การเรียนรู้กิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนปัญญาประทีปตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ชุติยา
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

การเรียนรู้กิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนปัญญาประทีป

ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง



๑.อิฐบล็อกประสาน

อิฐบล็อกประสานทำมาจากดินท้องถิ่นผสมกับดินและทราย จากนั้นก็นำดินมาผสมเข้ากับดินแดงที่โรงเรียนปัญญาประทีปกับปูนซีเมนต์และน้ำเพื่อทำอิฐบล็อกประสานซึ่งไม่จำเป็นต้องเผาจึงช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ บุคลากรของโรงเรียนได้เรียนรู้วิธีการทำอิฐบล็อกประสานจาก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว) ซึ่งเป็นประโยชน์มาก




๒. การผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชที่ใช้แล้ว

การผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชที่ใช้แล้วเริ่มขึ้นเมื่อต้นปี ๒๕๕๔ โดยได้รับความเมตตาจากชุมพร คาบาน่า รีสอร์ท ร่วมกับผู้ปกครองโรงเรียนทอสีบริจาคเครื่องกลั่นให้ทางโรงเรียน เราได้ผลิตขึ้นเรียบร้อยแล้วและนำไปใช้กับรถแทรกเตอร์คันเก่าของโรงเรียน ซึ่งได้วัตถุดิบมาจากผู้ปกครองโรงเรียนทอสีหมั่นส่งให้เป็นประจำ และขอขอบพระคุณทุกท่าน ณ ที่นี้



๓. การเผาถ่าน

ที่โรงเรียนปัญญาประทีปของเราได้ปลูกต้นไผ่หลากหลายชนิด มีบางชนิดที่สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการทำถ่านไม้ไผ่ที่มีประสิทธิภาพสูงได้ ถ่านไม้ไผ่เหล่านี้มีประสิทธิภาพในการดูดกลิ่นเหม็นในตู้เย็นได้อย่างดีมาก ทั้งนี้ เรายังได้รับความเมตตาจากคุณพุทธินันท์ พึ่งวงศ์ญาติ ผู้เชี่ยวชาญในการเผาถ่านที่สำคัญของประเทศไทยมาช่วยสร้างเตาเผาถ่านจำนวน ๒ เตาเมื่อต้นปี ๒๕๕๔ นอกจากนี้การเผาถ่านยังได้น้ำส้มควันไม้ออกมา ซึ่งนำไปใช้ในการเกษตรปลอดสารพิษได้อย่าง



๔. การสกัดน้ำส้มควันไม้

น้ำส้มควันไม้ที่ได้จากการเผาถ่านจะถูกสกัดให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น ส่วนที่บริสุทธิ์แล้วจะใช้เป็นส่วนประกอบของสบู่ล้างมือและน้ำยาล้างห้องน้ำได้ ซึ่งโรงเรียนของเราได้รับความอนุเคราะห์อุปกรณ์กลั่นน้ำส้มควันไม้จาก ชุมพร คาบาน่า รีสอร์ท ซึ่งผู้บริหารมีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการสนับสนุนกิจกรรมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

๕. ผลผลิตจาก“รางจืด”

