Zurich ในวันฟ้าใส และเดินเล่นใน Lichtenstein

Piyawan
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

Day 7 เที่ยวเมือง Zurich และแวะไปเดินเล่นที่ Lichtenstein

เราตื่นกันแต่เช้า กินอาหารเช้าและเริ่มออกท่องเที่ยวใน Zurich วันนี้เราจะเดินทางกันโดยรถแทรม ตึก Swiss com นี่อยู่หน้าโรงแรมเลย sim card ที่ซื้อมาใช้ก็ยี่ห้อนี้แหละ ยังคงใช้ดีและหักเงินวันละ 2 ฟรังค์ เช่นเคย

ลงจากรถแทรม ชมภาพบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำลิมมัต (Limmat) สวยงามมาก

ออกเดินไปตามทางเดินชมบรรยากาศในเมืองตอนเช้า ถนนยังมีรถไม่มาก ตึกรามบ้านช่องเงียบสงบ เช่น เคย เด็กบอกว่า คนที่นี่เค้าตื่นสายกันเน๊าะแม่

ร้านอาหารน่านั่งมากๆ มีน้องที่รู้จักบอกว่าอยากจะไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อไปนั่งชิลล์ในร้านแบบนี้ แค่เห็นก็ได้กลิ่นกาแฟและขนมปังอุ่นๆ แล้ว

เดินต่อไปที่โบสถ์แห่งหนึ่งแถวๆ นั้น จำชื่อไม่ได้แล้ว แต่เค้ายังไม่เปิด ก็เลยชื่นชมความอลังการจากด้านนอก ด้านหน้ามีน้ำพุ ก็เลยชิมซะ

บรรยากาศแถวๆ นั้น ดูเงียบดีนะ เด็กๆ ก็ถ่ายรูปเล่น สงสัยไม่รู้จะถ่ายอะไร

จากภาพข้างบน นี่เป็นส่ิงทีไ่ด้มา

ร้านนี้จัดได้แปลกดี

จากที่นี่พวกเราก็เดินกลับลงมา เพื่อมาเดินเลียบแม่น้ำลิมมัต มีทางเดินเลียบฝั่งแม่น้ำแบบนี้ ภาพวาดบนกำแพงสวยมากเลยค่ะ

ไม่รอช้า พวกเราก็เดินลงไปกัน

ไม่ค่อยมีคนเลยค่ะ อันนี้เป็นทางที่เราเดินลงมากัน คือเดินข้ามสะพานมาลงตรงนี้เลย

เด็กเริ่มหิว ค้นเสบียงออกมากิน คิดแคทนั่นเอง กินแล้วก็แบ่งให้พวกหงส์ ซะหน่อย

กินไปแบ่งไป พอเลิกแบ่งให้กิน พวกก็ว่ายน้ำหนีไปเลย

เดินต่อไป ขึ้นไปที่ Lindenhof ข้างบนแห้งๆ เพราะเป็นฤดูนี้

มีคนสวิสเอาน้องหมามาเดินเล่น อันนี้คิดว่าต่างคนต่างพาน้องหมามา แล้วก็มาเจอกันบนนี้

วิวมุมสูงของเมือง นั่งเล่นกันสักพัก ควักแผนที่มาศึกษากันก่อนเดินไปต่อ

อีกสักรูป บน Lindenhof

เดินลงไปจาก Lindenhof เพื่อไปชมโบสถ์ต่อไป ทางเดินลงแบบนี้เลย

ร้านนี้น่าจะขายทัวร์ มีทัวร์ Thailand ซะด้วยสิ

เดินมาจนถึงแล้ว โบสถ์นี้สวยมาก St. Peter จัดภาพบรรยากาศด้านนอกโบสถ์สักชุด

นี่เป็นด้านในโบสถ์ เงียบสงบ ไม่มีใครเลย

มีแต่ 2 คนนี้

เวลาปิดเปิดโบสถ์

ก่อนกลับอีกสักเซต

เดินต่อไปอีกนิด เพื่อไปยังโบสถ์ Fraumunster ซึ่งยังไม่เปิด ก็เลยถ่ายรูปกันอยู่ข้างนอกเช่นเคย

ด้านนอกมีอนุเสาวรีย์ ภาพค่อนข้างย้อนแสง ก็แปลกอีกแบบค่ะ

บรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำ ท้องฟ้าดูสวยงามแปลกตา

อยากเก็บวันเวลาแห่งความสุขนี้ไว้จริงๆ

ท่านี้ก็มา ท่าเทรนขา สองคนนี้เค้าชื่นชอบท่านี้เป็นพิเศษ ที่เห็นเป็นยอดๆ ด้านหลังก็คือโบสถ์ที่เรากำลังจะไปกัน

