STEM (สะเต็มศึกษา) คือ อะไร

kodchaphon
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

จากการการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ ครั้งที่ 1/2559 วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2559 ณ โรงแรมตรัง กรุงเทพมหานคร พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดให้มีการขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนตามประเด็นปฏิรูปการศึกษา อยู่ 9 เรื่องใหญ่ๆ หนึ่งในนั้น คือ การจัดการเรียนการสอน STEM ในสถานศึกษา จึงทำให้เกิดคำถาม มากมายตามมา ว่า STEM คือ อะไร มีวิชาอะไรบ้าง สอนอย่างไร E คือ ภาษาอังกฤษ ใช่หรือไม่ T หมายถึง ICT หรือเปล่า ฯลฯ ผู้เขียนจึงเริ่มค้นหาคำตอบเหล่านั้น ซึ่งพอสรุป ได้ดังนี้

STEM อ่านว่า สะเต็ม เป็นย่อมาจาก ภาษาอังกฤษ 4 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และ คณิตศาสตร์ (Mathematics) หมายถึงการเชื่อมโยงองค์ความรู้ต่างๆ ของทั้ง 4 ศาสตร์วิชา ในโลกของความเป็นจริง มาบูรณาการเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การทำงาน ตลอดถึงการประกอบอาชีพ

สสวท. ให้ความหมายของสะเต็มศึกษา คือ แนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้ใน 4 สหวิทยาการ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ โดยเน้นการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต และการทำงาน ช่วยนักเรียนสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง 4 สหวิทยาการ กับชีวิตจริงและการทำงาน การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ไม่เน้นเพียงการท่องจำทฤษฎีหรือกฏทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ แต่เป็นการสร้างความเข้าใจทฤษฎีหรือกฏเหล่านั้นผ่านการปฏิบัติให้เห็นจริงควบคู่กับการพัฒนาทักษะการคิด ตั้งคำถาม แก้ปัญหาและการหาข้อมูลและวิเคราะห์ข้อค้นพบใหม่ๆ พร้อมทั้งสามารถนำข้อค้นพบนั้นไปใช้หรือบูรณาการกับชีวิตประจำวันได้ (http://www.stemedthailand.org/?page_id=23)

ซึ่งในการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องตามแนวทางสะเต็มศึกษา จึงเป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการสหวิชา ที่สอดคล้องกับทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ที่เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ปัญหาเป็นฐาน ใช้คำถามเป็นเครื่องมือ ให้เด็กเกิดความคิด เรียนรู้จากความสงสัย ครูต้องเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น ให้เหตุผล วิพากษ์ วิจารณ์ แสดงความรู้ความเข้าใจที่สอดคล้องกับหลักวิชาเหล่านั้น โดยมีเป้าหมาย สูงสุดคือ ให้ผู้เรียนเกิดความรัก และเห็นคุณค่าของ วิชาเหล่านั้น เห็นว่า 4 วิชานั้น เป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัว อยู่รอบๆตัวเรา ทุกหนทุกแห่ง ทุกเวลา ทุกสถานที่ เราสามารถนำความรู้ หลักการ มาใช้ในวิถีชีวิตประจำวันได้ทุกวัน

การจัดการเรียนการสอนที่หลายโรงเรียน กำลังดำเนินการอยู่ปัจจุบัน เช่น การจัดการเรียน การสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน ( PBL

: Problem Based Learning) การจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการแบบเปิด (Open Approach) หรือ การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (Inquiry) ฯลฯ เหล่านี้เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับ

สะเต็มศึกษา ทั้งสิ้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คนล่าฝัน



ความเห็น (0)