วัดสายตรี (ถ้ำภูเขาทอง เนรมิต)

วัดสายตรี (ถ้ำภูเขาทอง เนรมิต)

นายอานนท์ ภาคมาลี (คนหาปลา ข้าราชการบำนาญ)

พระครูวิสุทธิบุญญากร (หลวงพ่อบุญเหลือ ฐิตธมํโม) วัดสายตรี (ถ้ำภูเขาทอง เนรมิต) ตำบลธารเกษม อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ ๑๖ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ รับพระราชทานมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เลื่อนสมณะศักดิ์สัญญบัตรภัฎยศชั้นเอก แต่งตั้งเป็นพระครูวิสุทธิบุญญากร (หลวงพ่อบุญเหลือ ฐิตธัมโม) หลวงบุญพ่อเหลือ ฐิตธัมโม ไม่อนุญาตให้มีการจัดงานฉลองเลื่อนสมณะศักดิ์สัญญบัตรภัฎยศชั้นเอก เป็นการรบกวนชาวบ้าน แต่ในครั้งนี้ คณะกรรมการวัดและ ศิษยานุศิษย์ ขออนุญาตจัดงานฉลองเลื่อนสมณะศักดิ์สัญญบัตรภัฏยศชั้นเอก ประกอบกับในปีนี้หลวงพ่อบุญเหลือ ฐิตธัมโม มีอายุครบ ๘o ปี พระครูวิสุทธิบุญญากร (หลวงพ่อบุญเหลือ ฐิตธัมโม) เกิดเมื่อวันพุทธที่ ๕ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช๒๔๗๙ บิดาชื่อคุณพ่อเลี่ยว จานดี มารดาชื่อคุณแม่รุน จานดี ณ บ้านดงบัง อำเภอประจันตะตาม จังหวัดปราจีนบุรี จบการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๔ โรงเรียนบ้านทุ่งแฝก อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี อุปสมบทเมื่อวันที่ ๒๐ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๐๓ เวลา ๑๕.๒๕ น. ณ วัดทุ่งแฝก อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีพระธรรมสันทัศกาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูนิธานธรรมนิเทศ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการเหง้า เป็นพระอนุสาวนาจารย์ สอบได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียน วัดทุ่งแฝก ย้ายเข้าสังกัด วัดสายตรี (ถ้ำภูเขาทอง เนรมิต)

เมื่อประมาณปีพุทธศักราช ๒๔๘๕ ได้มีพระธุดงค์เดินทางผ่านมาที่ภูเขาแห่งนี้ชื่อหลวงพ่อสีดาและพรอาจารย์เนตร เห็นว่าเป็นทำเลดีที่จะอยู่จำพรรษาปฏิบัติธรรม และไม่ไกลจากวัดพระพุทธบาท ประกอบสถานที่แห่งนี้มีถ้ำอยู่หลายถ้ำ พอที่จะอาศัยอยู่ จึงจำพรรษาอาศัยอยู่ ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๔๙๘ หลวงพ่อสีดาได้มรณภาพลง รวมอายุได้ ๖๐ ปี พระอาจารย์เนตรได้เก็บอัฐิไว้ในสถูปบนเขาและสร้างพระนอนเพื่อไว้เป็นที่ระลึก


หลวงพ่ออ่อน จตตสลโล เป็นคนจังหวัดศรีษะเกษ เดินธุดงค์เข้าไปในประเทศกัมพูชาประมาณปีพุทธศักราช ๒๔๙๒ แล้วเดินวกกลับมายังประเทศไทย มาออกทางด้านอำเภออรัญประเทศ ธุดงค์เรื่อยมาทางอำเภอสระแก้ว ต่อมาอำเภอกบินทร์บุรี เรื่อยมาจังหวัดนครนายก ต่อมาสระบุรี ขึ้นไปกราบนมัสการรอยพระพุทธบาท เสร็จแล้วธุดงค์ต่อไปจังหวัดลพบุรี ไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่ถ้ำเอราวัณ เกิดนิมิต เห็นภูเขาเป็นทอง แล้วหลวงพ่ออ่อน ก็ออกตามหาภูเขาลูกนั้น จนเห็นเหมือนในนิมิต เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๙๓ และมาพบพระอาจารย์เนตร หลวงพ่ออ่อนสร้างกุฏิขึ้น ๑ หลัง ก่อสร้างขึ้นเรื่อยๆจนได้สร้างศาลาและแท้งค์น้ำเพื่อรองรับน้ำฝนเอาไว้ฉันท์และสรงน้ำบนภูเขา จึงเกิดเป็นที่พักสงฆ์ เรียกว่าถ้ำภูเขาทอง เนรมิต พอปีพุทธศักราช ๒๔๙๗ จึงสร้างพระขึ้น ๑ องค์ เป็นพระองค์ใหญ่เรียกหลวงพ่อขาว และพุทธศักราช ๒๔๙๘ สร้างพระพุทธรูปอีก ๓ องค์ ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๘ หลวงพ่อชยันต์ อิทธิญาโณ หรือหลวงพ่อตัน ธุดงค์มาอยู่กับหลวงพ่ออ่อน พอถึงปีพุทธศักราช ๒๕๐๒หลวงพ่ออ่อน พระอาจารย์เนตร จึงสร้างพระนาคปรกอีก ๑ องค์ ตั้งชื่อว่าหลวงพ่อพุทธโคดม บรมครู มีแผ่นจารึกผู้สร้างไว้ ต่อมาพระอาจารย์เนตรออกเดินธุดงค์อีกครั้ง ไม่มีใครทราบว่าท่านไปที่ไหน

เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๕ หลวงพ่อเหลือจึงได้เดินธุดงค์มากับหลวงพ่อตัน มาอยู่ด้วย จนมาถึงปีพุทธศักราช ๒๕๑๑ หลวงพ่ออ่อนมรณะภาพลง และได้ทำพิธีทางศาสนาแล้ว เก็บศพศพหลวงพ่ออ่อนไว้สองปี จึงได้ทำการฌาปนกิจเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๓ (หลวงพ่ออ่อนมาอยู่ที่วัดถ้ำภูเขาทองตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๙๓ ๒๕๑๑ รวมระยะเวลา ๑๘ปี) หลวงพ่อตัน รับตำแหน่งเจ้าอาวาสต่อจากหลวงพ่ออ่อนตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๑๑

วัดสายตรี(ถ้ำภูเขาทอง เนรมิต) ตั้งอยู่เลขที่ ๑๖ ถนนสาตรี ซอย ๒ หมู่ที่ ๓ ตำบลธารเกษม อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๒ ไร่ โฉนดเลขที่ ๑๐๙๕ อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๒ เส้น ติดต่อที่ดินของเอกชน ทิศใต้ยาว ๒ เส้น ติดต่อกับพื้นที่ป่าสงวน เป็นภูเขา ทิศตะวันออกยาว ๓ เส้น ติดกับถนนสายตรี ทิศตะวันตกยาว ๓ เส้น ติดต่อที่ดินของเอกชน

วัดสายตรี (ถ้ำภูเขาทอง เนรมิต) ในสมัยนั้นขึ้นกับกับกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเมื่อวันที่ ๒๓ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๐๘ และได้ประกาศแต่งตั้งให้เป็นวัดเมื่อวันที่ ๒๗ เดือนมกราคม ๒๕๒๖ โดยมีคุณบุญจร โพธิ์ศรีเป็นผู้ขออนุญาตต่อทางราชการ

หลวงพ่อตัน หรือพระครูใบฎีกาชยันต์ อิทธิญาโณ ท่านเป็นพระนักพัฒนา สร้างความเจริญให้กับวัด สร้างศาลาการเปรียญหลังใหญ่ ๑ หลังก่ออิฐถือปูน กุฏิ ๔ หลัง หอระฆัง หอสวดมนต์ ห้องน้ำ และในปีพุทธศักราช ๒๔๓๙ หลวงพ่อตันได้มรณภาพลง บรรจุศพหลวงพ่อตันไว้สองปี พอครบสองปีหลวงน้าที่อยู่อำเภอกบินทร์บุรีมารับศพไปบำเพ็ญกุศลฌาปนกิจที่วัดมหาชัย (หลวงพ่อตันมาอยู่เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๙๘ ถึงปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ รวม ๔๑ ปี) เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่สอง

พระครูวิสุทธิบุญญากร (บุญเหลือ ฐิตธัมโม) ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส เมื่อวันที่ ๑๑ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๙ จนถึงปัจจุบัน หลวงพ่อเหลืออายุครบ ๘๐ ปี (เกิดเมื่อวันที่ ๕ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๙๗)พรรษาที่ ๕๖ หลวงพ่อเหลือเป็นพระนักพัฒนา ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างมากมาย

อาคารเสนาสนะต่างๆ พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ พระประธานที่อุโบสถ ศาลาการเปรียญและหอสวดมนต์ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ หลวงพ่อเหลือ มาจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้เป็นเวลายาวนานถึง ๕๔ ปี

เมื่อวันที่ ๑๒ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ ได้เดินทางขึ้นสำรวจบนภูเขา สำรวจถ้ำต่างๆ พันธุ์พืชไม้และถ่ายภาพมา เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สำหรับผู้ที่สนใจ รายชื่อผู้ที่ขึ้นไปสำรวจ

๑. พระอาจารย์สุพล ปริปุณโณ (ภูผา) ๒. พระนพพร กมมสุทโธ (กัลยาบุตร)

๓. พระจรูญ จัตตมโล (อินทร์รักษ์) ๔. นายอานนท์ ภาคมาลี (ผู้เขียนจดบันทึกและถ่ายภาพ)

๕. คุณอุทัย ห้างวงค์ ๖. คุณสาคร ด้วงทอง

ในการจัดงานครั้งนี้คณะกรรมวัด และศิษยานุศิษย์ พร้อมได้จัดสร้างวัตถุมงคลที่ระลึก เลื่อนสมณะศักดิ์ และเจริญพร และวัตถุมงคลต่างๆ ไว้ให้กราบไหว้บูชา และเป็นของที่ระลึก

