"การนอนหลับ" เป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์เพื่อคงความมีสุขภาพดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ และเป็นกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่สำคัญอีกกิจกรรมหนึ่งของมนุษย์ การนอนหลับสำคัญกับบุคคลทั้งในเวลาปกติและเวลาเจ็บป่วย ถ้าบุคคลใดมีปัญหาาเกี่ยวกับการนอนหลับมักส่งผลกระทบการดำเนินชีวิตตาามา และมีโอกาสพบมากขึ้นในผู้สูงอายุเนืองจากผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงแบบแผนการนอนหลับทั้งด้านปริมาณและคุณ
การจัดศึกษางานวิจัยที่มชื่อว่า "Management of Insomnia in Hospitalized Older Adults "
มีแนวทางในการจัดการปัญหาการนอนไม่หลับได้ 3 กลุ่มหลักๆ คือ
1. การรักษาโดยการใช้ยา : ให้ผู้สูงอายุประทานบยาในกลุ่มเบนโซไดอะซีพีน ชนิดออกฤิทธ์สั้น ผลจาการศึกษาพบว่าสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุนอหลับได้ดีขึ้นโดยทำให้ระยะเวลาในการนอนยาวนานขึ้น จำนวนครั้งในการตื่นตอนกลางคืนลดลง แต่บางรายงานพบว่าอาการข้างเคยีงจากการใช้ยา คือ มีอาการมึนงง เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ การรับรู้บกพร่อง สูญเสียการทรงตัว จนอาจเสี่ยงต่อการหกล้มได้
2.การรักษาโดยไม่ใช้ยา : มีหลากหลายวิธี ได้แก่
2.1 การใช้ดนตรีบำบัด : ประเภทของดนตรีที่นำมาใช้เป็นเพลงบรรเลงไม่มีเนื้อร้องประกอบกับเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงน้ำไหล เสียงคลื่น เสียงลม และเสียงนกร้อง เพลงประเภทช้า ( soothing music ) ในลักษณะเพลงที่ผ่อนคลายและทำให้ผู้รับบริการมีความสุข ความเร็วและจังหวะอยู้ระหว่าง 60-80 เดซิเบล ฟังก่อนนอน 30 นาที ผลจาการศึกษาพบว่าการนอนหลับดีขึ้น และคุณภาพของการนอนหลับดีขึ้น จำนวนครั้งในการตื่นตอนกลางคืนลดลง ขอดีการรักษาด้วยวิธีนี้คือเป็นกิจกรรมที่ง่าย ผู้สูงอายุไม่ต่องค่าใช้จ่าย และไม่มีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
2.2 เทคนิคการผ่อนคลาย : ให้ผู้สูงอายุมีการผ่อนคลาย นอนในท่าที่สบาย และให้นึกถึงสิ่งที่สวยงาม หรือสถานที่สวยงาม เพื่่อให้ร่างกายเกิดความผ่อนคลาย ร่วมถึงจัดสิ่งแวดล้อมให้มีบรรยากาศที่เหมาะสม ผลจาการศึกษาพบว่าสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุนอหลับได้ดีขึ้น เป็นวิธีการที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องอาศัยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการ
2.3การใช้สัมผัสแสง : เป็นการปรับสภาพแวดล้อมให้ผู้สูงอายุได้รับแสงสว่างที่แตกต่างกันในเวลากลางวันและกลางคืนจากแสงธรรมชาติและแสงจากไฟฟ้า ผลจาการศึกษาพบว่าสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุนอหลับได้ดีขึ้นโดยทำให้ระยะเวลาในการนอนยาวนานขึ้น ไม่พบความเสี่ยงที่ไม่พึงประสงค์ใดๆ ในส่วนของหัวข้อนี้ยังมีงานยวิจัยออกมารองรับน้อย ต้องอาศัยการวิจัยตช่อไป
3.การรักษาโดยใช้หลายวิธีร่วมกัน : แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
3.1 กลุ่มที่ให้การบำบัดแบบปรับความคิดและพฤติกรรม
3.2 กลุ่มที่รับประทานยา temazapam ติดต่อกัน 7 คืน
3.3 กลุ่มที่ให้การบำบัดแบบปรับความคิดและพฤติกรรม ร่วมกับใช้ยา temazapam
3.4 กลุ่มที่รับประทานยาหลอก
ผลจาการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ให้การบำบัดแบบปรับความคิดและพฤติกรรมร่วมกับใช้ยา สามารถช่วยให้ผู้สูงอายุนอหลับได้ดีขึ้นโดยทำให้ระยะเวลาในการนอนยาวนานขึ้น จำนวนครั้งในการตื่นตอนกลางคืนลดลงได้ดีที่สุด
ผลจาการศึกษางานวิจัยเป็นเพียงแนวทางส่วนหนึ่งในการแนะนำแนวทางในการปฏิบัติงานทางคลินิก ทั้งนี้ควรประเมินหารปัญหาในด้านของผู้รับบริการอย่างชัดเจนและเลือกวิธีการและแนวทางที่เหมาะสม เพราะผู้รับบริการสูงอายุที่นอนไม่หลับมีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน เพื่อให้เราสามารถจัดดารปัญหาการนอนไม่หลับได้อย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://med.mahidol.ac.th/nursing/sites/default/fil...