เที่ยวขแมร์ (วันแรก)

ครูแอ๋ม
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เที่ยวขแมร์ ระหว่างวันที่ 5 - 7 เมษายน 2559

วันที่ 4 เมษายน 2559 สมาชิกเครือข่ายพัฒนาชีวิตครูกลุ่มเมือง 1 อำเภอเมืองฯ จจังหวัดชุมพร พร้อมผู้ร่วมเดินทาง รวม 89 ชีวิต เดินทางด้วยรถบัสปรับอากาศ จำนวน 2 คัน ออกเดินทางจากหน้าศาลหลักเมืองชุมพร เมื่อเวลา 17.30 น. บัสของเรา บัส 2 มีทั้งหมด 46 ชีวิต

บนรถขณะเดินทาง

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก "กัมพูชา" กันก่อน

กัมพูชา ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia) เป็นประเทศตั้งอยู่ในส่วนใต้ของคาบสมุทรอินโดจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ 181,035 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยทางตะวันตกเฉียงเหนือ ประเทศเวียดนามทางตะวันออก และอ่าวไทยทางตะวันตกเฉียงใต้

ประชากร 11 ล้านคน (1.1 ล้านในกรุงพนมเปญ)
ภาษา เขมร ฝรั่งเศส อังกฤษ
ศาสนา พุทธ
รัฐบาล ประชาธิปไตย
สกุลเงิน 100 เรียล (Riel) = 1 บาท
เงินเหรียญสหรัฐใช้กันอย่างแพร่หลาย
สภาพอากาศ เช่นเดียวกับประเทศไทย

ระเบียบการเข้าเมือง ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถขอตรวจลงตรา (วีซ่า) เข้ากัมพูชาได้จากสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาในประเทศไทย (โทร. 254-6630) โดยเสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท หรือขอตรวจลงตรานักท่องเที่ยว หรือผู้เดินทางผ่าน (transit) ได้เมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานกรุงพนมเปญ โดยกรอกแบบฟอร์ม Visa on Arrival พร้อมยื่นรูปถ่ายและค่าธรรมเนียม 20 เหรียญสหรัฐ

ผู้ที่เดินทางเข้ากัมพูชา และประสงค์จะอยู่ทำธุรกิจเป็นระยะเวลาเกิน 3 เดือน ควรฉีดยาป้องกันโรค ไทฟอยด์ และไวรัส เอ และบี และกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนที่สถานเอกอัครราชทูตไทย เพื่อที่สถานเอกอัครราชทูตฯ สามารถติดต่อและให้ความช่วยเหลือได้ในกรณีฉุกเฉิน

สภาพความเป็นอยู่ ประชาชนกัมพูชานับถือศาสนาพุทธ จึงมีวัดวาอารามตั้งอยู่ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับประเทศไทย แต่ยังอยู่ในช่วงการทำนุบำรุง หลังจากถูกทำลายไปในช่วงที่เขมรแดงปกครอง ในแง่ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กัมพูชาได้รับความช่วยเหลือจากสหประชาชาติ ประเทศตะวันตก และประเทศอื่นๆ หลังจากมีการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว 2 ครั้ง

กัมพูชา เป็นประเทศเพื่อนบ้านติดกับไทย มีประวัติศาสตร์ อารยธรรมยาวนาน นครวัด และนครธม นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่อัศจรรย์ชิ้นหนึ่งในเอเชีย ศิลปวัฒนธรรมที่งดงามของกัมพูชา มีความคล้ายคลึงกันมากกับศิลปวัฒนธรรมไทย ภาษาเขมรมาจากรากศัพท์สันสกฤต จึงมีคำหลายคำในภาษาเขมรที่คุ้นหูคนไทย นอกจากนี้อิทธิพลทางวัฒนธรรมของฝรั่งเศสยังคงมีให้เห็นในเมืองหลวงและต่างจังหวัด ขอบคุณข้อมูล

วันแรกวันที่ 5 เมษายน 2559 ชุมพร ปอยเปต เสียมเรียบ ล่องเรือโตนเลสาป องค์เจ็ด องค์จอมและวัดใหม่

เวลา 06.30 น. ถึง ตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้วเพื่อตรวจเอกสารผ่านด่านคนเข้าเมือง ที่ด่านปอยเปต โดยทางทีมงานจะอำนวยความสะดวกเรียบร้อย




จากนั้นเปลี่ยนรถเป็นรถปรับอากาศฝั่งเขมร ออกเดินทางผ่านปอยเปต สู่เมืองศรีโสภณ สู่ จ.เสียมเรียบ ตามถนนหมายเลข 6 ของกัมพูชา....การเดินทางีย์ครั้งนี้จะมีอาจารย์อุษณีย์ ชูแก้ว เป็นคู่หูทั้งนั่งรถและนอน

