๖๑ ข้อดีของเรือนจำเอกชน

ข้อดีของเรือนจำเอกชน (Private prison) คือ ทำให้มี การแข่งขันเปรียบเทียบ (Competitive Comparison) ระหว่างเรือนจำของรัฐและเรือนจำเอกชน ...................................




 ๖๑. ข้อดีของ เรือนจำเอกชน (Private prison) ประกอบด้วย ข้อดีด้านต่างๆ หลายประการ เช่น

๑. ช่วยให้เกิด การแข่งขันเปรียบเทียบ (Competitive Comparison) ระหว่างเรือนจำของรัฐและเรือนจำเอกชน

๒. ลดการผูกขาดการใช้อำนาจรัฐในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในขั้นตอนของการบังคับโทษจำคุก

๓. ลดภาระด้านงบประมาณของรัฐกรณีรัฐขาดแคลนงบประมาณ

๔. สนับสนุนแนวคิดในการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีความร่วมมือกับภาครัฐ

๕. เอกชนมีความคล่องตัวเพราะภาคเอกชนไม่มีกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อนเหมือนภาครัฐ

๖. เอกชนมีความพร้อมด้านเงินทุนหรืองบประมาณ

๗. ช่วยให้รัฐประหยัดงบประมาณ (ด้านการก่อสร้างคุก)

๘. ภาคเอกชนมีความเป็นมืออาชีพมากกว่าภาครัฐ (ทฤษฎีทางเลือกสาธารณะ - Public Choice Theory)

๙. คุกมีมืออาชีพด้านการควบคุม และ มืออาชีพด้านการแก้ไข (เรือนจำอุตสาหกรรมเอกชน เรือนจำแรงงานเอกชน เรือนจำศาสนาเอกชน และ เรือนจำกึ่งเอกชน

๑๐. คุกมี มืออาชีพด้านจิตวิญญาณ (Professional Spiritual)

๑๑. นักโทษมีความไว้วางใจเอกชนมากกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ

๑๒. สามารถใช้แรงงานนักโทษให้เป็นประโยชน์กับทางเรือนจำ (เรือนจำอุตสาหกรรมเอกชน และ เรือนจำแรงงานเอกชน)

๑๓. ช่วยให้นักโทษได้ทำงานมีรายได้ไว้ใช้จ่ายส่วนตัว (เรือนจำอุตสาหกรรมเอกชน และ เรือนจำแรงงานเอกชน)

๑๔. ช่วยให้นักโทษได้ทำงานมีรายได้ไว้ช่วยเหลือครอบครัว (เรือนจำอุตสาหกรรมเอกชน และ เรือนจำแรงงานเอกชน)

๑๕. ช่วยให้นักโทษได้ทำงานมีรายได้ไว้ซ่อมแซมชดเชยเหยื่อผ่านการฝากเงินออมทรัพย์ของกองทุนชดเชยเหยื่อภายการกำกับดูแลของกองกองบริการเหยื่อ (Victim Services Division)

๑๖. ช่วยให้นักโทษได้ทำงานมีรายได้ไว้เก็บไว้ใช้จ่ายภายหลังพ้นโทษ (เรือนจำอุตสาหกรรมเอกชน และ เรือนจำแรงงานเอกชน)

๑๗. นักโทษสามารถทำงานผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ทั้งทางด้านเกษตรและอุตสาหกรรมไว้ใช้สอย หรือ บริโภคภายในคุก จำหน่ายใน และ นอกประเทศเป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจของประเทศ (เรือนจำอุตสาหกรรมเอกชน และ เรือนจำแรงงานเอกชน)

๑๘. ช่วยให้นักโทษมีความรู้ ทักษะ เชี่ยวชาญ ด้านการทำงาน (เรือนจำอุตสาหกรรมเอกชน และ เรือนจำแรงงานเอกชน )

๑๙. ช่วยให้นักโทษมีความรู้ ทักษะ เชี่ยวชาญ ด้านการตลาด (เรือนจำอุตสาหกรรมเอกชน และ เรือนจำแรงงานเอกชน)

๒๐. ช่วยให้นักโทษมีนิสัยรักการทำงาน ลดความเกียจคร้าน (เรือนจำอุตสาหกรรมเอกชน และ เรือนจำแรงงานเอกชน)

๒๑. ช่วยให้นักโทษได้มีโอกาส มีประสบประการณ์การทำงาน ในสภาพแวดล้อมที่เหมือนกับสถานที่ทำงานจริงในสังคมภายนอกคุก ทำให้นักโทษสามารถปรับตัวได้ง่ายภายหลังพ้นโทษ (เรือนจำอุตสาหกรรมเอกชน และ เรือนจำแรงงานเอกชน)

๒๒. เรือนจำเอกชนเห็นว่านักโทษเป็นแรงงานชั้นดี (มีระเบียบวินัย ไม่ลาออก ไม่ลาพักผ่อน)

๒๓. ช่วยให้นักโทษรู้จักทำความดี ละเว้นความชั่ว (เรือนจำศาสนา)

๒๔. ช่วยให้นักโทษมีทัศนคติในเชิงบวก (เรือนจำศาสนา)

