เช้าวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ผมไปร่วมประชุมคณะกรรมการ CSR ของธนาคารไทยพาณิชย์ ตอนสุดท้ายของการประชุม ฝ่ายเลขานุการรายงานว่า ในปีนี้จะเป็นปีเฉลิมฉลอง ๘๔ พรรษาสมเด็จพระ บรมราชินีนาถ และ ๗๐ ปีการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฝ่ายบริหารธนาคารดำริจะทำงาน เพื่อสังคมถวายโดยเสด็จพระราชกุศล โดยคิดว่าจะนำเงินจำนวนหนึ่งสนับสนุนกิจการฝายชุมชนในจังหวัดหนึ่ง เพื่อพัฒนาระบบให้ชุมชนสามารถกู้เงินมาลงทุนจัดการน้ำเพื่อการทำมาหากินของตนเองได้
เรื่องนี้มาจากประสบการณ์ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และโครงการปิดทองหลังพระ ที่ไปดำเนินการในจังหวัดน่าน พบว่าการทำฝายและเหมือง/ท่อส่งน้ำ สำหรับใช้ในการเกษตร ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มสองสามเท่าตัวได้สบาย ดังตัวอย่างที่ผมเล่าไว้ ที่นี่ และเมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว การจัดการน้ำเพื่อการเกษตรแบบนี้ ทำเป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่ชาวบ้านร่วมกันดำเนินการได้สบาย เป็นรูปแบบที่ชาวบ้านรวมตัวกันช่วยตัวเอง ช่วยเหลือกันเอง ไม่ต้องรอภาครัฐหรือความช่วยเหลือภายนอก
เมื่อนำไปรายงานในคณะกรรมการธนาคารในช่วงบ่าย ก็ได้รับคำสนับสนุนจากท่านนายกกรรมการ คือ ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน ว่าเป็นโครงการที่จะช่วยให้ชาวบ้านยืนอยู่บนขาของตัวเอง
แต่ทางธนาคารจะต้องคิดหารูปแบบเครดิตชุมชน ที่จะให้ชุมชนมีสิทธิ์กู้เงินเอาไปทำระบบฝาย สระเก็บน้ำ และท่อส่งน้ำ ที่ชุมชนต้องมีความรับผิดชอบ
เช้าวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ผมฟังข่าวเรื่องภัยแล้งในปีนี้ ว่าอาจลากยาวไปถึงเดือนสิงหาคม และบอกว่าจังหวัดที่มีระบบการจัดการน้ำเพื่อการเกษตรดีที่สุดคือเพชรบูรณ์ เพราะมีระบบฝาย เหมืองและท่อส่งน้ำ และบ่อกักเก็บน้ำเล็กๆ กระจายไปทั่ว
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ก.พ. ๕๙ ปรับปรุง ๒๖ ก.พ. ๕๙