เสียมราฐ ชื่อท้องถิ่น คือ เสียมเรียบ เป็นจังหวัดทางตะวันตกเฉียงเหนือของ ประเทศกัมพูชา ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเขมร เป็นที่ตั้งของ นครวัด ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตัวเทวสถานถือเป็นที่สุดของสถาปัตยกรรมเขมรสมัยคลาสสิกรุ่งเรือง และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชา โดยปรากฏในธงชาติ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ นครวัด ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ เมืองพระนคร แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชม นครวัด ราว 1,600,000 คน ระหว่างทางแวะชุมชนแกะสลักหิน ชมการแกะสลักหิน

ที่นี่มีกล้วยย่างที่แสนอร่อย วิธีทำเขาเอากล้วยมาทำเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วเอามาแปะให้เป็นแผ่นโต ๆ นำไปผึ่งแดด แล้วย่างไฟอ่อน ๆ รสชาติอร่อยค่ะ

ประมาณ 13.00 น. แวะทานอาหารมื้อกลางวัน ที่นี่มีอาหารนานาชาติ ร้านสวย อาหารอร่อย

อิ่มแล้วกลับขึ้นประจำที่บนรถบัสมุ่งสู่ โตนเลสาบ

โตนเลสาบ ทะเสาบ(น้ำจืด)ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย...

่ทะเลสาบสงขลาที่หลายคนรู้จักก็ดูกว้างขวาง มีพื้นที่ติดต่อหลายจังหวัด แต่เมื่อมาเห็นทะเลสาบที่เมืองเขมรแล้วก็ต้องบอกว่า คนละเรื่องกันเลยทีเดียว...โตนเลสาบ เป็นทะเลสาบที่เกิดจากลำน้ำโขง และแม่น้ำสายย่อยๆ่่ไหลมารวมกันจนเป็นทะเลน้ำจืดขนาดใหญ่ ไม่ต่างกับที่เรามองเห็นท้องทะเล ที่มีน้ำกับฟ้า แต่ี่โตนเลสาบจะเป็นทะเลสาบสีขุ่นเช่นเดียวกับแม่น้ำโขง ยามน้ำหลากจะมีอาณาบริเวณเป็นพื้นที่กว้างมาก สูงสุดถึง 16,000 ตารางกิโลเมตร (สถิติจาก unesco ปี '97) แต่ยามน้ำลดก็จะเหลือประมาณ 2700 ตารางกิโลเมตร (เกือบสองเท่าของพื้นที่ กทม) ส่วนลึกสุดประมาณ 10 เมตร... ปลาสด ปลากรอบ ปลาร้า เป็นอาชัพหลักของที่นี่ กล่าวกันว่าเป็นแหล่งอาหารน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอันดับ 2 รองจากการท่องเที่ยว ชาวประมงที่อาศัยอยู่ตามริมน้ำเป็นชาวเวียดนามอพยพในยุคสงครามเย็น หรือสงครามคอมมิวนิสต์ สมัยที่เวียดนามส่งทหารมาช่วยรบในเขมร
โตนเลสาบเป็นแหล่งท่องเที่ยวของเมืองเสียมเรียบ อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณ 14 กม. ตามระยะทางที่ผ่านจะเห็นหมู่บ้านชาวประมงเป็นระยะๆ บางแห่งก็ตั้งเป็นย่านร้านอาหารเวียดนาม และยิ่งเข้าไปใกล้ทะเลสาบมากขึ้น ก็จะเห็นชุมชนของชาวประมงอยู่หนาแน่น ที่อยู่อาศัยก็สร้างกันแบบง่ายๆ สะดวกในการเคลื่อนย้ายตามฤดูน้ำหลากของแต่ละป๊... จากระยะจากเสียมเรียบถึงท่าเรือ ยามน้ำลดจะมีระยะทาง 14 กม. แต่ยามน้ำหลากแล้วก็อาจเหลือเพียง 4 กิโลเมตรเท่านั้น มาเที่ยวโตนเลสาบก็ไม่ต่างกับไปเที่ยวตามชนบทของเวียดนาม วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ยังดูย้อนยุค ไม่ต่างกับชนบทไทยในอดีต เราลงเรือล่องไปเรื่อย ๆ ไปชมหมู่บ้านชาวประมง ที่นั่นมีโรงเรียน สถานีอนามัย กลางทะเลสาบ มีการเลี้ยงจระเข้ด้วย เก็บภาพล่องเรือมาฝาก แม้ว่าน้ำจะน้อยเพราะเป็นหน้าแล้ง แต่ธรรมชาติก็ยังคงงดงาม



ออกจากที่นี่แวะไหว้ องค์เจ็กกับองค์จอม องค์เจ็กกับองค์จอมเป็นพี่น้องกัน และมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างมาก วันหนึ่งหลังจากไปทำบุญ ลับไปก็นอนหลับไม่­ตื่นขึ้นมาอีก บิดามารดามีความเสียใจและอาลัยกับลูกสาวทั­้งสองคนอย่างมาก จึงได้สร้างพระพุทธรูปขึ้นมาสององค์ องค์ใหญ่นามว่าองค์เจ็ก องค์เล็กเป็นน้องนามว่าองค์จอม เป็นพี่น้องคู่บ้านคู่เมือง ที่นี่ไม่ได้เข้าไปไหว้ เพราะร้อนและเหนื่อย อากาศที่เสียมเรียบร้อนมาก เมื่อทุกคนกลับขึ้นรถแล้ว มัคคุเทศก์พาคณะทัวร์ไปทำบัตรเข้าชมปราสาทต่าง ๆ วันพรุ่งนี้