ต้นไม้ชนิดนี้เป็นต้นไม้มหัศจรรย์และมีประโยชน์มาก ซึ่งเป็นที่รู้จักในทางวิทยาศาสตร์ว่า “Thunbergia Laurifolia Lindl” หรือโดยทั่วไปเป็น “Luarel Clock Vine”หรือ “Blue Trumpet Vine” เราเริ่มต้นปลูกรางจืดอย่างจริงจังตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ในการทำปุ๋ยหมักจากรางจืดจะใช้ลำต้น, กิ่งก้านและใบ หั่นทั้งหมดเป็นชิ้นๆแล้วผสมกับกากน้ำตาลและน้ำ เก็บส่วนผสมไว้ในถังที่ปิดสนิทและรอเป็นเวลา ๓ เดือน ส่วนผสมทั้งหมดก็จะพร้อมสำหรับการนำไปใช้ ซึ่งการนำไปใช้จะใช้ใน ๓ ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนแรก เราได้ทดลองและได้ผลเป็นที่น่าประทับใจมาก คือ ถ้าเติมน้ำหมักรางจืดลงในบ่อเกรอะ(ถังส้วม) กลิ่นเหม็นก็จะหายไปทั้งหมด ขั้นตอนต่อมาคือ การเตรียมทดลองผลิต “ปุ๋ยหอม” จากกากของเสียของมนุษย์ ซึ่งเป็นตัวอย่างของโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงแนะนำไว้เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว แต่ผู้คนทั่วไปยังทำใจไม่ได้ หรือใจไม่ถึง จึงมีการนำมาทดลองใช้ค่อนข้างน้อย ส่วนที่๒ ใช้น้ำหมักรางจืดเจือจางกับน้ำและใช้เป็นปุ๋ยน้ำที่ทรงประสิทธิภาพมาก เนื่องจากเต็มไปด้วยไนโตรเจน และเหมาะใช้กับพืชผักที่ใช้ใบ การทดลองใช้กับ เปปเปอร์มินต์และสเปียร์มิ้นต์ในช่วงแรกได้ผลเป็นที่น่าอัศจรรย์ ใบแตกกอเขียวชะอุ่มงดงามมาก และส่วนที่ ๓ ใช้เป็นสารที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีเพื่อเร่งกระบวนการทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารและใบไม้กิ่งไม้แห้งทุกชนิด ซึ่งการเพิ่มส่วนผสมของรางจืดเข้าไปในกากน้ำตาลช่วยเร่งกระบวนการหมักได้มาก ซึ่งที่ผ่านมาเราพึ่งการซื้อน้ำยา EM เป็นสารที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมี และต้องซื้อหาในราคาที่ไม่ถูก เมื่อปลูกรางจืดเองเราจึงประหยัดได้มากขึ้นและสามารถที่จะพึ่งตัวเองได้




๖. การทำปุ๋ยหมัก

เศษอาหารและขยะอื่นๆจากครัวถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยไร้สารพิษสำหรับการเพาะปลูกได้ โดยนำขยะจากอาหาร ใบไม้แห้งและหญ้า มูลวัวและน้ำรางจืดที่ทำขึ้นเองมาผสมเข้าด้วยกันจากนั้นใช้เวลาประมาณ ๔-๖ อาทิตย์ส่วนผสมทั้งหมดก็จะเปลี่ยนเป็นปุ๋ยหมัก







๗. การทำฟาร์มไส้เดือน

ไส้เดือนพันธ์ที่ใช้ที่ปัญญาประทีปช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของเศษผักผลไม้เศษอาหารได้ โดยไส้เดือนจะย่อยสลายเศษขยะอินทรีย์เหล่านี้ให้หมดสิ้นไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นไส้เดือนจะแปรรูปเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ยมูลไส้เดือน ซึ่งเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่อุดมสมบูรณ์ได้ ปัสสาวะของไส้เดือนยังเป็นแหล่งปุ๋ยน้ำอย่างดีเยี่ยม

ที่โรงเรียนปัญญาประทีป เราเลี้ยงไส้เดือนพันธุ์ “ไส้เดือนแดง” รู้จักกันในชื่อ “Pheretima Peguana” ภาษาไทยเรียก “ขี้ตาแร่” พันธุ์นี้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพในการทำขยะผักและผลไม้สดให้เป็นปุ๋ยและแพร่พันธุ์ได้ดีด้วย สามรถผลิตเพื่อจำหน่ายได้ราคาดี







๘. การทำนาข้าวปลอดสารพิษ

เรามีแปลงสาธิต ที่ได้ขยายจาก ๒ ปีที่แล้ว มี ๑๐๐ ตารางเมตรและตอนนี้มี๑,๐๐๐ ตารางเมตรพร้อมทั้งมีระบบน้ำตลอดทั้งปี นักเรียนโรงเรียนปัญญาประทีป คุณครูและเจ้าหน้าที่ได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะต่างๆที่สำคัญในการปลูกข้าวตั้งแต่การย่ำดิน เพาะเมล็ดข้าว การดำนาไปจนถึงการเก็บเกี่ยว การตีหรือนวดข้าวและการลิ้มรสผลผลิตลำดับสุดท้ายร่วมกัน