ขอเจริญพรมายังศิษยานุศิษย์ และศาสนิกชนผู้ที่สนใจ ร่วมเป็นเจ้าภาพฉลองสัญญาบัตรพัดยศชั้นเอก และทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เนื่องในวาระโอกาสประเพณีวันสงกรานต์ และวันขึ้นปีใหม่ไทย พร้อมรับวัตถุมลคลจาก พระครูสิทธิบุญญากร (หลวงพ่อเหลือ ฐิตธมํโม) ข้าพเจ้าตั้งชื่อว่า “ เหลือกิน เหลือใช้ เหลือเก็บ”

และในโอกาสครั้งนี้ ยังมีวัตถุมงคลต่างๆ ไว้ให้บูชาและสั่งจอง สนใจติดต่อ โทร.๐๙๓ ๐๒๕๓๐๙๔พระอาจารย์สุพล ปริปุณโณ ในวันที่ ๑๕ เดือนเมษายน ๒๕๕๙ เริ่มงานตั้งแต่ ๐๙.๐๐ น.เป็นต้นไปสรงน้ำหลวงพ่อ และงานฉลองพัดยศ ถวายภัตตาหารเพล ทอดผ้าป่า เรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา สาธุๆๆ

พระอาจารย์สุพล ภูผา ท่านเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนสุธีวิทยา อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีปีพุทธศักราช ๒๕๑๕ จบการศึกษา รุ่นที่ ๑๑ สธ. ๐๘๖๒ ท่านได้รับมอบอำนาจทำการแทนเจ้าอาวาสวัดสายตรี (เนื่องจากหลวงพ่อเหลือ มีอายุมาก และมีโรคประจำตัว)


ดอกอรพิม/คิ้วนาง

ปัจจุบัน ได้ดำเนินการทาสีทอง ทั้งองคํพระโดยคุณจำเนียร คุณญบุญมา ศรีจำปา และครอบครัว บริจาคหิน ปูน ทราย และอาหาร น้ำ เครี่องดื่ม ถวายเพลพระและชาวบ้านที่มาช่วย โดยแบก หิน ปูน ทราย ไปครั้งละหน่อยหลายๆเที่ยว พระชื่อหลวงพ่อศิลาชัย สร้างปี 2499(หลวงพ่ออ่อนสร้างอยู่บนกลางเขา) โดยใช้ไม้ไผ่เป็นโครง ใช้หินที่ละก้อนอยู่บนเขาเรียงเป็นชั้นๆขึ้นไปประกอบเป็นองค์พระ ได้บูรณะปฏิสังขรทาสีองค์พระเป็นสีทอง เหลืองอร่าม และจะได้ทำบุญ บนเขา ถวายเพลพระในวันที่ 5 เดือนมิถุนายน 2559 ตรงกับวันคล้ายวันเกิดหลวงพ่่อเหลือ อายุ 80 ปี 56 พรรษา ขอเรียนเชิญมากราบนมัสการ ท่องเที่ยวบนเขาและร่วมบริจาคได้ท่ีวัดตามหมายเลขโทร.พระอาจารย์สุรพล ด้านบน หรือร่วมบริจาคทำบุญ ขอเรียนเชิญทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

รายนามพระเกจิอาจราย์นั่งปรกอธิฐานจิต พุทธาภิเษกวัตถุมงคลวัดตึก อำเภอสรรบุรี จังหวัดชัยนาท เมื่อวันที่ 1 เดือนเมษายน พ.ศ.2559 เวลา 14.00น.

1. พระราชสุมธโสภณ           ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท

2. พระครูนิพัทธ์สุธีราภรณ์    เจ้าคณะตำบลตาคลี จ.นครสวรรณ

3. พระครูอาจารวิสุทธิ          เจ้าอาวาสวัดข่อยกลาง จ.ลพบุรี

4. พระครูสุจิตตสังวรการ      เจ้าคณะตำบลหางน้ำสาคร จ.ชัยนาท

5. หลวงพ่อวิชารติยุตโต      เจ้าอาวาสวัดศรีมณีวรรณ จ.ชัยนาท

6. พระครูสุวรรณวิโรจน์        เจ้าคณะอำเภออินทร์บุรี จ.ชัยนาท

7. พระครูอนุกูลกัลยาณกิจ   เจ้าคณะตำบลเชิงกลัด จ.สิงห์บุรี

8. พระครูวิบูลโพธิธรรม        วัดโพธ์ิศรีเจริญ จ.สุพรรณบุรี

9. พระอาจาร์สมชาย ฐานวโร(หลวงพ่อเสือ)อำเภอพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

พระครูวิทธิบุญญากร (หลวงพ่อเหลือ)ท่านมรณภาพเมื่อคืนวันที่ ๔ เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ รวมสิริอายุ ๘๐ปี ๑เดือน



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อักษรย่อ ทะเบียนรถ



ความเห็น (0)