๒๕. ช่วยให้นักโทษมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมคำสั่งสอนทางศาสนา (เรือนจำศาสนา)

๒๖. ช่วยให้นักโทษรู้สึกสำนึกในความผิดที่ตนได้กระทำ (เรือนจำศาสนา)

๒๗. ช่วยให้นักโทษมีจิตใจเข้มแข็ง (เรือนจำศาสนา)

๒๘. ช่วยให้นักโทษมีความพร้อมทางจิตใจในการกลับมาใช้ชีวิตใหม่ภายหลังพ้นโทษ (เรือนจำศาสนา)

๒๙. มีสถาปัตยกรรมคุกที่แตกต่าง

๓๐. มีวิสัยทัศน์คุกที่แตกต่าง

๓๑. มีภาพลักษณ์ด้านกำไร-ขาดทุนที่แตกต่าง

๓๒. มีนวัตกรรมคุกใหม่

๓๓. มีระบบคุกใหม่ (ระบบเรือนจำอุตสาหกรรมเอกชน ระบบเรือนจำแรงงานเอกชน เรือนจำศาสนาเอกชน และ ระบบเรือนจำกึ่งเอกชน)

๓๔. ประชาชนมีโอกาสเป็นหุ้นส่วนคุกในกรณีมีการนำหุ้นเรือนจำเอกชนเข้าไปจำหน่ายในตลาดหลักทรัพย์

๓๕. รัฐบาลได้รับคุกฟรีโดยไม่ต้องลงทุนเมื่อครบกำหนดสัญญา

๓๖. พระ บาทหลวง หรือ อิหม่าม รวมตลอดถึงแม่ชี มีโอกาสเป็นผู้บัญชาการเรือนจำ (เรือนจำศาสนา)

๓๗. เรือนจำของรัฐจะมีการตื่นตัว และ ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง

๓๘. เพิ่มทางเลือกในการจำคุกให้กับประชากรคุก

๓๙. มีการนำแนวคิดใน การถ่ายโอนภารกิจของรัฐ และ/หรือ การแปรรูปเรือนจำ เป็นของเอกชน (Mission Transfer / privatization) มาใช้ในงานคุกอย่างเป็นรูปธรรม

๔๐. ช่วยลดภารกิจภาครัฐ

๔๑. มีการนำทฤษฎีลดค่าใช้จ่ายคุกมาใช้ในงานคุกอย่างเป็นรูปธรรม

๔๒. มีการนำทฤษฎีซ่อมแซม หรือ ชำระหนี้ มาใช้ในงานคุกอย่างเป็นรูปธรรม (เรือนจำเอกชนในสหรัฐอเมริกา)

๔๓. มีการนำแนวคิดในการคุ้มครองเหยื่ออาชญากรรมมาใช้ในงานคุกอย่างเป็นรูปธรรม

๔๔. มีการนำทฤษฎีทางเลือกสาธารณะ มาใช้ในงานคุกอย่างเป็นรูปธรรม (เรือนจำเอกชนส่วนใหญ่ใช้ทฤษฎีทางเลือกสาธารณะ เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน)

๔๕. มีการนำแนวคิดคุกสีเขียว ที่ดำเนินงานภายใต้แนวคิดการประหยัดพลังงาน แนวคิดคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และชุมชน มาใช้อย่างเป็นรูปธรรม

๔๖. มีการนำทฤษฎีนิเวศวิทยามนุษย์มาใช้ในงานคุกอย่างเป็นรูปธรรม

๔๗. มีการนำแนวคิดอาสาสมัครในเรือนจำ มาใช้ในงานคุกอย่างเป็นรูปธรรม (เรือนจำศาสนา)

๔๘. เรือนจำเอกชนไม่กลัวปัญหานักโทษล้นคุก (ต้องการค่าใช้จ่ายรายหัวจากรัฐตามสัญญาเรือนจำเอกชน)

๔๙. เรือนจำเอกชนมีความต้องการนักโทษจำนวนมาก (ค่าใช้จ่ายรายหัวเป็นการรับประกันการขาดทุน)

๕๐. ช่วยลดความแออัดของนักโทษในเรือนจำของรัฐ

๕๑. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสิ่งอำนวยความสะดวกคุก

๕๒. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการแก้ไข (เรือนจำเอกชนมีมืออาชีพด้านการแก้ไข)

๕๓. ช่วยลดการกระทำความผิดซ้ำ (ข้อมูลจากผลรายงานวิจัยบางส่วน)

๕๔. เป็นการนำงานวิจัยเกี่ยวกับเรือนจำเอกชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์

๕๕. งานวิจัยเกี่ยวกับเรือนจำเอกชนของกรมคุกไม่สูญเปล่า (ได้ใช้งบวิจัยไปแล้วประมาณ ๔ ล้านบาท)

๕๖. ลบคำกล่าวที่ว่ากระบวนการยุติธรรมทางอาญารัฐเท่านั้นที่จะกระทำได้

๕๗. เรือนจำเอกชนจะเป็นโครงการนำร่องกระบวนการยุติธรรมทางอาญาอื่นๆ เช่น ตำรวจเอกชน อัยการเอกชน และ ผู้พิพากษาเอกชน