๙. ชาใบข้าวปลอดสารพิษ

เราได้ปลูกข้าวหอมมะลิเพื่อใช้เฉพาะใบอ่อนที่มีอายุประมาณหนึ่งเดือนมาอบแห้งเพื่อใช้ชงชา ทั้งนี้ข้าวที่ปลูกจะไม่ใช้สารเคมี เป็นไปตามธรรมชาติและนำไปอบแห้งอย่างถูกสุขอนามัย ซึ่งผลจากการอบใบข้าวให้แห้งแบบนี้จะได้กลิ่นหอมของข้าวที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและคลอโรฟิลล์รวมถึงไม่มีคาเฟอีนอีกด้วย ผลการวิจัยระบุว่า เครื่องดื่มชาใบข้าวทำให้การทำงานของระบบลำไส้ดีขึ้น ช่วยยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลและช่วยป้องกันการเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันของน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารได้อีกด้วย โรงเรียนต้องขอบพระคุณญาติธรรม คุณสมฤทัย ปราสาททองโอสถ ที่แนะนำวิธีการผลิตชาใบข้าวและให้ผลงานวิจัยที่สนับสนุนประโยชน์ของชาใบข้าว

นอกเหนือจากคุณประโยชน์ทางการแพทย์ที่อ้างถึง การบริโภคเป็นประจำตลอดระยะครึ่งปีที่ทำการทดลองหาวิธีการอบแห้งที่ดีที่สุด สรุปได้ง่าย ๆ ว่า เครื่องดื่มชาใบข้าวมีรสชาติที่ยอดเยี่ยม มีกลิ่นหอมอันประณีตและลักษณะสีที่พอเหมาะของมันเองซึ่งเป็นแรงจูงใจให้เราทำชาใบข้าวปลอดสารพิษเพื่อส่งเสริมให้เป็นเครื่องดื่มสำหรับทุกเพศทุกวัย




๑๐. กล้าไม้

ต้นกล้าหลายพันต้นที่พร้อมปลูกและเติบโตในที่อื่น ๆ (มะค่าโมง มะค่าแต้ แดง ยางนา ตะเคียน พฤกษ์ นนทรีย์บ้าน ฯลฯ โรงเรียนขอบพระคุณกรมป่าไม้ที่อนุเคราะห์เมล็ดพันธุ์จำนวนมากในระยะหลายปีที่ผ่านม





๑๑. การเลี้ยงเป็ด

รงเรียนปัญญาประทีปเลี้ยงไก่แจ้จำนวนมาก และมีพันธ์ไก่ป่าเข้ามาเป็นเพื่อนอีกไม่น้อย เป็ดใข่มีอีกจำนวนหนึ่ง และมีเป็ดเทศ และห่านจำนวนมาก เป็นการเลี้ยงเพื่อความเจริญตา เจริญใจ โดยสัตว์เหล่านี้ช่วยกินเศษอาหาร หอยและวัชพืชในสระน้ำใกล้เคียง



๑๒. การปลูกสมุนไพรและพืชที่เป็นยา

พืชหลายชนิดกำลังเติบโตและใช้เป็นอาหารและยาได้แล้ว เช่น พริกไทย ว่านหางจระเข้ ขมิ้นชัน ขิง ข่า ขี้เหล็ก ชุมเห็ดเทศ มะรุม ตะไคร้หอม มะกรูด มะนาว ตะลิงปลิง มะยม มะเฟือง ฯลฯ โรงเรียนขอบพระคุณสวนสมุนไพร ของมหาวิทยาลัยมหิดลที่ให้ความอนุเคราะห์พืชสมุนไพรจำนวนมากเพื่อการศึกษา




๑๓. งานไม้และการแกะสลักไม้

เราส่งเสริมให้นักเรียนได้มีความสามารถหลากหลายและใช้ทักษะของพวกเขาแตกต่างกันออกไป ดังนั้น การแกะสลักไม้จึงเป็นกิจกรรมหนึ่งสำหรับเด็ก ๆ และคุณครูเช่นกัน เริ่มต้นด้วยนักเรียนที่แกะสลักป้ายสัญลักษณ์ของชื่อต่าง ๆ ของต้นไม้ที่ปลูกไว้รอบ ๆ เจดีย์ปัญญาประทีปของเรา ต้นไม้เหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับสมัยพุทธกาล เช่น ต้นโพธิ์ เป็นที่ๆพระพุทธเจ้าตรัสรู้ ต้นไทร เป็นที่ ๆ นางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาสแด่พระพุทธเจ้าก่อนพระองค์ท่านตรัสรู้

ต้นสาละเป็นที่ๆพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ต้นจิกเป็นต้นที่พญานาคแผ่พังพานเพื่อปกป้องพระพุทธเจ้าจากพายุฝนในสัปดาห์ที่หกหลังการตรัสรู้ เป็นต้น



