เรียนรู้วิชาชีวิต ผ่านทริปนอกกะลา (ธรรมยาตรา ณ ป่าเต่าดำ)

ชุติยา
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ถึง ๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ เป็นเวลา ๕ วันที่เด็กชั้น ม.๓ โรงเรียนปัญญาประทีปได้มีโอกาสเดินทางไปสำนักสงฆ์เต่าดำ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อไปบำเพ็ญประโยชน์และศึกษาธรรมชาติในใจตนผ่านการเดินป่าที่มีพระอาจารย์ชยสาโรและพระติดตาม เดินนำเหล่าคุณครู นักเรียนและผู้ปกครองเข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติที่ป่าเต่าดำ ทั้งธรรมชาติภายนอกคือป่าและธรรมชาติภายในคือใจตน


ในการเดินทางในครั้งนี้ พวกเราเปรียบตนเองว่าเป็นคนป่า มีความรู้สึกแบบคนป่า คือมีกิเลสคละคลุ้งในจิตใจที่กำลังจะเข้าป่าไปเพื่อทำให้กิเลสหายฟุ้งจากการเดินป่า และเก็บของป่าจากป่าเต่าดำ เอามาแบ่งปันคนอื่นๆที่ไม่ได้เข้าไปในป่าให้ได้ลองชิมดูบ้าง

ของป่าเหล่านี้ไม่ใช่ผลไม้ หรือพรรณไม้ในทางรูปธรรม แต่เป็นความรู้และความรู้สึกที่ได้จากป่าที่เหล่าเด็กๆม.๓ โรงเรียนปัญญาประทีปจะเข้าไปเก็บมาให้คนภายนอกได้ลิ้มลองประสบการณ์ ผ่านสมุดบันทึกการเดินทางของพวกเขาทั้งสิบคน ตี๋ มิ่ง แบม แก้ม จี ซินแบต มิ้น ต้นข้าว ออม พิณ ที่จะนำเรื่องราวเด็ดๆที่คั้นแล้วของแต่ละคนมาผสมเป็นประสบการณ์หลากรส เรื่องราวหลากหลายแง่มุม ที่พวกเขาช่วยกันเก็บมาให้ผู้ที่ได้เปิดอ่านบันทึกของพวกเขาได้ลิ้มรสชาติที่คัดสรรตามความสามารถ

ช่วงเวลา ๕ วันในเต่าดำนั้นถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีค่าอย่างยิ่งที่ทำให้ได้เห็นน้ำใจอันดี การช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างเพื่อนของเด็กๆที่จะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันตลอดระยะเวลาที่อยู่ป่า
ในวันแรกนั้นเด็กๆได้ไปวาดรูปที่ปราสาทเมืองสิงห์อย่างสงบและกลับไปที่พักที่สถานปฏิบัติธรรมอยู่เย็นเป็นสุข และได้ระดมสมองกันในกิจกรรม “ก่อนเก็บของป่า” เพื่อช่วยกันแลกเปลี่ยนมุมมองที่น่าสนใจ ที่น่าเก็บเกี่ยวก่อนที่จะเข้าไปในป่า ในวันรุ่งขึ้นเด็กๆก็ออกเดินทางด้วยรถยนต์เข้าสู่ทางเข้าป่า และเริ่มเดินเท้าที่ด้าน ตชด. เขาปลาน้อย เพื่อไปยังสำนักสงฆ์เต่าดำ ซึ่งระหว่างทางเราจะเจอทากออกมาดูดเลือดพวกเราให้ตื่นเต้นกันเป็นระยะๆ ตลอดช่วงเวลา ๖ ชั่วโมงในการเดินเท้าสู่สำนักสงฆ์เต่าดำ