ข้ามมาต่อกันที่ Grossmunster อีกโบสถ์นึง ระหว่างทางก็ถ่ายบรรยากาศ

มาถึงแล้วต้องแตะ อันนี้แตะได้

ที่นี่เข้าไปได้แต่ห้ามถ่ายรูป

กำลังรอเดินเข้าไปชมภายในโบสถ์ พอดีว่าเค้ากำลังซ่อมบางอย่างที่บริเวณทางเข้า ด้านในโบสถ์ สวยงาม อลังการ แต่ห้ามถ่ายรูปก็เลยไม่มีภาพสวยๆ มาฝาก ออกจากโบสถ์ก็เดินเล่นชมเมือง บรรยาศช่วงสายๆ ของเมือง

เราไปรอขึ้นรถรางบริเวณใกล้ๆ กับตึกใหญ่ๆ นี่แหละค่ะ เพื่อที่เราจะไปยังโอเปร่าเฮาส์ ภาพนี้เป็นตอนที่ลงจากรถราง

ถึงแล้ว โอเปร่า house

ด้านหน้าโอเปร่า house มีฝรั่งมานั่งตากแดดอ่อนๆ กันเต็มไปหมด

คนไทย 2 คนนี้ก็เลยไปนั่งบ้าง แต่หลบๆ แดดหน่อย เดี๋ยวดำ

รูปปั้นที่อยู่ด้านหน้า โอเปร่า House ถ่ายมาซะทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

เดิมข้ามไปริมฝั่งแม่น้ำ ผ่านอนุเสาวรีย์นี้ไป

บรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำ

มีคนมาให้อาหารหงส์ด้วย เดินเล่น กินบรรยากาศกันสักพัก


จากนั้นข้ามสะพานลอยไปอีกฝั่งเพื่อจะถ่ายรูปวิวที่มีทั้ง 3 โบสถ์ นี่เป็นภาพบนสะพานลอย

ในที่สุดก็ได้มาแล้ว วิวนี้เลย

ภาพนี้ขณะรอรถเพื่อไปยังสถานีรถไฟ ฝรั่งมอง 2 คนนี้ไหลมือถือ 555

เกือบเที่ยงละก็เลยกลับมาที่สถานีรถไฟ Zurich (มาบ่อยมาก) ด้านในมีการแข่งขันปั่นจักรยาน จัดโดย Swiss com

ขึ้นรถไฟได้ก็รับประทานอาหารกลางวันกันบนรถไฟนั้นเลย เราออกเดินทางเพื่อจะไปยังประเทศที่เล็กที่สุดในโลกก็คือ Lichtenstein อาหารกลางวันก็ซื้อไส้กรอกที่สถานี กินกัน 3 คน 20 ฟรังค์ เอาขึ้นไปกินบนรถไฟเพราะรถจะออกพอดีค่ะ แผนการเดินทางคือ นั่งรถไฟไปถึงเมือง Sargan แล้วต่อรถบัสไป Vaduz เมืองหลวงของประเทศ Lichtenstein นี่เป็นวิวระหว่างทาง ถ่ายจากรถไฟ

ถึงสถานีรถไฟแล้วต่อรถบัสสาย 12 E รถจะมาเวลา 13.36 น. ตรงเวลานะคะ

รถบัสจะมาตรงนี้นะคะ

มาแล้วค่ะ รถบัสคันนี้นี่เอง พอรถบัสมาก็ไปขึ้นไปนั่งรอด้านในเลย

ซบกันสร้างภาพว่าร้ากกกกกัน

Swiss pass ขึ้นฟรี นั่งรถไปสักพักก็จะมีคนมาตรวจ ก็ยื่น Swiss pass ให้เขาดู ลงที่ป้ายสุดท้าย Vaduz post

ประมาณ 30 นาทีก็เดินทางไปถึงกรุง Vaduz ประเทศ Lichtenstein เรียบร้อยแล้ว ลงรถก็ออกเดินไปทางศาลาว่าการ

ที่นี่มีรูปปั้น ศิลปกรรมที่แปลกตา และมีตลอดทางเสียด้วย เดินเล่นถ่ายรูปกะสิ่งต่างๆ สนุกสนานกันใหญ่

พระราชวังอยู่บนเขา มีเจ้าผู้ครองนครอยู่ที่นั่น

เดินไปเรื่อยก็ถึง information เข้าไปขอ Map เพื่อเดินชมเมืองได้เลย

มีพิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ด้วย แต่เราไม่ได้เข้าไปกัน ได้แต่ถ่ายรูปจากด้านนอก

ร้านขายของที่ระลึก มีตลอดทางให้แวะเยี่ยมชม

เดินไปตามทางเรื่อยๆ มีมุมสวยให้ถ่ายภาพตลอดทาง

เดินตามทางไปเรื่อยๆ จนสุดถนน ก็ให้เลี้ยวไปทางขวา ตามแผนที่ เป็นถนน Lettstrasse

เราจะไปสนามกีฬาของกรุง Vaduz กัน เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะถึงสนามกีฬา ไม่มีคนเดินเลย มีแต่เรา 3 คน

