ในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ที่คุณทนง ขันทอง (บรรณาธิการอาวุโสของเครือเนชั่น) มาบรรยายพิเศษที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ท่านได้มอบเอกสาร ไว้ให้ผมและเพื่อนอาจารย์ฉบับหนึ่ง เป็นเอกสารรวบรวมบทความต่างๆ ที่ท่านเขียนถึงเหตุผลที่คนไทยต้องน้อมนำเอาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และเสนอแนวทางการน้อมนำมาใช้ในระดับผู้บริหารประเทศไว้อย่างชัดเจน โดยใช้ชื่อเอกสารว่า "จุดที่ไม่หวนกลับ the point of no return" .... ผมอาจจบอย่างรวดเร็ว เพราะสนุกและประเทืองปัญญาอย่างยิ่ง จึงอยากแนะนำให้ท่านๆ ได้อ่านบ้าง...


เอกสารนี้ยังไม่มีการรวมเล่มเผยแพร่ บันทึกนี้จึงเป็นเพียงแต่การตีความและสะท้อนการเรียนรู้ของผมเองหลังจากได้อ่านเอกสารจบ ผมตีความตาม "คติ" ของผม ดังนี้ครับ

  • ประเทศไทยเพิ่งจะผ่าน "จุดที่จะไม่มีวันหวนกลับ" "the point of no return" หรือจุดเปลี่ยนของประเทศไปแล้วด้วย ๔ เหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ ๑) บิ๊กตู่ทำการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา ๒) บิ๊กตู่เดินทางไปเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๗ ๓) บิ๊กตู่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา ๔๔ ในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘ และ ๔) บิ๊กตู่เปิดทำเนียบต้อนรับนายกรัฐมนตรี Dmitry Medvedev อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๗-๘ เมษายน ๒๕๕๘
  • ข้อ ๑) การทำรัฐประหาร บอกว่า ประเทศไทยมีโอกาสย้อนกลับไปแก้ไขอะไรๆ ให้ถูกต้อง หลังจากที่ระบบประชาธิปไตยที่ใช้กันมานานตั้งแต่ ๒๔๗๕ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ประชาธิปไตยแบบตะวันตกนั้นทำลายประเทศไทย ทำลายชาติ ศาสนา และโดยเฉพาะพระมหากษัตริย์ อย่างต่อเนื่อง (ตั้งแต่ ๒๔๗๕ ปีแรกที่คณะราษฎร์เปลี่ยนการปกครองเป็นประชาธิปไตยที่ไม่แท้จริง) .... เปลี่ยนให้เป็น "ธรรมาธิปไตย" เอาความถูกต้องเป็นที่ตั้ง...
  • ลัทธิล่าอาณานิคมสมัยก่อนใช้วิธีทำสงคราม เอาอาวุธมาบีบบังคับให้มอบทรัยพยากร ยึดแผ่นดิน เพราะผู้ล่า(คือลอนดอนและโรม) ขาดทรัพยากรและแผ่นดินนอนผืนน้อย (ต่างจากการทำสงครามในถิ่นอุษาคเนย์หรือเอเชียอาคเนย์ ที่ทำสงครามเพื่อกวาดต้อนเอาผู้คน) แต่การล่าอาณานิคมในปัจจุบันเปลี่ยนไปใช้วิธีที่แยบยลมากขึ้น คือใช้ทั้งวิธีทางเศรษฐกิจและทางการทหาร
  • ยุทธวิธีทางเศรษฐกิจในการล่าอาณานิคม เริ่มจาก บีบให้เปิดประเทศ ส่งเงินดอลลาร์เข้าไปทำให้เจริญจนเกิดฟองสบู่ ตามด้วยการโจมตีทำลายค่าเงินของประเทศผู้ถูกล่า โดยการดึงเงินดอลลาร์กลับอย่างรวดเร็ว และสุดท้าย เข้าไปกว้านซื้อสินค้าทรัพยากรของประเทศนั้น ๆ (เหมือนที่ไทยโดนในปี ๒๕๔๐ วิกฤตต้มยำกุ้ง และรัสเซียโดน)
  • หลังจากไทยเจอวิกฤตต้มยำกุ้ง สหรัฐอเมริกาและยุโรป ไม่ช่วยเหลือ ไม่ให้ไทยยืมเงินแม้แต่ดอลลาร์เดียว... เพื่อบีบให้ไทยไปกู้เงินจาก IMF
  • หลังการทำรัฐประหาร สหรัฐแสดงท่าทีไม่ยอมรับและต่อต้านบิ๊กตู่ แต่แทนที่บิ๊กตู่จะทำตามที่อเมริการต้องการ กลับไปให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการว่า ....สหรัฐฯตัดเสื้อไซซ์ XXL แล้วบังคับให้ทุกประเทศใส่เบอร์นี้ มันใหญ่ไปสำหรับคนไทย....
  • ข้อ ๒) การเดินทางไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการ แม้จะดูเหมือนการแสวงหาความร่วมมือให้มาลงทุนทำรถไฟฟ้าความเร็วสูง และสานสัมพันธ์อันยาวนาน แต่ก็เป็นการส่งสัญญาณไปทางอเมริกาอย่างชัดเจนว่า ไทยจะไปเข้ากับจีน ซึ่งกำลังต่อสู้กับอเมริการด้านเศรษฐกิจอย่างดุเดือด
  • ข้อ ๔) การเปิดทำเนียบต้อนรับรัสเซียอย่างเป็นทางการ แสดงชัดว่า บิ๊กตู่กำลังนำประเทศไทยไปเข้าร่วมกับกลุ่มอำนาจใหม่ที่ไม่ต้องการจะตกอยู่ในอาณัติของอเมริกาอีกต่อไป
  • ข้อ ๓) การร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวและประกาศใช้ให้มีมาตรา ๔๔ เปรียบเหมือนบิ๊กตู่ได้ทำมีดหรือดาบคุณภาพดีอยู่ในมือ ... ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ถือเล่นๆ หรือใช้ให้เป็นประโยชน์แค่ไหน ...

"... ลองคิดดู แผ่นดินไทยมีมากพอที่จะให้คนไทยทุกคนทำกิน ทำไมคนไทยถึงลำบากแบบนี้ เพราะว่าฟ้าดิน เพราะว่าระบบเจ้านุนมูลนาย ระบบอุปถัมภ์ที่พวกฝรั่งหลอกให้นักวิชาการไทยโจมตีสถาบันไทย..."

"...เราสามารถเริ่มต้นใหม่ด้วยระบบธรรมาธิปไตย ที่ต้องมาแทนเสรีนิยมประชาธิปไตย คือ การเมืองเริ่มมาจากท้องถิ่นที่เป็นใหญ่ และระบบพอเพียง ที่มาแทนระบบทุนนิยมเครดิตของตะวันตก เพื่อฟื้นฟูสยามให้เป็นเมืองยิ้มอีกครั้ง และคืนความพอมีพอกินให้คนไทยทุกคน..."

สังเกตว่า อ.ทนง ใช้คำว่า "ระบบทุนนิยม" กับคำว่า "ระบบพอเพียง" ทำให้ผมเข้าใจความยิ่งใหญ่และของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง... และเข้าใจมากขึ้นด้วยว่า ทำไม สหประชาชาติถึงมาถวายรางวัลให้กับในหลวงเรา...



บันทึกต่อๆ ไป ผมจะหยิบเอาประเด็นที่ "สะกิดใจ" ที่สุดมาเล่าให้ฟังครับ