อุ่นไอรักนักกิจกรรม : อีกความง่ายงามของศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบัน (คณะวิทยาการสารสนเทศ)

เป็นการทำงานจิตอาสาที่สะท้อนให้เห็น “สะพานใจ” ของ “ศิษย์เก่า” กับ “ศิษย์ปัจจุบัน” อย่างน่าสนใจ โครงการครั้งนี้ฯ เป็นการทำงานจิตอาสาที่สะท้อนให้เห็นระบบและกลไกของคณะที่หนุนเสริมเรื่องจิตอาสาของศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันอย่างน่ายกย่อง





ปลายธันวาคม 2558 มีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งกับกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ทำแล้วรู้สึกอิ่มอุ่นใจเป็นพิเศษ

กิจกรรมที่ว่านั้นก็คือ โครงการมอบไออุ่นจากอุ่นไอรักนักกิจกรรม”

โครงการดังกล่าวฯ เป็นกิจกรรมของ “ศิษย์เก่าคณะวิทยาการสารสนเทศ ร่วมกับศิษย์ปัจจุบัน รวมถึงครูบาอาจารย์ในคณะที่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 ธันวาคม 2558 ณ โรงเรียนบ้านแสงภา ต.แสงภา อ.นาแห้ว จ.เลย





เจ้าต้อม (ภานุวัฒน์ โพธิวัฒน์) อดีตนายกสโมสรนิสิตคณะวิทยาการสารสนเทศ ปีการศึกษา 2556 เป็นหนึ่งในแกนนำของทีมงานที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้

“ผมและเพื่อนๆ ที่เคยทำกิจกรรม หันมารวมกลุ่มกันเมื่อปีที่แล้ว เราอยากมีส่วนร่วมกับการทดแทนบุญคุณมหาวิทยาลัย ทดแทนระบบกิจกรรมและครูอาจารย์ที่ได้กล่อมเกลาพวกเรามา จึงระดมทุนกับเพื่อนๆ ในสายกิจกรรมมามอบทุนการศึกษาให้น้องๆ ในวันไหว้ครู จำนวน 5 ทุนๆ ละ 2,000 บาท”

ครับ, เรื่องนี้มองข้ามจำนวนตัวเลขไปได้เลยนะครับ เพราะผมถือว่า จำนวนตัวเลขที่กล่าวถึง ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่า “หัวใจ” ของพวกเขา

นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เป็นรูปธรรมของการรวมกลุ่ม “ศิษย์เก่าจิตอาสา” ในสังกัดคณะวิทยาการสารสนเทศที่ถูกบ่มเลี้ยงมาจากการเรียนการสอนในชั้นเรียน (กิจกรรมในหลักสูตร) และการเรียนรู้จากถนนสายกิจกรรม (กิจกรรมนอกชั้นเรียน-กิจกรรมนอกหลักสูตร)




คำบอกเล่าข้างต้น ทำให้มองเห็นภาพชัดเจนว่า ปีแรกมอบทุนการศึกษา พอปีถัดมาก็พูดคุยกันมากขึ้นถึงขั้นอยาก “ออกค่าย” กับน้องๆ ที่เป็นศิษย์ปัจจุบัน รวมถึงการอยากทำกิจกรรมร่วมกับครูบาอาจารย์ในสังกัดคณะ

ผมว่าตรงนี้แหละสำคัญและยิ่งใหญ่มาก

เรียกได้ว่า “หัวใจน่ากราบ” ก็ไม่ผิด

ขนาดผมอยู่ในระบบและเส้นทางสายนี้มาร่วม 20 ปี มีพรรคพวกน้องนุ่งเครือข่ายจิตอาสาจำนวนไม่ใช่ย่อย ก็ยังไม่สามารถหนุนงาน หรือสร้างงานในทำนองนี้ให้เกิดขึ้นได้เลย ทั้งๆ ที่หลายต่อหลายคนติดต่อเข้ามาและรอคอยสัญญาณปล่อยตัวจากผม




ย้อนกลับไปสองสามปีก่อน ผมรู้จัก "เจ้าต้อม" เป็นการรู้จักแต่ไม่มักคุ้น กระนั้นก็มีสิ่งสะดุดใจว่าเด็กคนนี้มีแววบางอย่าง ?
ตอนนั้น- เห็นน้องเขาเป็นหนึ่งในนิสิตที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนกับ ผศ.ดร.ฉันทนา เวชโอสถศักดา ที่ชุมชนหนองบัว ต.หนองบัว อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม


ใครจะคาดคิดว่า จากนั้นก็เติบโตมาเป็น "นายกสโมสรนิสิตคณะวิทยาการสารสนเทศ"
และในช่วงเป็นนายกสโมสรนิสิต ก็มิได้จัดกิจกรรมแต่เฉพาะประเพณีหลักๆ ที่หมายถึง "ดู แดก ดิ้น"
ตรงกันข้ามกลับชักชวนเครือข่ายหลายคณะออกไปจัด "ค่ายอาสา" ร่วมกัน