๑๔. น้ำสมุนไพรพื้นบ้านป้องกันแมลงมดปลวกผลิตเอง

สมุนไพรที่ใช้ รวมทั้งเครื่องกลั่นได้รับคำแนะนำจาก รศ. ดร. สุรพล วิเศษสรร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แก่มะกรูด ใบยูคาลิปตัส ตะไคร้หอม สะเดาข่า เมล็ดน้อยหน่า พริก หางไหล สาบเสือ เป็นต้น





๑๕. การดูนก

โรงเรียนปัญญาประทีปตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างใหญ่เขียวชะอุ่มและมีลำธารธรรมชาติ เราจึงเป็นจุดที่นกนา ๆ ชนิดชอบแวะเวียนมาเยี่ยมเยือน ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ พวกเราต่างโชคดีที่ได้ทำหน้าที่เจ้าบ้านให้นกกระจาบหลายร้อยครอบครัวที่มาสร้างรังนับร้อยที่โรงเรียนปัญญาประทีป เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่นักเรียนและคุณครูได้ดูนกสร้างรังที่สวยงามตั้งแต่แรกเริ่มจนกระทั่งลูกนกโตพอที่จะออกจากรัง เราหวังว่าพวกมันจะเลือกกลับมาที่นี่เป็นประจำ




๑๖. คีเฟอร์การผลิตนมหมักคีเฟอร์เพื่อความเจริญอาหารและสุขภาพ

นมหมักคีเฟอร์ เป็นผลผลิตจากการหมักนมสดและหัวเชื้อจุลินทรีย์ คนไทยเรียกว่า “บัวหิมะ” ภาษาอังกฤษคือ kefir grains ลักษณะคล้าย cottage cheese หรือเกล็ดดอกกะหล่ำสีขาว เป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าโยเกิร์ต นมหมักคีเฟอร์เป็นที่รู้จักดีและนิยมในต่างประเทศมาก เนื่องจากมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพจำนวนมาก เช่น เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดอัตราการขยายตัวของเชื้อมะเร็ง และกำจัดเชื้อแบคทีเรียมีโทษในลำไส้ นมคีเฟ้อร์มีคุณสมบัติย่อยง่าย รสชาติอมเปรี้ยวคล้ายโยเกิร์ต แต่มียีสต์ที่เป็นประโยชน์ และ ‘probiotic’ bacteria ที่มีคุณค่าต่อสุขภาพ อุดมด้วยวิตามินแร่ธาตุและโปรตีนที่ย่อยง่าย (ข้อมูลจาก http://www.raw-milk-facts.com/kefir_T3.html และ http://www.kefir.net/what-is-kefir/ )

โรงเรียนปัญญาประทีปได้รับความอนุเคระห์ kefir grains และได้รับการอบรมในการผลิตนมหมักคีเฟ้อร์จากเจ้าของร้าน Aden Shop ที่เชียงใหม่ (อดีตผู้ปกครองโรงเรียนปัญญาประทีป ซึ่งพวกเราทุกคนที่มีโอกาสได้ชิมรสชาติแสนอร่อย และส่งเสริมสุขภาพ ขอขอบพระคุณในความกรุณา ณ ที่นี้ การผลิตและบริโภคนมหมักคีเฟ้อร์จึงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับหลักการ “กิน อยู่ เป็น” โดยตรง

ที่อยู่ร้าน Aden Shop เลขที่ ๔๐ ถนนนิมมานเหมินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200




๑๗. การปลูกอ้อย (ทำอ้อยควั่น น้ำอ้อย และน้ำตาลอ้อย)

โรงเรียนปัญญาประทีปได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัทน้ำตาลมิตรผลฯ (ท่านรองฯ ศุภนิตย์ มานะจิต และ คุณทิตติ กมลปิตุพงศ์ แห่งไร่ด่านช้าง สุพรรณบุรี) ในการจัดหาพันธุ์อ้อย สุพรรณ ๕๐ และการอบรมในการปลูกอ้อย ซึ่งเหมาะแก่การทำอ้อยควั่น คั้นน้ำอ้อยดื่ม และการเคี่ยวทำน้ำตาลอ้อยสูตรชาวบ้านแบบโบราณ พวกเราทุกคนขอขอบพระคุณบริษัทน้ำตาลมิตรผลฯ ในความกรุณา ที่เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกอ้อย ณ ที่นี้ครับ




ผู้บันทึก (ครูวิทิต)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แบ่งปัน สรรค์สร้างโลก(แห่งการศึกษา)



ความเห็น (0)