่งหมายความว่า อยากมีความสามารถและมีชีวิตที่ดี ก็ต้องมานะอดทนขยันหมั่นเพียรฝึกฝนตนเอง

ตลอดทั้งเล่มอีกเช่นกัน ครูเรฟบอกเราว่า ความเชื่อดังกล่าว แตกต่างหรือบางครั้งตรงกันข้าม กับความเชื่อของวงการศึกษาของรัฐหรือของประเทศ ของผู้บริหารการศึกษาระดับต่างๆ ของสังคมโดยทั่วไป ของสื่อมวลชน และของพ่อแม่

ครูเรฟจึงเขียนเตือน “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” ว่าจะต้องเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมยุทธศาสตร์ เผชิญ, ประนีประนอม, หรืออยู่กับความแตกต่างดังกล่าว, ให้ได้ ให้การทำตนแตกต่างจากครูโดยทั่วไป ไม่ก่อความเครียดแก่ตนเองมากเกินไปนัก อย่าให้เป็นอย่างมิสซิส ดี ในหน้า ๘๙ - ๙๐ ที่การทำหน้าที่ครู ก่อความเครียดจนเส้นโลหิตในสมองแตก และถึงแก่ความตาย ผมตีความว่า “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” ต้องเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านความฉลาดทางอารมณ์ของตน ผ่านการเผชิญความท้าทายทั้งปวง ที่เล่าใน หนังสือเล่มนี้ เพื่อดำรงอุดมการณ์และเป้าหมายของการเป็น “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” และเพื่อหาวิธีฝึกทักษะดังกล่าวให้แก่ศิษย์

สาระในหลายๆ บทเป็นเรื่องโลกธรรม เช่นบทที่ ๑๐ เรื่องความอิจฉาริษยา ที่ความอดทนและ เรียนรู้ของครู จะช่วยให้ “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” หาทางพัฒนาคุณธรรมหมวด พรหมวิหาร ๔ โดยเฉพาะข้อ มุทิตา ยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี ขึ้นในตน และในศิษย์ของตน

ที่จริง ไม่ว่าชีวิตของ “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” หรือของใครๆ ก็ตาม ย่อมมีอุปสรรคขวากหนาม เสมอ หลายคนเมื่อต้องเผชิญความยากลำบาก ก็แก้ปัญหาโดยลดอุดมการณ์ลง เพื่อประนีประนอมกับระบบ ดังกรณีครูเดอนีส ในหน้า ๑๓๘ ทำให้โลกขาด “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” ไปคนหนึ่ง

แต่ ครูเรฟเอง ก็ไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จในการปูพื้นอุปนิสัยที่ดีแก่ศิษย์ได้ทุกคน ดังตัวอย่างในหน้า ๑๔๒ ครูเรฟถึงกับบอกว่า “ได้ผลสองในสามก็ไม่เลว” ผมตีความว่า ไม่ว่าทำกิจการงานใด ความานะอดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เป็นธรรมะที่จำเป็น

บทที่ผมประทับใจที่สุดคือบทที่ ๑๓ วิธีแบ่งเด็กออกเป็นสามกลุ่ม และเน้นยกระดับเด็กกลุ่มที่สอง ให้เป็นเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ก่อพลังเชิงบวก หรือการเสริมพลัง (synergy) ขึ้นในชั้นเรียน ช่วยแก้ปัญหา เด็กกลุ่มที่สาม และช่วยขับดันเด็กกลุ่มที่หนึ่งขึ้นไปอีก เป็นยุทธศาสตร์การทำงานที่น่าชื่นชมมาก

ชื่อบทที่ ๑๔ ทิ้งเด็กบางคนไว้ข้างหลัง เป็นข้อความบอกยุทธศาสตร์จัดการกับเด็กเหลือขอ ที่ก่อกวนสร้างความปั่นป่วนในชั้นเรียน ครูไทยโชคดีกว่าครูอเมริกันที่สอนในโรงเรียนกลางเมืองใหญ่ อย่างครูเรฟ อ่านเองนะครับ จะเห็นว่าเด็กนักเรียนเหลือขอของอเมริกามันร้ายแค่ไหน แต่ที่น่าสนใจกว่าคือ ยุทธศาสตร์ทิ้งเด็กพวกนี้ไว้ข้างหลังจนกว่าจะกลับตัวเปลี่ยนความประพฤติ มีคุณต่อเด็กเพียงใด คือสุดท้ายแล้ว เด็กเหลือขอในชั้น ได้เข้าร่วมการเรียนและจบชั้นร่วมกับเพื่อนๆ

