เรื่องเล่าระหว่างวันที่ 8 - 12 กุมภาพันธ์ 2559

14 กุมภาพันธ์ 2559

เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่รักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ 8. กุมภาพันธ์ 2559. เมื่อวานเป็นวันไหว้เทศกาลตรุษจีน ที่บ้านทำติดต่อกันมาหลายปี เพราะเมื่อก่อนรับราชการที่ไกล จะกลับไปไหว้กับกงสีที่ชลบุรีไม่สะดวก เลยแยกวง การไหว้เอาตามธรรมเนียมแบบสายกลาง ไม่ขาดไม่เกิน ปริมาณพอสำหรับคนในครอบครัว และเผื่อแผ่คน กล้ชิดบ้าง เช้านี้จึงนำเสบียงวันตรุษจีนประกอบด้วยไก่และหมูคั่วเค็มใส่ปิ่นโตไปเลี้ยงลูกน้องเรียกว่าแบ่งความอ้วนไปให้คนรอบข้าง ปีนี้ซื้อไก่มาต้มเอง เพราะแม่ค้าที่ขายไก่ต้มแล้วยังไม่มา แต่พ่อค้าไก่สดมาแล้ว จึงตัดสินใจมาต้มเอง สำหรับไก่และหมูคั่วเค็มก็ทำไม่ยาก หลังไหว้เสร็จสับไ่ก่ออกเป็นชิ้นโต ๆ ส่วนหมูก็หั่นพอดีคำ กระทะตั้งไฟไม่ต้องใส่น้ำมัน เอาไก่สับลงไปในกระทะใช้ทับพีคนไปมาเติมเกลือลงไปเรื่อย ๆ ต้องระวังอย่าให้เค็มเกินไป คนจนน้ำที่ออกจากไก่แห้ง เนื้อไก่จะยุ่ยเป็นชื้นเล็กชิ้นน้อย สามารถคั่วไปได้เรื่อย ๆ จนพอใจโดยการชิมดู หมูก็คล้ายกันเพียงแต่ใช้เวลาน้อยกว่าไก่ เที่ยงตัวเองสั่งโจ๊กมากิน 1 ชามเพราะเบื่ออาหารแข็ง บ่าย 13.30 น.ประชุมเตรียมการรับการตรวจติดตาม รอบที่ 1 มีกลุ่มนโยบายและแผนเป็นแม่งาน เห็นพร้อมหน้ากันทุกกลุ่มเลยเทศนาเรื่องทั่วไปด้วยเลย เวลา 16.00 น. ประชุม อกคศ เขต มีเรื่องที่เร่งด่วน 1 เรื่อง คือ ประกาศรับสมัครครูผู้ช่วยจากครูอัตราจ้าง พนักงานราชการ ที่ทำงานมาครบ 3 ปี สพป.นนทบุรี เขต 1 เปิดคัดเลือก 5 อัตรา พร้อมกับเขตอื่น ๆ ทั่วประเทศ เรื่องการแต่งตั้งกรรมการประเมินเพื่อมีแบะเลื่อนวิทยาฐานะ การอนุมัติให้ส่งรำร้องขอย้าย การตัดอัตราไปให้เขตอื่น หลังเลิกประชุมเชิญกรรมการรับประทานอาหารที่ห้องสโมสรของเขต

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 เช้านี้นัดประชุมผู้บริหารโรงเรียนประจำเดือนกุมภาพันธ์ เดิมเขาพ่วงนรอง ผอ.สพป. ผอ.กลุ่ม ศึกษานิเทศก์มารวมไว้ เลยตัดออกไปเหลือเฉพาะผู้บริหารโรงเรียน นอกนั้นถือเป็นผู้ดำเนินการประชุม หลังจบระเบียบวาระที่วางไว้ได้นำ youtube รุ่นเก่าสมพรคนสอนลิงมาให้ดูเป็นการทบทวนปรัชญา วิธีการจัดการศึกษาและการเรียนการสอน มีเวลาให้โรงเรียนได้เสนอปัญหาการบริหารงานของเขตที่ควรได้รับการปรับปรุง อาหารกลางวันจัดที่สโมสรเขต บ่ายมีประชุมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ เพื่อเตรียมรับการประเมินจาก สพฐ. วางแนวทางให้โรงเรียนจ้ดกิจกรรมไปตามปกติ ส่วนระบบรายงานหรือการตรวจติดตามก็เป็นเรื่องของบุคคลภายนอกที่จะไปดูเอาเอง เรียกง่าย ๆ ว่าอย่าให้การติดตามนำไปสู่การจัดฉาก หรือเป็นภาระของครูและโรงเรียน

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559. เช้าแวะเยี่ยม ผอ.เขต ที่มาพักโรงแรมในเมืองนนทบุรีเพื่อมาติดตามเรื่องที่สำนักงานศาลปกครอง จากนั้นเดินทางเข้าเขตผ่านสะพานพระราม 5 เช้ารถติดยาวเหยียดจนข้ามฝั่งแม่น้ำไปเกือบถึงแยกบางกรวย-ไทรน้อย พอผ่านสะพานพระราม 5 จะไปติดก่อนถึงแยกแคราย ฉะนั้น หากจะใช้เส้นนี้เพื่อเลี่ยงรถติดไม่พึงใช้ในชั่วโมงเร่งด่วน. มีงานเอกสารให้อนุมัติ อนุญาต จากนั้นก็มาดูงานที่ สพฐ มอบหมายซึ่งมากมายจนไม่สามารถทำให้ได้ทุกงาน โดยเฉพาะเวลาที่ตรงกันเฉพาะของ สพร. มีหลายกิจกรรม แต่เมื่อพลิกดูคำสั่งเห็นตั้งไว้มาก ล้วนคนเก่งขาดเราไปคนคงไม่เป็นไร. บ่ายมีประชุม กตปน ครั้งแรกของปี 2559 พิจารณาแผนนิเทศการศึกษา การออกติดตามงานโรงเรียน อีกหลายเรื่องที่เป็นงานวิชาการ เย็นกลับมาต่อสู้กับปลาส้มที่เขาซื้อมาฝาก การทอดปลาส้มไม่ง่ายเหมือนซื้อกิน แต่ก็เพลินดี

วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 เช้าทำงานที่ห้องมีอาการหวัดหงิดรำคาญ เล็กน้อยกับการบริหารคน ที่ผิดฝาผิดฝั่งมาแต่ต้น พอเขาขอกลับไปกลุ่มที่นำแหน่งเขาสังกัดจึงต้องปล่อยไปทั้งที่งานเดิมขาดคน ต้องเรียกว่าเป็นระบบที่เสียท่าเขามาแต่ต้น การบริหารที่งานกับคนไม่สมดุลกัน ผอ.กลุ่มและรอง ผอ.เขต ควรปรึกษาหารือกันให้จบหรือพอได้แนวทางแล้วมาบอกให้ออกความเห็น ไม่ใช่มาเป็นโจทก์ยื่นให้แก้ปัญหาเหมือนเราเป็นจำเลย อ่กเรื่องคือการเกี่ยงงาน ทั้งที่เคยทำ พอมีอะไรมาเพิ่มหน่อยก็จะปัดให้พ้นตัว อายุก็มาก เงินเดือนก็มาก ยศฐาบรรดาศักดิ์ก็สูง ควรชกให้สมศักดิ์ศรี พูดกันเองตกลงกันเองให้รู้เรื่องได้บ้าง ผอ.เขต ไม่ใช่กรรมการกัดจิ้งหรีด ก่อนเที่ยงไป พบ ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนซึ่งมาประชุมกัน คุยเล็กๆน้อยก่อนเลิกประชุม บ่ายทำงานเอกสารและงานกฎหมาย เย็นไปร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพภรรยาของอาจารย์โสภณ นุ่มทอง ที่วัดชลประทานราชรังสฤษดิ์

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559. มอบท่านรองพีรากร บุนนาค ไปประชุมเรื่องโรงเรียนขนาดเล็กแทนที่ สพฐ. จึงพอมีเวลาออกไปเยี่ยมโรงเรียนสักแห่ง ตัดสินใจไปโรงเรียนนุ่มประสงค์วิทยา อำเภอบางกรวย เป็นโรงเรียนไกลสุดของ สพป.นนทบุรี เขต 1 ตั้งอยู่ชายแดนนนทบุรีและนครปฐม พบท่าน ผอ.รร. ศรณี คุปติปัทมกุล และคณะครู เดินชมห้องกิจกรรมและห้องเรียนจนครบ ยอตัวกลับเพราะมีงานด่วนจาก สพฐ.ให้ช่วยยกร่างระเบียบด่วนฉบับหนึ่ง ไปทานข้าวกลางวันหน้าพุทธมณฑล เป็นเจ้าใหม่ไม่อร่อย บ่ายกลับเขทำงานเอกสารต่าง ๆ เพื่อนที่เป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ส่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 มาให้ เป็นเรื่องฟ้องร้องคดีอาญาระหว่างกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแห่งหนึ่งระหว่างชุดเก่าและชุดใหม่เรื่องการขาย สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้กรรมการชุดเดิมมีความผิดอาญามาตรา 264, 268, 353 เป็นยกฟ้อง มีประเด็นที่น่าสนใจหลายเรื่องทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่ว่าข้อกฎหมาย คือ องค์ประกอบความผิด (1)มีการกระทำ (2)การกระทำนั้นครบองค์ประกอบภายนอกของความผิด (3)การกระทำนั้นครบองค์ประกอบภายในของความผิด (4)ผลของการกระทำสัมพันธ์กับการกระทำ ตามหลักในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผล หากพฤติการณ์ไม่ครบองค์ประกอบความผิดจะไปลงโทษจำเลยไม่ได้ ต้องยกเหตุแห่งความสงสัยให้จำเลยไป นี่คือหลักความรับผิดทางอาญา ส่วนทางแพ่งก็ว่ากันไปตามหลักการละเมิด เรื่องวินัยก็คล้ายกับคดีอาญา เพียงแต่กว้างขวางครอบจักรวาลกว่าในความรู้สีกของคนทั่วไป แต่สำหรับในเรื่องกฎหมายแล้วต้องชัดเจน และเที่ยงธรรม

วันเสาร์นี้ม่ประชุม ผอ.รร.และครูวิชาการ ที่โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ เป็นความร่วมมือระหว่างเขตกับสำนักวิชาการของเอกชน ผลวิเคราะห์ข้อมูลเขตสุจริตออกมาไม่ค่อยดี เพราะเกณฑ์กับเอกสารที่เยาตั้งธงไว้ไม่สอดคล้องกัน หรือฝ่ายเขตก็ไม่ทราบว่าเขาจะเอาหลักฐานอะไรแค่ไหน กลายไปว่าการจัดซื้อจัดจ้างในปีงบประมาณ 2558 ไม่ได้ทำตามหลักตามเกณฑ์ อย่างนี้ต้องทบทวนส่งหลักฐานเพิ่มเติมไป ทำเฉยก็จะเป็นการยอมรับสารภาพไป

นายกำจัด คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  "เรื่องเล่าจากเจ้าพระยา"



ความเห็น (0)