เรียกได้ว่า เป็นผู้นำในระบบ แต่ไม่จำนนต่อระบบธรรมเนียมกิจกรรมในคณะ
เพราะกล้าหาญที่จะฉีกกรอบไปสู่การทำค่ายอาสาในรูปเครือข่ายฯ

ครั้นเรียนจบก็ประสบความสำเร็จบรรจุเข้าทำงานฯ ในวิชาชีพอย่างรวดเร็ว








ตอนแรกที่ได้รับข่าวสารกิจกรรมนี้ ผมไม่ลังเลเลยที่จะหนุนเสริมพลังของพวกเขา -

ตอนนั้นคิดแต่เพียงว่า น้องๆ “คิดดี ทำดี ก็ควรส่งเสริมและให้กำลังใจกัน ยิ่งเป็นการทำดีเพื่อคนอื่น ยิ่งไม่ควรดูดาย ช่วยอะไรได้ ก็ต้องช่วย -ช่วยน้อยนิดก็ยังดี.. ดีกว่าไม่ช่วยอะไรเลย”

แน่นอนครับ-ผมรู้สึกและคิดเช่นนั้นจริงๆ

ต่อเมื่อได้รับรู้เพิ่มเติมว่ากิจกรรมนี้เป็นความต่อเนื่องในสถานะของ “ศิษย์เก่า” ที่ยัง “รักและผูกพัน” ต่อมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผมยิ่งรู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเขามากขึ้น

ใช่ครับ-เป็นการ "อยากช่วย" ด้วยใจ มิใช่อยากโหนกระแสจิตอาสา !

ด้วยเหตุนี้จึงทำการรื้อค้นหนังสือสภาพดีของตนเองออกมาหลายเล่ม มีจัดซื้อเพิ่มเติมนิดๆ หน่อยๆ รวมถึงจัดซื้อ “ของเล่น” และ “อุปกรณ์การเรียนรู้” เล็กๆ น้อยๆ จำนวนหนึ่ง ผสมผสานกับเสื้อผ้าใหม่เก่าอีกหลายชุดส่งมอบผ่านทีมงานน้องนิสิตที่เป็นศิษย์ปัจจุบันของคณะวิทยาการสารสนเทศ

ซึ่งพวกเขาก็ไม่งอแงอิดออดที่จะมารับมอบข้าวของเหล่านี้ เพื่อผนึกเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางไปสู่การบริการสังคม

และการงานในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ "เจ้าต้อม" เท่านั้นที่เป็นหัวเรือใหญ่ หากแต่มีเพื่อนพ้องน้องพี่อีกหลายคนคอยร่วมประสานพลัง เช่น ศิษย์ปัจจุบัน คือ "มนัส" (มนัส อินอุ่นโชติ) หรือศิษย์เก่าอย่าง "ยุ" (ยุพดี ภูพวง) รวมถึง อาจารย์สุวิช ถิระโคตร และอาจารย์ธิติพัทธ์ ลิ้มสัมฤทธิ์นิภา ที่คอยดูแลให้คำปรึกษาและหนุนเสริมกำลังใจมาตั้งแต่แรกเริ่ม





ครับ-ในช่วงของการตระเตรียมสิ่งของนั้น ผมชวนลูกๆ มาลงแรงช่วยกัน ของเล่นที่สภาพดี หนังสือที่ไม่อ่าน เสื้อผ้าที่ไม่ใช่ก็เอามาบริจาค
รวมถึงแคะกระปุกออมสินของพกเขาตามสมควรและที่สะดวกใจ เพื่อนำไปเป็นทุนจัดซื้อเพิ่มเติมเล็กๆ น้อยๆ
พร้อมๆ กับการสื่อสารร่วมกันว่า “นี่คือส่วนหนึ่งของการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับ “ย่า” ที่จากไป” ในเดือนนี้เมื่อสองปีก่อน




จากการพูดคุยสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ เจ้าต้อม หรือน้องๆ ที่มารับสิ่งของจากผมในวันก่อนเดินทาง ก็พอได้รู้รายละเอียดเพิ่มเติมและแจ่มชัดขึ้นว่าต้องไปทำอะไรบ้าง

โครงการครั้งนี้ฯ เป็นการงานจิตอาสาระยะสั้น 2 วัน 1 คืน

กิจกรรมหลักคือการมอบอุปกรณ์การเรียนการสอน การมอบผ้าห่ม เสื้อผ้า มอบทุนอาหารกลางวัน จัดกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์และเพื่อสร้างทักษะการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ ในโรงเรียน