ชมวิวไปเรื่อย บ้านเมืองเค้าน่ารักดีค่ะ ชนบทมากๆ แต่นี่เมืองหลวงเชียวนะคะ

ถึงแล้วค่ะ สนามกีฬาที่เราดั้นด้นเดินกันมา เงียบมาก

มาถึงแล้วก็เดินเข้าไปด้านในเลย ประตูเปิดอยู่ ไม่เสียค่าเข้าชม ไม่มีใครเลย

แผนการเดินทางต่อจากนี้ เราจะเดินไปยังสะพานไม้ที่ข้ามแม่น้ำไรน์ ที่แบ่ง Switzerland และ Lichtenstein โดยเดินออกจากสนามกีฬาแล้วให้เดินไปทางขวา สุดทางจะมีทางจักรยานอยู่บนเนิน ให้ไปเดินบนนั้นจะสะดวกและปลอดภัย เห็นสะพานนั้นอยู่ลิบๆ ละ

เดินประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะถึงสะพานไม้ที่ว่า ใกล้เข้ามาทุกที ไม่มีใครเลยค่ะ มีแต่เรา 3 คน และนักปั่น นานๆ มาที เดินกันจนถึงแล้วสะพานไม้เป้าหมาย

เดินเข้าไปด้านในได้เลย ดูซิมีอะไรน่าสนใจบ้าง

ตรงนี้จะเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่าง Liechtenstein กับ Switzerland แบ่งกันง่ายๆ แบบนี้เลย แต่ไม่มีคนตรวจเวลาข้ามแดนนะคะ อยากข้ามก็เดินข้ามปาย

เดินมาจนทะลุอีกฝั่งก็เป็นสวิตเซอร์แลนด์ เรา 2 คน ก็เลยขอถ่ายรูปในท่ายืนตรงของผู้นำในดวงใจกันค่ะ

เดินเล่นถ่ายรูปกันสักพัก ก็เดินกลับ เดินมาถึงกลางสะพานไม้ ก็เลยขออีกสักภาพ

คราวนี้เดินตรงจากสะพานไม้ กลับทางนั้นเลยค่ะ เดินตรงมาเรื่อยๆ จนถึงวงเวียน ก็เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสายหลักของเมือง เดินผ่านโบสถ์ของเมือง Vaduz ไปยังป้ายรถเมล์ รถรถสายเดิม 12E กลับไปยัง Sargan

บ๊าย บาย นะ ประเทศเล็กๆ คุณได้สร้างความประทับใจที่ยิ่งใหญ่ให้กับพวกเราแล้ว...

นั่งรถไฟจาก Sargan กลับมายัง Zurich ขอไปถ่ายรูปนางฟ้าที่สถานีรถไฟ Zurich ซะหน่อย นั่นไงคะ มีปีกด้วย

ออกจากสถานีรถไฟ เดินข้ามถนนไปยัง Zurich museum ซึ่ง Swiss pass เข้าฟรี ก่อนเข้าไปก็ต้องฝากกระเป๋าด้วยค่ะ อ้อ เวลาเข้าไปพวกนี้จะต้องแวะที่ Ticket ก่อน เค้าก็จะให้ตั๋วพวกเรามาคนละใบ


จากนั้นก็เอากระเป๋าไปเก็บที่ห้อง Locker เข้าไปชมด้านใน Museum ตัวเปล่าๆ เบาๆ บางห้องก็จะไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป

ก่อนกลับแวะซื้อของที่ระลึกอีกเล็กน้อยเป็นที่ตัดเล็บ และช็อคโกแลต และไม่ลืมที่จะแวะร้าน Migros เพื่อซื้อหมู (ได้ราคาแพคละ 1.4 ฟรังค์เองค่ะ ซื้อมา 2 แพ็ค) เพื่อที่จะไปทำหมูจุ่มกินกันที่โรงแรม ฟินค่ะ

และแล้ว Switzerland Trip ของพวกเราก็สำเร็จลงได้ด้วยดี การท่องเที่ยวครั้งนี้เสียงบประมาณทั้งหมดทั้งสิ้นคนละ 60,000 บาท ซึ่งคุ้มค่ามากกับสิ่งที่พวกเราได้มาเห็นและได้รับประสบการณ์ในการเดินทางในครั้งนี้ การทำการบ้านที่หนักเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลก่อนที่จะมา เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทริปนี้จบลงได้อย่างสวยงาม ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่รักการท่องเที่ยว และหากท่านใดประสงค์ที่จะขอข้อมูลที่พวกเราใช้ในการมาท่องเที่ยวครั้งนี้ ติดต่อมาได้เลยอย่าได้เกรงใจ มี file ข้อมูล สามารถส่งต่อให้ได้ ไม่หวงเลยค่ะ

Day 8 Bye Bye Zurich. We will be back!

เครื่องบินของเรา Flight 11.25 น. ดังนั้นวันนี้ไม่ต้องเที่ยวกันแล้ว ตื่นมาก็เก็บของ check out เพื่อไปยังสนามบินกันเลยค่ะ ขากลับได้นั่งด้วยกันทั้ง 2 ต่อ ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาจนถึงบันทึกนี้ พบกันใหม่บันทึกหน้านะคะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน learn2travel



ความเห็น (0)