"เพราะหลงรัก จึงไม่อาจรัก" หนังสือที่ใช้เวลาเขียนถึง ๑๐ ปี

สำหรับหนังสือ "เพราะหลงรัก จึงไม่อาจรัก" ของ "นิรัติศัย โชติกุญชร"



ผมจะเห็นปกหนังสือเล่มนี้ตามร้านหนังสือใหญ่ทุก ๆ ครั้งผมเดินเข้าร้านหนังสือประจำ
แต่กลับเป็นหนังสือที่ผมไม่ได้เปิดอ่านเลย

หนังสือค่อนข้างบาง เมืื่อเทียบกับราคาที่ตั้งเอาไว้ ซึ่งอาจจะเป็นความชอบส่วนตัวด้วยว่า
เห็นปกแล้วก็นึกถึงหนังสือนวนิยาย หรือ เรื่องสั้น ที่ไม่ค่อยชอบอ่านเท่าไหร่

แต่เมื่อถึงอารมณ์หนึ่ง จังหวะหนึ่ง ผมถึงได้มีโอกาสเปิดอ่าน
จึงพึ่งทราบว่า หนังสือนี้เกิดจากความเพียรพยายามของผู้เขียน
คือ คุณ "นิรัติศัย โชติกุญชร" ที่ใช้ความเพียรเก็บสะสมงานเขียน
มาเรื่อย ๆ ถึง ๑๐ ปี จึงตัดสินใจออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้

คุณ "นิรัติศัย โชติกุญชร" ชื่ออย่างกับผู้ชายในความรู้สึกแรกของผม
แต่แท้จริงแล้ว เธอเป็นผู้หญิง งานเขียนฉบับนี้คือ เกิดจากการค้นหา
เส้นทางที่เป็นแสงสว่างจากความผิดหวังของความรักที่ได้เธอรับจากชายคนรักของเธอ
ผิดหวังจนกระทั่งคิดฆ่าตัวตายหลายครั้ง เป็นโรคซึมเศร้า

อารมณ์ในห้วงนั้นถูกถ่ายทอดจากความรู้สึกจริง ๆ ของสถานการณ์นั้น
วิธีการคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับความรู้สึกรัก หลง โกรธ เคียดแค้น พรั่งพรูออกมาหมด
มันไม่ใช่งานระบายอารมณ์ของความผิดหวัง หากแต่เป็นการบรรยายถึงอารมณ์
ของคนที่อยู่ในทุกข์แบบนั้น รวมถึงมีวิธีการแก้ไขสภาวะอารมณ์
จากธรรมะของพระพุทธองค์ที่ตรงที่สุด

ผมยังไม่เคยเจองานเขียนแนวนี้เลย
หนังสือเล่มนี้เป็นฉบับแรกที่เขียนเอาไว้ลักษณะนี้

มันมากกว่าธรรมะ มันมากกว่าจิตวิทยา มันมากกว่า NLP
หลาย ๆ อย่างมันรวมกันในหนังสือบาง ๆ เล่มนี้

ผมรู้ว่า "เพราะหลงรัก จึงไม่อาจรัก" คืออะไร
ผมละเมียดละไมกับการอ่านหนังสือเล่มนี้มาก
ใช้เวลาอ่านหลายวันจึงจะจบได้
อ่านแล้วทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจแล้วอ่านต่อ


"... การจากลาไม่ใช่จุดจบของความรัก
หากแต่มันคือจุดเริ่มต้น
ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจความรักได้อย่างแท้จริง
และเมื่อไหร่ที่เราเข้าใจ เราก็จะได้รู้ว่า
ความสุขในความรักไม่ใช่การได้รับ
ความรักอันมั่นคงจากคนที่เรารัก
แต่ความสุขในรักนั้น มาจากการมองเห็นโลก
ตรงตามที่โลกเป็น ..."


ชีวิตของผู้เขียนเกือบไม่รอด
แต่ได้หนังสือเล่มหนึ่งที่เป็นแสงสว่าง

หนังสือเล่มนี้ ชื่อ

"เมตตาภาวนา คำสอนว่าด้วยรัก"

ของท่าน "ติช นัท ฮันห์"


"... จิตใจมนุษย์นั้นมีพลังมาก
สามารถอำมหิตได้ชนิดที่คาดไม่ถึง
สามารถมีเมตตาได้
จนสุดประมาณ
สามารถแข็งแรงได้เกินขีดจำกัดของร่างกาย
และสามารถอ่อนแอจนทำให้
เจ้าของจิตใจตายลงได้
ทั้งหมดอยู่ที่เราฝึกฝน ..."


"... เราไม่มีวันยุติข้อเรียกร้องใด ๆ ในรักได้
จนกว่า...ใจของเราจะยืนอยู่ด้วยขาของมันเอง ..."


"... ฉันจะรักเธอ...ให้ดีที่สุด
เท่าที่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง
จะทำได้ ..."


คำสรุปเป็นช่วง ๆ ไปในแต่ละบทเล็ก ๆ
มันเป็นการสอนให้คน ๆ นั้น รู้จักการฝึก "ใจ"


ความจริงแล้วการฝึกใจให้มองเห็นธรรมชาติของสรรพสิ่ง
ไม่ใช่สิ่งอื่นใด มันคือการฝึกให้ตัวเรามองโลกในแง่บวก คือ
ไม่ทุกข์ ทุกข์น้อย ทุกข์แค่ในระยะสั้น ๆ ซึ่งก็ตรงกับคำนิยามของ
ความคิดในเชิงบวกที่ว่า คนคิดบวก คือ คนมีความสุขง่าย
และมีความทุกข์ยาก

แต่การที่เราจะเปลี่ยนใจตัวเองให้มองดูโลกในมุมบวกได้
ไม่ใช่แค่อ่านหรือฟังคำสอนใด เพราะคำสอนเป็นเพียง
การบอกทางเท่านั้น การจะไปถึงจุดหมายได้ต้องลงมือทำด้วย



เชื่อผมอย่างหนึ่ง คือ หนังสือเล่มนี้มากกว่าหนังสือธรรมะธรรมดาเล่มหนึ่ง
ผมบอกไม่ได้ทั้งหมดว่า ดีอย่างไร เพราะมันเป็นหน้าที่ของคุณต้องลองอ่านเอง

คุณควรจะได้ค้นพบอะไร ๆ ด้วยของคุณเองบ้าง ถ้าคุณพร้อม

บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...


....................................................................................................................

ขอบคุณหนังสือดี ๆ ...

นิรัติศัย โชติกุญชร. เพราะหลงรัก จึงไม่อาจรัก. กรุงเทพฯ : กะทิ กะลา, ๒๕๕๘.



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หอมกลิ่นหนังสือ



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ..ที่นำมาเผยแพร่..เจ้าค่ะ....(อยากอ่าน..เจ้าค่ะจะมีโอกาศไหมเนี่ยะ)..

เขียนเมื่อ 

นั่นสิครับ คุณ ยายธี 555

นิรัติศัย โชติกุญชร
IP: xxx.158.165.165
เขียนเมื่อ 

ยินดีที่ได้เขียน ...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ เจ้าของผลงาน คุณ นิรัติศัย โชติกุญชร มาก ๆ ครับ ;)...
ผมอ่านจบแล้วจึงได้คิด เป็นไปตามนั้นจริง ;)...

อิ่ม กับแง่คิดทั้งของคนเขียน และเจ้าของบันทึก

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากครับ คุณแสง แสงแห่งความดี... ;)...