เอาตามจริงเลยนะ กิจกรรม 2 วัน 1 คืนบนฐานของเวลาและงบประมาณ ผมมองว่าไม่ขี้เหร่เลยนะ
สาระไม่ได้อยู่ตรงที่จำนวนเงิน จำนวนสิ่งของ ไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตของกิจกรรม แต่มันอยู่ที่ “หัวใจ”





โครงการครั้งนี้ฯ เป็นการทำงานจิตอาสาที่สะท้อนให้เห็น “สะพานใจ” ของ “ศิษย์เก่า” กับ “ศิษย์ปัจจุบัน” อย่างน่าสนใจ

โครงการครั้งนี้ฯ เป็นการทำงานจิตอาสาที่สะท้อนให้เห็นระบบและกลไกของคณะที่หนุนเสริมเรื่องจิตอาสาของศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันอย่างน่ายกย่อง

คณาจารย์และผู้บริหารคณะไม่ดูดายต่อเรื่องนี้ ตรงกันข้ามกลับสนับสนุนกระบวนการและทรัพยากรหลายอย่าง ทั้งรถรา ข้าวของ งบประมาณ และที่ขาดไม่ได้คือการให้คำแนะนำและกำลังใจที่อบอุ่น จนทำให้ศิษย์เก่าไม่รู้สึก แปลกแยก แตกต่าง หรือรู้สึกห่างเหินและเป็นอื่นไปจากวันวัยที่เคยเล่าเรียนในคณะและมหาวิทยาลัยฯ แห่งนี้




ไม่เฉพาะแค่นี้เท่านั้น ในทางกระบวนการหรือวิธีการก็ชวนคิดตามไม่ใช่ย่อย-

การงานครั้งนี้ ไม่ได้ทำกันแต่เฉพาะเครือข่ายจิตอาสาภายในคณะวิทยาการสารสนเทศเท่านั้น ทว่ามีการประสานความร่วมมือกับเพื่อนต่างสถาบันด้วย นั่นคือ “มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย”

โครงการครั้งนี้ฯ ทีมจิตอาสาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “พื้นที่” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พวกเขาเคยสำรวจค่ายไว้แล้ว –

ถัดจากนั้นจึงเริ่มมีการผ่องถ่ายข้อมูล เกื้อหนุนการประสานงานต่อกันและกันจนเกิดเป็นรูปเป็นร่าง และเป็นความจริงได้ในที่สุด

เช่นเดียวกับกิจกรรมอื่นๆ ที่หนุนเสริมการเรียนรู้คือการเข้าเยี่ยมชม “วัดโพธิ์ชัย” แหล่งเรียนรู้ในชุมชน-

ซึ่งวัดโพธิ์ชัย เป็นวัดที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ทั้งภายนอกและภายในตัวอุโบสถ ภายในตัวอุโบสถจารึกเรื่องราวเรื่องพุทธประวัติและวรรณกรรมพื้นบ้าน ส่วนผนังด้านนอกจารึกเรื่องเนมิราชชาดก สังข์ศิลป์ชัย ฯลฯ




ทุกวันนี้ เหล่าบรรดาศิษย์เก่าที่นำโดย “เจ้าต้อม” และทีมงานอีกหลายคน ยังคงมุ่งมั่นที่จะสานฝันบนถนนสายกิจกรรมต่อไป

ทุกวันนี้พวกเขายังบริจาคเงินเป็นรายเดือนเข้ายังบัญชีกองทุนฯ พร้อมๆ กับการเชื่อมประสานเพื่อนพ้องน้องพี่ให้รับรู้และก้าวเข้ามาเป็นพลังร่วมกันตามความสะดวกใจและสมัครใจ

เช่นเดียวกับการเริ่มวางแผนกิจกรรมในครั้งที่ 3 กันบ้างแล้ว ซึ่งเบื้องต้นมีการหารือสำรวจพื้นที่เป้าหมายไว้ในระดับหนึ่ง รอเพียงการพบปะหารือและตัดสินใจร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นเอง

โดยวันพระราชทานปริญญาบัตรปีนี้ (มีนาคม 2559) เป็นวันนัดหมายที่พวกเขาจะกลับมายังสถาบันอันเป็นที่รัก เพื่อแสดงความยินดีกับสมาชิกกองทุน และน้องๆ ที่สำเร็จการศึกษา

และจะใช้ห้วงเวลาอันทรงเกียรตินี้เป็นเวทีของการพบปะเรื่องเหล่านี้อย่างเป็นทางการอีกรอบ





ครับ-เรื่องดีๆ สำนึกดีๆ ช่วยได้เราก็ต้องช่วย แม้เล็กน้อยก็มีค่า ไม่ได้ช่วยคนแห่งปลายทาง ได้ช่วยคนที่นำสารไปยังปลายทางก็ถือว่าได้ช่วย อย่างน้อยก็ช่วยเป็น “กำลังใจ” นี่แหละ