๕๘. ช่วยแสดงให้เห็นถึงความทันสมัยของพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ ๒๔๗๙ ที่ได้บัญญัติรองรับให้สามารถปรับใช้กับการดำเนินงานเรือนจำเอกชนไว้ล่วงหน้านานร่วม ๘๐ ปี

๕๙. กรมคุก และ กระทรวงยุติธรรมมีการเปลี่ยนแปลง

๖๐. ประชาชนอาจพึงพอใจ และ ยอมรับการเปลี่ยนของกระทรวงยุติธรรมเพิ่มขึ้น

๖๑. กรณีเรือนจำเอกชนดำเนินงานไม่มีประสิทธิภาพก็สามารถริบเงินค่าประกันสัญญา หรือ ยกเลิกสัญญาเรือนจำเอกชนได้




โดยสรุป

เหตุผลสำคัญที่จะต้องมี เรือนจำเอกชน (Private prison) คือ ทำให้มี การแข่งขันเปรียบเทียบ (Competitive Comparison) ระหว่างเรือนจำของรัฐและเรือนจำเอกชน เพราะการแข่งขันเปรียบเทียบสามารถแสดงให้เห็นจุดเหมือน จุดต่าง จุดอ่อน จุดแข็ง จุดเด่น จุดด้อย จุดดี และ จุดเสีย โอกาส และ อุปสรรคของเรือนจำของรัฐ และ เรือนจำเอกชน กล่าวคือ ถ้าไม่มีการแข่งขันเปรียบเทียบ จะทำให้ไม่สามารถวัดผลการปฏิบัติงาน หรือ วัดความสำเร็จในการปฏิบัติงานของเรือนจำของรัฐในลักษณะที่เป็นรูปธรรมได้ จะวัดความสำเร็จในการปฏิบัติงานของเรือนจำของรัฐได้แต่เพียงในลักษณะที่เป็นนามธรรม ตัวอย่างเช่น ที่ผ่านมา กรมคุกสามารถใช้แรงงานนักโทษผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ รับจ้างทำงานสาธารณะ และใช้แรงงานนักโทษหาผลประโยชน์ ได้วันละประมาณ ๒.๑๑ บาท (สองบาทสิบเอ็ดสตางค์) ต่อคนต่อวัน เราก็ยังไม่สามารถความสำเร็จได้ว่าจริงๆแล้ว กรมคุกมีความสำเร็จ หรือ ล้มเหลว หรือไม่อย่างไร แต่ถ้ามีเรือนจำเอกชนเป็นตัวเปรียบเทียบ และ สมมุติว่าในขณะเดียวกันเรือนจำเอกชนสามารถใช้แรงงานนักโทษผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ รับจ้างทำงานสาธารณะ และ ใช้แรงงานนักโทษหาผลประโยชน์ ได้ถึงวันละ ๓๐๐ บาท (สามร้อยบาทถ้วน) กรณีนี้ก็จะสามารถวัดความสำเร็จในการปฏิบัติงานของเรือนจำของรัฐได้ว่า ไม่ประสบความสำเร็จ เป็นต้น ส่วนข้อดีของเรือนจำเอกชนข้ออื่นๆ เช่น การลดการผูกขาดการใช้อำนาจรัฐ (the monopoly of state) และ การถ่ายโอนภารกิจของรัฐ และ/หรือ การแปรรูปเรือนจำ เป็นของเอกชน (Mission Transfer / privatization) ฯลฯ เมื่อเทียบกับข้อดีในเรื่องของการแข่งขันเปรียบเทียบแล้วนับว่ามีความสำคัญน้อยกว่า ดังกล่าวข้างต้น


อ้างอิง

ข้อมูลภาพจากเว็บไซต์ https://www.rt.com/usa/private-prison-inmates-audi… , เว็บไซต์ http://www.prisonlawblog.com/blog/mangaung-and-bey…และ ข้อมูลเนื้อหาจาก บทความเรื่อง วินัย เจริญเฉลิมศักดิ์ เว็บไซต์ gotoknow เรื่อง ทฤษฎีเรือนจำเอกชน, นักโทษไทยแรงงานที่สูญเปล่า, ทฤษฎีลดค่าใช้จ่ายคุก, นักโทษล้นคุกเป็นวิกฤติหรือโอกาส, เรือนจำอุตสาหกรรมแคนาดา, และ เรือนจำธุรกิจที่ร่ำรวยกว่าค้ายาเสพติด  และ  วินัย เจริญเฉลิมศักดิ์ วิทยานิพนธ์ปริญญาโท กฎหมายมหาชน เรื่องกฎหมายเรือนจำเอกชนเปรียบเทียบ  มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชมรม เครือข่าย บริษัท เรือนจำเอกชน



ความเห็น (2)

ขอบคุณอาจารย์ศรีกรม มากน่ะครับ ที่กรุณาติดตาม.............


ขอบคุณอาจารย์นงนาท มากน่ะครับ ที่กรุณาติดตาม................