ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ว่า เป็นการหารือเรื่องการงดเว้นใช้คำว่าซีอีโอกับผู้ว่าราชการจังหวัด   โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลยุทธศาสตร์ อยู่ดีมีสุขที่มีอยู่ 5 แนวทางคือ 

1. แนวเศรษฐกิจพอเพียง   2. แนว สงเคราะห์ครอบครัว   3. แนวการปรับปรุงการให้บริการของรัฐ    4. แนวการดูแลฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม    5. แนวผลิตภัณฑ์ชุมชน ทั้งหมดนี้เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน โดยให้ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัด องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เพื่อหาแนวทางให้เกิดการอยู่ดีมีสุข และการสร้างความสมานฉันท์ ส่วนลักษณะการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังเหมือนเดิมคือ ยังประสานกับหน่วยราชการส่วนภูมิภาคและเอกชน ส่วนการเปลี่ยนชื่อผู้ว่าฯซีอีโอนั้น ยังไม่มีการเสนอกลับมาว่าจะใช้ชื่อใหม่ว่าอย่างไร แต่นายอารีย์ วงศ์อารยะ รมว.มหาดไทย บอกว่า คงไม่ต้องไปเพิ่มหรือลดอะไร ให้ใช้คำว่าผู้ว่าราชการจังหวัดก็พอแล้ว  ผู้สื่อข่าวถามว่า ครม. มีมติยกเลิกงบประมาณดำเนินการของผู้ว่าฯ ซีอีโอจำนวน 4 หมื่นล้านบาท    นายโฆสิตตอบว่า เป็นการตัดลดสิ่งไม่จำเป็นลง แต่ในส่วนงบกลางทั้งหมด 40,000 ล้านบาท ยังมีงบของ     ผู้ว่า ราชการอยู่อีก 10,000 ล้านบาท และงบประมาณการสนับสนุนสินค้าโอทอป และเงินสำรองของผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดละ 50 ล้านบาท ก็ยังมีอยู่ เพียงแต่อยากให้ใช้ คำว่า ยุทธศาสตร์ อยู่ดีมีสุข จะดีกว่า    นายอารีย์ วงศ์อารยะ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ ครม.ยกเลิกงบประมาณผู้ว่าฯ ซีอีโอ 40,000 ล้าน บาทว่า รัฐบาลมีจุดประสงค์ เพื่อต้องการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองเหมือนในอดีต เพราะอยากเห็น ผวจ.ทำงานเพื่อประชาชนเพียงอย่างเดียว ดังนั้น มั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อการบริหารงานของผู้ว่าราชการจังหวัด เนื่องจากภายใต้รัฐบาลชุดนี้ งบประจำที่มีอยู่สามารถนำไปพัฒนาจังหวัดได้  

นายวิษณุ เครืองาม สมาชิก สนช. กล่าวว่า คงไม่ถึงกับยกเลิกแค่ไม่ใช้คำว่าผู้ว่าฯ ซีอีโอ และอาจปรับ บทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัด ให้มีส่วนร่วมปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม และมีบทบาทในการแก้ปัญหาต่าง ๆ     ในจังหวัดมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาผู้ว่าฯ อาจมีบทบาทด้านสิ่งแวดล้อมน้อยเกินไป    อย่างไรก็ตาม บทบาท   การทำงานของผู้ว่าฯ ก็ยังมีลักษณะคล้าย ๆ ซีอีโออยู่   ส่วนกรณีที่ ครม. มีมติตัดงบประมาณดำเนินโครงการผู้ว่าฯ ซีอีโอ 4 หมื่นล้านบาททิ้งนั้น  ความจริงก็ควรตัด เพราะเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ ช่วงสั้น ๆ 1 ปี ซึ่งปัญหาหลักเวลานี้ได้แก่ปัญหาอุทกภัย และปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งรัฐบาลได้จัดลำดับความสำคัญไว้แล้วว่า เรื่องใดที่ต้อง เสนอเป็นกฎหมายเข้าสภาฯ หรือรอรัฐบาลหน้าได้ หลายอย่างที่รัฐบาลที่แล้วคิดอยากให้ผู้ว่าฯ ทำ อาจยังไม่มีความจำเป็นต้องทำใน 1 ปีนี้ จึงไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมากอย่างที่คิด

                                                          ไทยรัฐ 16 พฤศจิกายน 2549