ปราชญ์/ผู้นำชุมชนในภูมิภาคตะวันตก:กรณีศึกษา ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพแพทย์แผนไทยวัดหนองไม้แก่น(ครั้งที่ 1)

ประวัติของปราชญ์ชุมชน ศูนย์ส่งเสริมแพทย์แผนไทย วัดหนองไม้แก่น

"ผู้พันชลอ ทองรื่น"นายทหารเกษียณราชการผู้ปลุกระดมแนวคิดเกี่ยวกับการอบไอสมุนไพรอีกทั้งยังมีนการนวดแผนโบราณ

และการแพทย์แผนไทยในชุมชนวัดหนองไม้แก่น ต.หนองลาน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ที่ให้ชาวบ้านเรียนรู้เรื่องสมุนไพรที่ใช้ป้องกัน

และรักษาโรคต่าง

ความเป็นมาของศูนย์ส่งเสริมแพทย์แผนไทย วัดหนองไม้แก่น

ในปี พ.ศ. 2550 เดิมที่นี่เรียกว่าชมรมการแพทย์แผนไทยของตำบลหนองลาน เริ่มก่อตั้งเมื่อ18สิงหาคม พ.ศ.2550รวมเป็นเวลา9ปีมาแล้วโดยที่ครั้งแรกก็คือ ผู้พัน นานยกเทศมนตรี และเจ้าอาวาสได้คุยกันว่าเราต้องการที่จะส่งเสริมให้ชาวบ้านมีสุขภาพดีการจัดตั้งก็ได้จัดตั้งในวัดโดนให้ ผู้พัน ชะลอ ทองรื่น เป็นผู้ดูแลเป็นประธานชมรมแล้วก็เริ่มดำเนินการ เทศบาลก็ได้ให้งบประมาณไว้ 150,000 บาท เจ้าอาวาสก็ได้สมทบมาอีก 150,000 บาท ก็ได้มาสร้างเตาอบเริ่มสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2550เจ้าอาวาสก็ได้เอาเงินมาเสริมมาเติมสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องน้ำก็ทำจนกระทั้งเสร็จก็เริ่มดำเนินการได้ วันที่18สิงหาคมได้เปิดให้อบรมเลยเริ่มทำมาตั้งแต่นั้นเลยโดยที่สมาชิกก็คือชาวบ้าน พระ ในหมู่บ้านนี้แล้วก็คนข้างนอกที่รู้จักก็ได้เข้ามาเป็นสมาชิกก็เก็บคนละ100บาทและก็สามารถอบรมได้ทั้งปีเลยเมื่อก่อนนี้เราอบรมวันธรรมดาด้วยแรกๆก็มีคนมาเยอะพอครั้งหลังๆเริ่มมีคนมาน้อยเพราะว่าเขาอาจจะมีสุขภาพที่ดีแล้วและอีกอย่างอาจจะไม่มีเวลามาก็เลยปรับเป้นแค่วันเสาร์-อาทิตย์ ส่วนค่าบริการเมื่อก่อนก็เป็นสมาชิก100บาทเปิดวันไหนก็มาอบรมได้เลย ปี 2550ได้มาทั้งเตาอบและก็ที่นวดแผนไทยและพวกซุ้มดอกเห็ดที่ไว้เป็นที่นั่งพักผ่อนระหว่างรอ พอมาปีที่สองต่อมาอีกเทศบาลก็ให้งบประมาณมาอีก 150,000บาทให้มาปรับปรุงเสริมต่อห้องน้ำแล้วพอปี52เทศบาลก็สนับสนุนให้มาอีกแต่ไม่ได้เป็นแสนแค่สองสามหมื่นเราก็นำมาปรับปรุงไปเรื่อยๆทำห้องยา ห้องอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ประปา แล้วก็ได้นำมาปรับปรุงห้องนวดแผนไทย มาเป็นห้องล้างพิษขับนิ่ว อีกห้องหนึ่งห้องอยู่ติดกันเทศบาลให้มาอีก30,000บาทและผู้พันก็ได้ไปทอดผ้าป่าได้มาอีก150,000บาทก็ได้ทำห้องที่ติดกันเป็นห้องนวดแผนไทยปี53ได้ห้องขับนิ่วมาปี54เทศบาลให้มาอีกประมาณ20,000บาท นำมาปรับภูมิทัศน์