เหนือสิ่งอื่นใด ต้องขอชื่นชมและให้กำลังใจนะครับ
อย่าหยุดคิดฝัน และจงลงมือทำไปพร้อมๆ กัน

เรื่องหลายๆ เรื่องไม่จำเป็นต้องสร้างการงานอันใหญ่โต เอาแค่ใจอยากทำ ไม่กระทบใครอื่น แม้ เล็กน้อยผมก็ถือว่ายิ่งใหญ่และควรค่าต่อการยกย่อง

ยิ่งเห็นคนเคยทำกิจกรรม แล้วไม่ลืมกิจกรรม ผมยิ่งสุขใจ

ยิ่งเห็นคนเคยทำกิจกรรม หวนกลับมาเป็นส่วนหนึ่งกับกิจกรรมของสถาบัน ผมยิ่งสุขใจ
ไม่ใช่ประเภทกล่าวอ้างว่าตนเองเป็นนักกิจกรรม แต่กลับไม่มีผลงานใดเป็นชิ้นเป็นอัน
มิหนำซ้ำ จบแล้ว ก็มิได้หวนกลับมาเป็น “ลมใต้ปีก” อะไรๆ ในถนนสายกิจกรรมอีกเลย
อย่างว่าครับ-จิตอาสา ว่ากันไม่ได้ เพราะมันอยู่ที่ "ใจ"

แต่นี่คือเรื่องราวดีๆ ที่อดที่จะบอกเล่าไม่ได้
หรืออย่างน้อยก็อยากให้คนในระบบ ได้ศึกษา เผื่อกล้าพอที่จะขับเคลื่อนเช่นนี้แบบค่อยเป็นค่อยไป

บางทีคำว่า "กองทุนนักกิจกรรม" อาจมีพลังเกินคาดใด
หรืออย่างน้อยก็ช่วยให้ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจุจบันได้ทำอะไรๆ อย่างสร้างสรรค์ร่วมกัน ดีกว่าพบเจอกันบนโต๊ะจีน สังสรรค์เมามาย แต่ไม่มีดอกผลใดเหลือส่งมอบให้ศิษย์ปัจจุบันได้ขยับเขยื้อนต่อ --

ดีไม่ดี ใช้เวทีเช่นนี้ถ่ายทอดประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างพี่กับน้องได้อย่างสบาย เลยทีเดียว!



ภาพโดย : ทีมกองทุนนักกิจกรรมอาสาพัฒนา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (5)

-สวัสดีครับอาจารย์

-"หัวใจน่ากราบ"อ่านแล้วสรุปได้ชัดเจนมากๆ นะครับ..

-ถือเป็นการส่งต่อและมอบโอกาสให้น้องๆ นะครับง

-นึกถึงผมสมัยยังเป็นเด็ก...ดีใจทุกคราที่ได้รับการแบ่งปัน...

-ขอบคุณครับ..

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ เพชรน้ำหนึ่ง

โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่า การที่รุ่นพี่ที่เคยทำกิจกรรมและเรียนจบแล้ว ยังกลับมาพาน้องๆ ทำกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรมเช่นนี้ ผมถือว่าเป็นสิ่งดีงาม ซึ่งมีไม่น้อยที่เราคุ้นชินกับภาพแห่งการช่วยหนุนน้องๆ ผ่านงบประมาณ แต่ครั้งนี้ คือการกลับมาร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมระดมทุน ร่วมลงพื้นที่กับน้องๆ แถมยังสะท้อนให้เห็นว่าคณะ หรือระบบคณะเองก็เกื้อหนุนการเรียนรู้ด้วยเช่นกัน


การงานครั้งนี้ดูเล็กน้อย ไม่หยั่งรากลึกในมิติของการเรียนรู้คู่บริการ แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ผมเชื่อว่า หากพลังใจ และทัศนคติไม่เป็นอื่น กลุ่มนี้จะก่อตัวเข้มแข็งจะมีกิจกรรมสร้างสรรค์ต่อไปเป็นระยะๆ ....



เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์แผ่นดิน

ปลื้มใจ ภูมิใจกับอาจารย์ค่ะ

เขียนเมื่อ 

เป็นกิจกรรมี่ดีมากเลยครับ

ศิษย์เก่าได้กลับไปพัฒนาบ้านเกิด

ขอบคุณมากครับ

https://www.gotoknow.org/posts/599929


เขียนเมื่อ 

ส่งต่อมรดกความดีงาม จากพี่สู่น้อง จากรุ่นสู่รุ่น


สืบทอดหัวใจน่ากราบ เยี่ยมมากค่ะ รวมทั้ง ต้นธารความคิด กำลังใจหนุนเสริม