ต้องมีครู

78. ต้องมีครู

วันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม 2559

1. ไปทำอะไรมา (ไปเฮ็ดหยังมา)

วันนี้ตอนเช้าที่เข้าไปกราบครู ท่านเมตตาเตือนแต่เช้า ชี้ข้อบกพร่องให้แก้ไข ท่านใช้ภารกิจเผยแพร่บุญผ่านผลิตภัณฑ์. ที่หนูไม่ค่อยยอมทำตลาดแบ่งบุญ ทั้งที่ต้นทุนมีมาก พอทำไม่ผ่าน มันไปไปเผลอตัวพลาดพลั้งทำโดยพละการ ไปกราบหลวงปู่ โดยไม่กราบเรียนปรึกษาครู

วันนี้ชวนน้องนีกราบลาครูและกวาดตาดก่อนออกมา ครูเมตตาเป็นตนแบบพาทำ

2 ตอนที่ทำมันคาดหวังอะไร (คาดหวังอะไรจากสิ่งที่ทำ)

เพราะกิเลสตัวริษยาลากไป อวดดีอวดอ้าง คาดหวังจะได้คำชม ไปกราบหลวงปู่ท่านก็เมตตา มันจะมาอวดอ้างครู

3. ทำไปแล้วมันเป็นไปตามคาดหวังอย่างไร /อะไรไม่เป็นไปตามคาด

จากที่คาดหวังจะได้คำชมแต่ครูทุบกิเลสไม่ให้มันหลงและให้หนูเห็นตนเองว่า พลาดพลั้งทำกรรมอะไรลงไป

4.ได้เรียนรู้อะไร

ได้บทเรียนเรื่องว่า ถ้าไม่เชื่อครูบาอาจารย์มันจะพลาดพลั้งทำกรรม

หนูได้บทเรียนว่า อะไรไม่แน่ใจถามก่อน ยิ่งถ้าสิ่งที่ทำจะรบกวนท่าน ต้องเตือนสติตนเอง

บทเรียนแบบหนักๆ แต่ก็พยายามย้ำกับตนเองว่า

เราโง่ ต้องกราบเรียนถามเพื่อให้ตนเองเข้าใจให้

5. จะทำอย่างไรกับสิ่งที่ได้เรียนรู้นั้น (อันผิดแล้วจะได้ไม่ผิดอีก อันดีแล้วจะได้ดีขึ้น)

ครูเมตตาให้ทางแก้ แนวทางมาเป็นข้อๆ ให้มาหาคำตอบกับตนเอง

กิเลสเล่นงานให้จำไม่ได้ ทำออกมาแบบไม่ใช่

ทำความรู้กับตนเองแล้วถือกระดาษไปขอกราบเรียนถามท่านใหม่

ท่านเมตตาย้ำให้พร้อมทวนสอบให้เป็นข้อๆ

ชัดว่า ทำผิดแล้วก็ปรับแก้ไข ฝึกใจ ไม่ใช่สักๆแต่มาตามใจ

กราบเรียนเล่าพระพี่ชาย ท่านบอกว่า "ดีแล้ว"

ปกติ มันก็ทำแต่ไม่เคยเห็น มันเหมือนพญามารที่อยู่กับหนูแต่ซุ่มรอจังหวะ พอกิเลสออกมาแบบนี้ แม่ครูน้องเลยจัดให้ ช่วยให้น้องเผชิญหน้าและทำความรู้

นี่คือ สิ่งดีที่ต้องทำต่อไป ผิดแล้วทำความรู้แก้ไข พระพี่ชายบอกอีกว่า เขียนแบบบันทึกพระคุณครูเป็นข้อๆ ดูจะเขียนได้ดีชัดเจนกว่า บันทึกทั่วไปที่หนูเขียน ท่านชี้ให้หนูทำต่อไป

สิ่งที่เคยพลาด ต้องสำรวมระวัง แต่ไม่ใช่ระแวง

หมายถึง. ตั้งใจกับตนเองระวังไม่ให้มันเกิดขึ้น

แต่ไม่ใช่ระแวงจนกังวล

อีกเรื่องคือ ถามก่อน เหมาะสมอะไรอย่างไรเดี๋ยวครูท่านจะบอกเอง

เพราะตัวหลง ครอบงำลากตกทาง แต่พระความเมตตาของครู รั้งไว้ สาธุเจ้าค่ะ เพราะกิเลสเต็มไปหมดแล้วไม่มีปัญญาเห็นตนเอง แบบนี้ทางนี้จึงต้องมีครู สาธุเจ้าค่ะ

ศีล

ข้อหนึ่งไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียน วันนี้เบียดเบียนครูเต็มๆ ข้ามหัวท่านแต่ท่านก็เมตตาสงสารแก้ให้ พาลงมือแก้ไข

ข้อสองไม่ลักทรัพย์ วันนี้เก็บข้าวจี่ไว้ ตอนหาไม่เจอใจไปใส่ร้ายแม่ชีว่าคงอป็นท่านที่เอาไป เห็นจิตตนเองที่แย่มาก เคยตำหนิผู้อื่นกรณีนี้แล้วยังมาทำเอง

ข้อสามประพฤติพรหมจรรย์ ราคะเยอะมากค่ะ มาในคราบของน้ำตา. เนียนมาแบบครอบมาจากข้างใน ครูเมตตาสะกิดให้สติ ทำความรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น

ข้อสี่ไม่โกหก ไม่พูดส่อเสียด วันนี้ชัดมาก ปากบอกครูว่าจะตั้งใจใหม่ ไม่ทันจะออกจากท่าน น้ำตามาอีก ราคะครอบงำไม่ทันเห็น เผลอเคลิ้มไปบ้าง เอ๋อบ้างบอกท่านว่าจะเอาใหม่ ทางแก้ที่ท่านเมตตาให้ก็จำผิดๆถูกๆ จนท่านต้องเมตตาย้ำให้ใหม่ แถมส่งบันทึกช้าอีกค่ะ

ข้อห้าไม่ดื่มเหล้า ไม่ขาดสติ เผลอมากจนพลาดพลั้งข้ามหัวครู

ข้อหกไม่ทานอาหารหลังเที่ยง. ใจมันหิวมีเมนูลอยมาตั้งแต่บ่ายสามเลยค่ะ สุดๆ

ข้อเจ็ดไม่ดูละครไม่ฟังเพลง แต่ใจก็เผลอดังข้างในเรื่อยๆ หรือทำอะไรก็คิดแต่ว่าเอาสนุกเข้าว่า พอจะฝึกฝืนตนเองเลยยาก

ข้อแปดไม่นั่งนอนบนที่นอนสูง เหมือนโดนความง่วงเหงาหาวนอนครอบงำ เพราะใจคุ้นกับการหนีโดยการนอน


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ชีวิต



ความเห็น (0)