ในปี พ.ศ. 2554 ทางอำเภอ ท่ามะกา ให้เป็นชมรมดีเด่นในปี พ.ศ. 2554 แล้วก็ยกฐานะจากชมรมการแพทย์แผนไทยมาเป็นศูนย์ส่งเสริมสุขภาพการแพทย์แผนไทยวัดหนองไม้แก่นเป็นชื่อเดิมใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550-2553 แล้วพอปี 54 เป็นศูนย์ส่งเสริมสุขภาพการแพทย์แผนไทยจากนั้นได้เปลี่ยนเป็น วิสาหกกิจชุมชมแล้วก็ได้รับรางวัลวิสาหกิจชุมชนดีเด่นแล้วก็ได้ส่งเข้าประกวดของจังหวัดกาญจนบุรี

ในปี พ.ศ. 2555 ในปีนี้ก็ปรับปรุงไปเรื่อยๆเพราะเทศบาลให้มาปีละ20,000บาทให้ทุกปีแล้วก็ได้จัดอบรมชาวบ้าน อบรมผู้สูงอายุเรื่องสมุนไพรแล้วก็มีคณะศึกษามาดูงานเยอะ ก็มาเริ่มตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ


ในปี พ.ศ.2557 มีคณะหลายๆคณะมาศึกษาดูงานเรื่อยๆ จัดสมุนไพร4รสประจำธาตุ การนวดก็จะมีการนวดผ่อนคลาย นวดฝ่าเท้า นวดจับเส้น นวดเหยียบฉ่าก็คือเหยียบเหล็กที่เผาไฟถ่านแดงแล้วก็มาเหยียบน้ำมันแล้วก็มานวดคนข้าเรียกว่าเหยียบฉ่า และได้สอนการทำยาต้นตำหรับ ทาพระเส้น ตำหรับโอสถ นาราย ออกอากาศทางวิทยุ (อสมท)

ในปี พ.ศ. 2558ก็ได้มีการปรับร่องน้ำอบรมเรื่องที่เราของบประมาณเป็นเรื่องของการอบรมทั้งนั้นเลย ส่วนที่เหลือจากการอบรมเราก็นำมาก่อสร้างเล็กๆน้อยๆถ้าไม่พอผู้พันก็ช่วยสมทบทุน เพราะเราทำไม่ได้หวังผลกำไรทำเพื่อสงเคราะห์ ทำเพื่อช่วยชาวบ้าน หมดนวดนวดชั่วโมงหนึ่งก็100บาท เราก็หัก20บาท เอาเข้าชมรมแล้วก็เอาเงินพวกนี้มาจ่ายค่าตอบแทนเจ้าหน้าที ถวายพระ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ตอนหลังการอบสมุนไพรไม่ได้ตั้งเป็นแบบสมาชิกแล้วเราตั้งตู้บริจาคให้ผู้ที่มาใส่ตู้บริจาคไปตามศรัทธา บางคนก็ใส่บางคนก็ไม่ใส่พอสิ้นเดือนก็เปิดตู้แล้วกนำมาจ่ายค่าต่างๆเราต้องเอื้อประโยชน์กันหมอช่วยเราเราช่วยหมอเพราะคนที่มานวดเราใช้คำว่านวดประคบอบสมุนไพร นวดเสร็จก็มาประคบแล้วก็ไปอบสมุนไพรก็จะได้สุขภาพทั้งนวดและอบเลยคนที่มาหยอดตู้ได้พอบ้างไม่พอบ้างถือว่าเป็นการสงเคราะห์และการทำบุญ และยังได้ออกอากาศทางช่อง11ได้มาถ่ายทำเกี่ยสกับประวัติ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพวักหนองไม้แก่น ชื่อรายการ สูงวัยใจเกินร้อย

ด้านบนเป็นภาพป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรมของทางศูนย์ส่งเสริมสุขภาพวัดหนองไม้แก่น

ที่ร่วมมือกับกลุ่มวิสาหกิจชุมของทาง จ.ลพบุรี เพื่ออบรจมให้ความรู้แก่ชาวบ้านในปี พ.ศ.2558

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน CD การแพทย์แผนไทย 57/41



ความเห็น (0)