เรียบร้อยแล้วกลับขึ้นรถมุ่งหน้าไปวัดใหม่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก ข้อมูลเพิ่มเติมจากวิกิ: เขมรแดง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กองทัพแห่งชาติกัมพูชาประชาธิปไตย” (Armée nationale du Kampuchéa démocratique) คือ กองกำลังลัทธิคอมมิวนิสต์กัมพูชา ที่เคยปกครองราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งในขณะนั้นถูกเปลี่ยนชื่อเป็นกัมพูชาประชาธิปไตย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 ถึง พ.ศ. 2522 เขมรแดงถือเป็นตัวแทนความสำเร็จเชิงอำนาจของพรรคการเมืองลัทธิคอมมิวนิสต์ในกัมพูชา ที่ต่อมาได้พัฒนาไปเป็น “พรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา” (Parti communiste du Kampuchéa – PCK) และ “พรรคกัมพูชาประชาธิปไตย” (Parti du Kampuchéa démocratique) รูปแบบการปกครองของเขมรแดงมีจุดประสงค์เพื่อสร้าง "สังคมใหม่" โดยใช้รากฐานทางอุดมการณ์ที่เรียกว่า "อุดมการณ์ปฏิวัติแบบเบ็ดเสร็จ" (idéologie de révolution totale) ที่มีการรักษาเผด็จการโดยชนชั้นกรรมาชีพ เป็นตัวขับเคลื่อน
สิ่งแรกที่เขมรแดงกระทำหลังจากได้รับอำนาจ คือ การกวาดต้อนประชาชนกัมพูชาทั้งหมดจากกรุงพนมเปญและเมืองสำคัญอื่น ๆ มาบังคับให้ทำการเกษตรและใช้แรงงานร่วมกันในพื้นที่ชนบท เพื่อจำแนกประชาชนที่ถือว่าเป็น "ศัตรูทางชนชั้น" ไม่ว่าจะเป็น ทหาร ข้าราชการ เชื้อพระวงศ์ ผู้มีการศึกษา หรือผู้มีวิชาชีพเฉพาะในด้านต่าง ๆ ออกมาเพื่อขจัดทิ้ง การกระทำดังกล่าวนี้ ส่งผลให้ประชาชนชาวกัมพูชาต้องเสียชีวิตจากการถูกสังหาร ถูกบังคับใช้แรงงาน และความอดอยาก เป็นจำนวนประมาณ 850,000 ถึง 3 ล้านคน ซึ่งเมื่อเทียบอัตราส่วนของประชาชนที่เสียชีวิตต่อจำนวนประชาชนกัมพูชาทั้งหมดในขณะนั้น (ประมาณ 7.5 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2518) ถือได้ว่าระบอบการปกครองของเขมรแดงเป็นหนึ่งในระบอบที่มีความรุนแรงที่สุดในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20
หลังจากที่เขมรแดงปกครองกัมพูชาเป็นระยะเวลา 4 ปี ในปี พ.ศ. 2522 อำนาจการปกครองของเขมรแดงก็สิ้นสุดลง เนื่องจากการบุกยึดกัมพูชาของกองกำลังจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม แต่อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการเคลื่อนไหวแบบต่อต้านของเขมรแดง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันตกของกัมพูชา ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในราชอาณาจักรไทย ก็ยังคงดำเนินต่อมาในช่วงทศวรรษที่ 90 จนกระทั่งปี พ.ศ. 2539 พล พต หัวหน้าขบวนการในขณะนั้น ก็ยุติการทำงานของเขมรแดงลงอย่างเป็นทางการ หลังจากที่มีการลงนามในข้อตกลงสันติภาพ

ตะวันพลบที่ทุ่งสังหารหรือวัดใหม่

ออกจากที่นี่ไปทานอาหารเย็นเป็นอาหารนานาชาติ มีการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง(นางอัปสรา) ให้ชมด้วย อาหารอร่อยทานแบบบุฟเฟ่

เรียบร้อยแล้วเข้าพักที่โรงแรม ชื่อเรียกยาก ห้องพักโอเคสบายดี เครื่องอำนวยความสะดวกพร้อม คืนนี้ขออาบน้ำนอนก่อนนะ พรุ่งนี้จะพาไปชมนครวัด นครธม บางคนบังมีแรงก็ชวนกันออกไปชมแสงสีเสียงของเมืองเสียมเรียบ ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจ มีความเจริญ มีโรงแรมกว่าสองร้อย แต่เราหมดแรงขอพักเอาแรงก่อน .....ราตรีสวัสดิ์ค่ะ






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สังคมแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้



ความเห็น (0)