ทิ้งเด็กบางคนไว้ข้างหลัง เป็นยุทธศาสตร์ ไม่ใช่เป้าหมาย

หัวใจของชั้นเรียนที่มีพลัง คือการที่นักเรียนมีแรงบันดาลใจ หรือแรงจูงใจ ต่อการเรียน ได้เข้าใจว่า การเรียนมีคุณต่อชีวิตในอนาคตของตนเพียงใด และเคล็ดลับสำคัญ ในการสร้างแรงจูงใจต่อนักเรียนอายุ ๘ - ๑๐ ขวบ คือคำแนะนำจากรุ่นพี่ ซึ่งครูเรฟมีให้อย่างเหลือเฟือ เพราะสอนมานาน และประสบความสำเร็จมาก รายละเอียดอยู่ในบทที่ ๑๗

เมื่อทำหน้าที่ “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” อย่างจริงจัง ก็จะมีคนเห็น และมีแนวร่วม ครูเรฟแนะนำ ว่า อย่ารีรอที่จะขอความช่วยเหลือ และความช่วยเหลือจากคนที่ทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างมืออาชีพ ให้มาฝึกเด็ก ให้สร้างผลงานอย่างมืออาชีพ เป็นความสนุกและความภาคภูมิใจร่วมกัน เรื่องราวในบทที่ ๒๒ อ่านแล้วจะ เห็นว่า เด็กอายุ ๑๐ ขวบสามารถทำงานสร้างสรรค์ได้อย่างเหลือเชื่อ นี่คือบทเรียนที่จะติดตัวเด็ก ไปในชีวิต ข้างหน้า ให้กล้ามุ่งมั่นทำสิ่งยาก

ในตอนที่ ๓ ชั้นเรียนระดับมาสเตอร์ ซึ่งมี ๓ บทนั้น บอกเราว่า เป็นชั้นเรียนที่ศิษย์ได้เรียนรู้ หลากหลายทักษะและจริยะ ที่เป็นพื้นฐานสำหรับชีวิตที่ดี ที่ไม่มีอยู่ในระบบการประเมินตามมาตรฐานการศึกษา แต่มีความสำคัญยิ่งต่อชีวิตในภายหน้าของเด็กๆ และผมตีความว่า สิ่งที่เด็กจะได้เรียนรู้จากวิถีปฏิบัติของ “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” อย่างครูเรฟ ก็คือ โอกาสดีๆ ไม่ใช่สิ่งที่จะได้มาฟรีๆ หรือไม่มีเงื่อนไข คนที่ไม่รับผิดชอบ หรือความประพฤติไม่ดี ไม่ควรได้รับสิทธิบางอย่าง เช่นการไปทัศนศึกษา ตัวอย่างนี้ ใช้ได้ในอีกมากมายหลากหลายบริบทในชีวิตเมื่อเด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความเข้าใจ หรือโลกทัศน์นี้ จะเป็นพลังแฝงที่ส่งเสริมให้มีชีวิตที่ดี เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้างและสังคมวงกว้าง ผมเรียกคุณสมบัติ เช่นนี้ว่า “ความฉลาดทางคุณธรรม” การศึกษาที่ดี ต้องช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาความฉลาดเชิงคุณธรรมด้วย

เมื่อความใฝ่ฝันของ “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” คือการวางรากฐานชีวิตที่ดีให้แก่ศิษย์ ภารกิจนี้ ย่อมท้าทายอยู่ตลอดเวลา แม้ช่วงเวลาเป็นครูจะยาวนานถึง ๓๐ ปีแล้ว การเรียนรู้เพื่อทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จึงไม่หยุดนิ่ง ผมอ่านระหว่างบรรทัดในหนังสือทั้งเล่มว่า ทุกกิจกรรม ทุกขั้นตอน ผลลัพธ์ทุกแบบ เป็นการเรียนรู้ แม้จะได้รับการยกย่อง ได้รับรางวัลมากมาย การเรียนรู้ก็ไม่จบ เพราะในแต่ละบริบท เป็นการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ครูเรฟเล่าเรื่องราวชีวิตการเป็น “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” ที่หมกมุ่น อยู่กับการเรียนรู้ของศิษย์ และการเรียนรู้ของตนเอง

ผมเชื่อว่า คนที่เป็น “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว จะได้ข้อเรียนรู้ มากกว่าที่ผมเสนอแนะในคำนิยมนี้มากมายหลายเท่า โดยที่ผู้เขียนตั้งใจเขียนแบบครูที่มีประสบการณ์ เขียนแนะนำครูที่ยังอ่อนประสบการณ์ แต่ต้องการเป็น “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” ทั้งครูเรฟ และครูไทยที่อ่านหนังสือเล่มนี้ ต่างก็เข้าใจบริบทของการเป็นครูมากกว่าผม

