มาตรฐานเป็นสิ่งที่มีทั้งประโยชน์และโทษ 

         นี่คือความรู้สึกของผม ระหว่างการไปทำหน้าที่ผู้ประเมินภายนอกให้แก่ สมศ. เมื่อวันที่ ๖ - ๘ พย. ๔๙     ผมคิดว่า มาตรฐานเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพ     ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของการพัฒนาคุณภาพ    

         การพัฒนาคุณภาพต้องใช้เครื่องมือหลายอย่างประกอบกัน     การใช้เครื่องมืออะไรก็ตามต้องใช้อย่างมีปัญญา     ไม่ใช่ใช้อย่างหลับหูหลับตา หรือแบบทื่อๆ ไม่ดูบริบท

          แต่ในการทำ KM   มาตรฐานมีไว้ "ฉีกทิ้ง" หรือ "ทำลาย"   คือ ในการทำ KM เราต้องไม่ยึดติดอยู่กับสิ่งที่หยุดนิ่งตายตัว      เราต้องอยู่กับพลวัต หรือการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น     ไม่ใช่ยึดมั่นอยู่กับสิ่งที่หยุดนิ่งตายตัว

         เราต้องไม่เข้าไปสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับขบวนการประเมิน - มาตรฐาน ภายใต้กระบวนทัศน์แบบหยุดนิ่งตายตัว      นี่คือหลักการที่ผมใช้เตือนตนเองเมื่อไปทำหน้าที่ผู้ประเมินภายนอกของ สมศ.   

         กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า  มาตรฐานไม่ใช่เป้าหมาย     แต่เป็นเครื่องมือของการพัฒนาคุณภาพ  หรือพัฒนาตนเอง

        ถ้าเราไม่ระวัง     เราจะหลงว่ามาตรฐานคือเป้าหมาย     เราจะหลงว่าหน่วยงานที่ดูแลมาตรฐานและประเมินเป็น "เจ้านาย" ที่เราจะต้องปฏิบัติตาม      ในทางตรงกันข้าม ผมกลับมองว่า หน่วยงานแบบ สมศ., พรพ, สกอ. เป็นหน่วยงานที่เราจะต้องท้าทาย      ว่าเราทำได้ดีกว่ามาตรฐานที่เขากำหนดไว้      คือมองเป็น "มาตรฐานขั้นต่ำ"     เรามุ่งสู่มาตรฐานขั้นสูง  ขั้นเป็นเลิศ     แต่เราก็เลือกเป็นเลิศเฉพาะด้านที่เราอยากเป็น    

        ต้องมีมาตรฐานไว้ขี่    ไม่ใช่มีไว้แบก

วิจารณ์ พานิช
๑๑ พย. ๔๙
บนรถกลับจากนครนายก