แก่ เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่การทำตัว “แก่” เป็นเรื่องผิดธรรมชาติ

********************************

ในการทำงานกับชุมชนและสังคม สิ่งที่ผมพบว่าเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการพัฒนา คือ มีคนจำนวนหนึ่ง ใช้ชีวิตแบบ “การทำตัวแก่” เป็นไม้แก่ดัดยาก ดัดมากก็หัก เลยไม่คิดจะดัดแปลงแก้ไขอะไร จะดีกว่า

คนที่ทำตัว “แก่” จะไม่ยอมเรียนรู้ ไม่ทำความเข้าใจสิ่งรอบๆตัว ไม่ศึกษา ไม่คิด ไม่วางแผน ไม่พยายามเข้าใจโลก ไม่ศึกษาธรรมะ ธรรมชาติ และสังคม เคยทำมาอย่างไร คิดตื้นๆมาอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น อยู่แบบ “ไปวันๆ” เพียงเพื่อ “รอวันตาย” ทุกวัน ทุกปีผ่านไป ก็เพียงเพื่อการนับอายุที่อยู่รอดมาในโลก โดยไม่คิดจะสร้างสรรค์ผลงาน หรือคุณค่าใดๆให้กับชีวิตของตัวเองและสังคมรอบตัว

ไม่คิดหาทางเลือก ไม่คิดหาทางออก ไม่พยายามเข้าใจปัญหา ความจริงของโลก และหาทางแก้ไข ที่จะทำให้ชีวิตดีกว่าเดิม

ที่ผมเรียกว่า “ทำตัวแก่” ทำตัวเป็นไม้แก่ดัดยาก เคยทำอะไรยังไงก็ทำต่อไปเหมือนเดิม

ดังนั้น เวลามีคนทำตัว “แก่” แบบนี้ ผมจะใช้คำแรงๆ ในที่ประชุมว่า “แก่” เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่อย่าทำตัวแก่ เพราะการทำตัวแก่ เป็นเรื่องผิดธรรมชาติ น่าเบื่อ และน่ารำคาญกับคนรอบข้าง และเป็นบุคคลที่สังคมรังเกียจ

เพราะโดยธรรมชาติแล้ว ทุกสิ่งคือการเปลี่ยนแปลง (อนิจจัง) ชีวิตคือการเรียนรู้ การสิ้นสุดการเรียนรู้คือความมรณะ ความตายเท่านั้น

เมื่อยังมีชีวิตอยู่จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลง ด้วยการเรียนรู้ เมื่อมีการเรียนรู้ ก็คือการพัฒนา เมื่อมีการพัฒนาก็คือความเจริญต่อเนื่องไป ชีวิตจึงจะมีความหมาย มีคุณค่า สมควรแก่การยกย่อง

แล้วคำว่า “แก่” อยู่ตรงไหน ก็น่าจะอยู่ที่การไม่เรียน ไม่พัฒนา ไม่มีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ทำตัวแบบ “ซังกะตาย” ไปวันๆ ให้ได้อะไร อย่าเกิดมาในโลกนี้เสียเลยจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องทุกข์ต้องยาก

ฉะนั้น ผมจึงมักพูดกับทุกคนด้วยความหวังดี บ่อยๆ ว่า “แก่ ไม่มีใครว่า แต่อย่าทำตัวแก่”

ไม่เข้าใจก็กรรมใครกรรมมันครับ

อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