๑๖. ถิ่นเคยอยู่..อู่เคยนอน..หมอนเคยหนุน .บุญต้นทุน.วันขึ้นปีใหม่..๑๓ เมษายน ๒๕๕๙

อย่าหลับใน ต้องเชิดหน้าเอาไว้ ทนไม่ไหวก็ให้ใส่แว่นตาดำ หรือไม่ก็นำหนังสือขึ้นมาอ่าน...อย่าใจลอย คิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยไม่เกิดประโยชน์ และ อย่าฝอยมาก พระใช้ปาก โยมใช้หู..ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด.......

ผมมีโอกาสไปทำบุญที่วัดบางรักใหญ่อีกครั้ง เป็นครั้งที่สำคัญ..นอกเหนือจากการที่ได้ไปร่วมทำบุญกับคนรักแล้ว..ผมยังได้เริ่มต้นสั่งสมบุญ ทำสิ่งที่สวยงามและอบอุ่น ในวันแรกแห่งปีใหม่(ไทย) ๑๓ เมษายน ๒๕๕๙..

บนศาลาการเปรียญ..วันนี้..ญาติโยมที่มาทำบุญ ยังดูบางตา อาจเป็นเพราะเป็นวันแรก ของการทำบุญในวันหยุดยาว ๓ วัน และมีบางครอบครัว..ที่อาจมีนัดหมายต้องไปต่างจังหวัด..ถึงแม้จะบางตา แต่ที่นั่งบนศาลาก็มีที่ว่างไม่มากนัก อาหารคาวหวานเท่าที่เห็นก็ดูหลากหลาย มากมายเหมือนเดิม..

พอพระเริ่มฉันภัตตาหาร ผมก็เริ่มขยับตัวออกมานอกศาลา ตั้งใจว่า..จะไปเดินดูตลาดนัดเล็กๆ บนถนนคนเดิน หน้าศาลา ฉับพลันทันใด ก็ได้ยินเสียงอาราธนาธรรม ตามด้วยเสียงกระแอมไอ..ของพระคุณเจ้า..รายการ..งานบุญในวันนี้..มีพระขึ้นเทศน์ด้วย

ต่างกัน..อย่างสิ้นเชิง กับวัดใหญ่ๆ ใกล้บ้านผม ที่แม้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ก็หาได้มีการขึ้นธรรมาสน์ ไม่มีการเทศนาธรรม จะด้วยเหตุผลกลใด มิอาจทราบได้ นับวันกิจกรรมของสงฆ์แบบนี้ จะเลือนหายไปเรื่อยๆ..เป็นเรื่องที่น่าคิดอยู่เหมือนกัน..

แต่อย่าเพิ่งคิดตอนนี้เลย ตั้งใจฟังดีกว่า..วันนี้...ขอทั้งจดและทั้งจำ นำมาบันทึกไว้ ณ ที่นี้

พระคุณเจ้า..เริ่มต้นด้วย..ถ้อยคำสำคัญ..ถิ่นเคยอยู่ อู่เคยนอน หมอนเคยหนุน..นั่นหมายถึง การตอบแทนคุณแผ่นดิน กตัญญูต่อพระศาสนา กับวัดที่อยู่คู่ชุมชนและครอบครัว ตลอดจน กตัญญูต่อบิดามารดา และผู้มีพระคุณผู้ล่วงลับ..ด้วยการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน....
และเมื่อทำบุญแล้ว จะให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ก็ต้องฟังเทศน์ ฝึกจิตฝึกใจให้สงบ ตั้งใจฟังเทศน์ให้ดีจะเกิดสติและปัญญา จะฟังเทศน์ทั้งที... ต้องมี ๓ อย่า

อย่าหลับใน ต้องเชิดหน้าเอาไว้ ทนไม่ไหวก็ให้ใส่แว่นตาดำ หรือไม่ก็นำหนังสือขึ้นมาอ่าน...อย่าใจลอย คิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยไม่เกิดประโยชน์ และ อย่าฝอยมาก พระใช้ปาก โยมใช้หู..ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด.......

อย่าให้เหมือนเจ้าจุก...ที่ฟังพระเทศน์ไม่ทันจบ ก็นำไปบอกเล่าและปฏิบัติ โดยไม่เข้าใจให้ถ่องแท้..พระบอกว่า..การพูดปดก็ดี การลักทรัพย์ก็ดี การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตก็ดี การดื่มน้ำเมาและเที่ยวกลางคืนก็ดี...เจ้าจุกฟังไม่จบ..ก็คิดว่าดีไปทั้งหมด ไม่ทันฟังให้จบในช่วงท้าย ที่พระเทศน์ต่อไปว่า...ล้วนเป็นบาป ไม่พึงกระทำเป็นอย่างยิ่ง.........

พระคุณเจ้าทิ้งท้ายอย่างน่าฟังว่า การมาทำบุญในวันนี้ ถือเป็น...บุญต้นทุน..ที่ญาติโยมคิดถูกต้องแล้ว..ควรสั่งสมไว้ เพราะ เป็นบูญที่ดี บางคนไม่เคยคิดจะทำ อ้างไม่มีเวลา งานรัดตัว ไม่มีโอกาส ต้องทำงาน กลับดึก เหนื่อย เพลีย ..คิดหวังว่า เดี๋ยวตอนตาย ก็มีคนทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เอง แต่ก็คงยากนัก ในยุคสมัยนี้ จึงมีเรื่องเล่า..เรื่องผี ๔ ตัว มาที่วัดในวันตรุษสงกรานต์..

ผีตนที่ ๑.....มาที่วัดแล้วไม่เจอใคร..ลูกหลานไม่ได้มาทำบุญ แต่ใช้เวลาวันหยุดแบบนี้ ไปเทียวชะอำ พัทยา..

ผีตนที่ ๒.....มาที่วัดแล้วเจอลูกๆ แต่ลูกหลานไม่ได้นำอาหารมาถวายพระ แต่มาดูหนุ่มสาวสวยหล่อที่ในวัดเท่านั้น

ผีตนที่ ๓....มาที่วัดแล้วพบเจอลูกหลาน แต่ลูกหลานรีบกลับก่อน..ไม่ได้ใส่ใจ..กรวดน้ำรับพร..ในช่วงท้าย

ผีตนที่ ๔....มาที่วัด..แล้วเห็นลูกหลาน ทั้งบริวารในครอบครัว พร้อมใจกันมาทำบุญ โดยพร้อมเพรียงกัน ฟังเทศน์ฟังธรรม จนถึงช่วงท้าย..ลูกหลานไม่ลืมกรวดน้ำรับพร อุทิศบุญกุศลที่ทำ..น้อมนำไปให้บิดามารดา ผู้ล่วงลับไปแล้ว...

ผมฟังเทศน์..อย่างตั้งใจ ตั้งแต่ต้นจนจบ อย่างมีความสุข..จนกระทั่งเอวัง..ก็มีด้วย..บันทึก..ไว้เป็นบางประการ..ไว้ตรงนี้

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๔ เมษายน ๒๕๕๙


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ไดอารี่สีแดง



ความเห็น (0)