หนังสือเล่มนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ชีวิตของ “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” ต้องทำงานหนัก ต้องฟันฝ่า แต่ในระยะยาว ก็เป็นชีวิตที่ทรงคุณค่า ให้ความสุข ทั้งแก่ตนเอง และแก่คนรอบข้าง ผลตอบแทนที่ได้ แม้จะไม่ใช่ความมั่งคั่งทางการเงิน แต่เป็นความมั่งคั่งในการมีศิษย์ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต และย้อนกลับมา ช่วยเหลือ ให้ครูเรฟทำหน้าที่ได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมทั้งมั่งคั่งผู้เห็นคุณค่าของการทำหน้าที่ “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” และยินดีช่วยเหลือเมื่อครูเอ่ยปาก ซึ่งครูเรฟก็แนะนำว่า อย่าเกรงใจที่จะออกปาก ขอความช่วยเหลือ

ผมพยายามค้นหาว่า มีตอนใดบ้าง ที่ครูเรฟกล่าวถึงการสนับสนุน จากฝ่ายบริหาร ปรากฎว่าไม่มี สะท้อนว่า ในกรณีของครูเรฟ ความสำเร็จในการทำหน้าที่ “ครูที่แท้จริง” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” อยู่ที่การประนี ประนอมกับฝ่ายบริหาร อดทน และหาทางเลี่ยงข้อจำกัดที่มาจากฝ่ายบริหาร ไม่มุ่งหวังการสนับสนุน หรือให้การยกย่องหรือรางวัลใดๆ คล้ายๆ จะบอกทางอ้อมว่า แม้บรรยากาศและสภาพแวดล้อมไม่เอื้อ ครูก็สามารถทำหน้าที่ “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” ได้ผลดี หรือประสบความสำเร็จสูงส่งได้

หนังสือครูแท้แพ้ไม่เป็น : เทคนิคและกำลังใจเพื่อครูมือใหม่และครูวัยเก๋า (Real Talk for Real Teachers) ฉบับภาษาอังกฤษ ออกตีพิมพ์ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ หลังหนังสือครูนอกกรอบกับห้องเรียนนอกแบบ (Teach Like Your Hair’s on Fire) ๖ ปี หนังสือครูนอกกรอบฯ แนะวิธีการจัดการเรียนการสอนที่ช่วย ให้ศิษย์ได้เรียนรู้ทั้งด้านวิชาการ ด้านทักษะชีวิต และด้านจิตใจสูง (เป็นมนุษย์ระดับ ๖) หรือได้เรียนรู้ฝึกฝน เพื่อความเป็นคนดี และความเป็นคนเก่ง ส่วนหนังสือครูที่แท้จริง แนะวิธียืนหยัดดำรงความเป็น “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” ฝ่าอุปสรรคนานาประการ หลากหลายด้าน หนังสือทั้งสองเล่มจึง เติมเต็มซึ่งกันและกัน

อาจกล่าวได้ว่า หนังสือครูนอกกรอบฯเล่าเรื่องราวการเรียนรู้จากความสำเร็จ และหนังสือครูแท้แพ้ไม่เป็น เล่าเรื่องราวการเรียนรู้จากปัญหา อุปสรรค และความล้มเหลว ช่วยเติมเต็มกันพอดี

แต่ในบทที่ ๒๒ ครูเรฟก็ชี้ให้เห็นว่า “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” มีโอกาสมากที่จะขอและได้รับ ความร่วมมือจากผู้คนในหลากหลายสถานะ ช่วยให้การทำหน้าที่ “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” ไม่โดดเดี่ยว และไม่ยากเกินไป เมื่อเวลาผ่านไป ครูคนเดียวจะกลายเป็นมีทีมงานอาสา ที่เข้ามาช่วยกันจัดกิจกรรม หรือจัด กระบวนการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมให้แก่นักเรียน “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” จะไม่โดดเดี่ยว

คุณธัญธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้ติดต่อให้ผมเขียนคำนิยมนี้ ยกย่องว่า ผมเป็นผู้แนะนำให้วงการ ศึกษาไทยรู้จักครูเรฟ จึงขอเรียนว่าผมเขียนเรื่องครูเรฟครั้งแรกในหนังสือ การศึกษาไทย ๒๕๕๒ - ๒๕๕๓ สู่เส้นทางแห่งอาจาริยบูชา ครูเพื่อศิษย์” ซึ่งอ่านได้ที่ http://www.qlf.or.th/Home/Contents/193

ผมขอแสดงความชื่นชม ที่ สสค. จัดแปลหนังสือ ครูที่แท้จริง เล่มนี้ ออกเผยแพร่แก่สังคมไทย


วิจารณ์ พานิช

๒๒ มีนาคม ๒๕๕๙