เส้นทางการเดินทางจากด้านนอกถึงในป่าชุ่มชื้นเป็นลำดับ คล้ายกับลำดับความชื้นของจิตใจ ยิ่งเข้าใกล้สถานที่เท่าไหร่ก็ยิ่งใจชื้นขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้อาจจะเป็นเพราะจะได้เข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศของสำนักสงฆ์เต่าดำสายหลวงปู่ชา ที่จะมีพระสงฆ์จากวัดป่านานาชาติผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาประพฤติธรรมที่ป่าแห่งนี้ปีละครั้งช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน สำหรับช่วงเวลาอื่นๆนั้น พระอาจารย์ปฏิบัติดีรูปหนึ่งจะคอยดูแลสำนักสงฆ์แห่งนี้อยู่

เด็กๆชั้น ม.๓ ทุกคนโชคดีที่ได้มีโอกาสแสดงความกตัญญูต่อครูบา -อาจารย์ด้วยการช่วยบำเพ็ญประโยชน์ติดป้ายชื่อสำนักสงฆ์ ป้ายบอกสถานที่ ทำแปลงพัก และมุงหลังคาใบลานให้กับสำนักสงฆ์ ในบางกิจกรรมนั้น เช่น กิจกรรมมุงหลังคาใบลาน เด็กๆทำกิจกรรมนี้อย่างสนุกสนานด้วยหัวใจที่ เบิกบาน และในตอนค่ำของวันที่สามนี้เด็กๆก็ได้เปิดวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพระอาจารย์ ที่ช่วยเป็นกระบวนกรในการพานักเรียนให้นั่งล้อมท่านเป็นวงกลม และเล่าเรื่องสิ่งที่ได้เรียนรู้ เป็นบรรยากาศที่สงบ เบิกบานไปด้วยรอยยิ้มของเด็กๆที่เล่าประสบการณ์ ความรู้สึกของตน ที่ได้ประสบพบเจอมาภายใต้แสงเทียนกับบรรยากาศอันเงียบสงบของค่ำคืนพระจันทร์เต็มดวงในป่าเต่าดำ ผู้ปกครองที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันแต่ละท่านต่างพากันอมยิ้มในพัฒนาการของเด็กๆด้วยความชื่นชมยินดี

เช้าวันรุ่งขึ้นพระอาจารย์ได้พาเด็กๆเดินขึ้นเขาไปดูที่พำนักสงฆ์ สถานที่ปลีกวิเวกของพระป่า เด็กๆต่างมีใจร่าเริงเบิกบาน แม้จะพบทางที่ยากลำบากแต่ทุกคนก็ช่วยกันดูแลกันและกัน ระหว่างเพื่อน ครู และผู้ปกครองให้เดินทางลัดเลาะไปตามเขาได้จนสุดทาง

เมื่อเดินถึงศาลาธรรมด้านบนของภูเขา พวกเราก็ได้เปิดวงกลมกัลยาณมิตรที่มีพระอาจารย์ชยสาโรเป็นประธานในการฟังเด็กๆแต่ละคนได้พูดความรู้สึกของตนเองอีกครั้ง ครั้งนี้เด็กๆได้ขอบคุณ ขอโทษ และกล่าวความรู้สึกดีๆออกมาอีกเช่นเคย ราวกับว่าในป่าแห่งนี้ไม่เคยแล้งเรื่องราวดีๆ เหมือนกับความชุ่มชื้นในป่าที่ไม่เคยหมดไปถ้าหากยังมีต้นไม้และคนที่คอยดูแลรักษามันอยู่ ในวันสุดท้ายของการเดินทาง พวกเรากราบลาพระอาจารย์และออกเดินทางจากป่าเต่าดำด้วยความรู้สึกอิ่มเอมในธรรมใบหน้าเบิกบานกันทุกคน
ขออนุโมทนากับเด็กๆทุกคนที่ร่วมกันสร้างบรรยากาศให้เกิดความประทับใจในทริปนี้


คัดจาก... บันทึกเรื่องเล่าของครูโบ๊ตในการพานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนปัญญาประทีป ไปเข้าค่ายทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ และฝึกฝนตนเองที่สำนักสงฆ์ป่าเต่าดำจังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน – ๑ ธันวาคม ๒๕๕๕

ครูโบ๊ต๒๐ ธ.ค. ๕๕

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แบ่งปัน สรรค์สร้างโลก(แห่งการศึกษา)



ความเห็น (0)