​ชีวิตย่อมมีคุณค่ามาก เมื่อ “เรียนรู้” ได้เร็ว

การเรียน และการเรียนรู้ ที่เราสามารถจะทำได้จริงๆ ก็สามารถทำด้วยการสร้างและพัฒนาความเข้าใจ ทัศนคติ หลักคิด วิถีคิด วิธีคิด และ ทักษะ และความตระหนักของตัวเราเอง ผ่านการปฏิบัติจริงๆ จนเข้าใจจริงๆ ทำได้จริงๆ ตามเจตนาของ “ผู้ให้ข้อมูล” และ “สื่อ” ที่เราจำเป็นต้องกรองเอา “พิษ” หรือ “มายา” ออกไปแล้ว แล้วนำมากลั่นให้เป็นความรู้และความเข้าใจของเราเอง โดยจะต้องไม่พยายามไป “จดจำ” สื่อ ต่างๆ ที่เคยมี เคยใช้ ให้เสียพลังของการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และชีวิตของเรา ไม่ยึดติดกับ “สื่อ” แต่ควรปล่อยให้ “สื่อ” เหล่านั้นผ่านไป

**************************************

ผมได้เริ่มคิดเรื่องนี้มามาตั้งแต่สมัยเด็กๆ จาก ข้อสังเกตในความแตกต่างของคนที่มีความ “ก้าวหน้า” และ “สำเร็จ” ได้ไวกว่าคนในรุ่นเดียวกัน และมีคนต่างวัย ต่างอายุ มีความสามารถใกล้เคียงกัน และมาทำงานร่วมกันได้

และยิ่งกว่านั้น ยังสังเกตว่า มีบางคน แม้อายุยังไม่มาก แต่สามารถพัฒนาความก้าวหน้ารวดเร็ว กว่าคนรุ่นก่อนๆ เสียด้วยซ้ำ ทั้งความสำเร็จส่วนตัว ส่วนครอบครัว และคุณค่าที่สร้างสรรค์ให้กับสังคมทุกระดับ

ในสมัยที่ผมยังไม่เข้าใจ “กฎแห่งกรรม” หรือรู้แค่เพียงผิวเผินนั้น ผมคิดว่าคงจะเป็นเรื่องของบุญ วาสนา ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ตามคำพังเพยที่ว่า “แข่งเรือแข่งพายนั้นทำได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนากันไม่ได้”

เมื่อผมมาศึกษาเรื่อง “กฎแห่งกรรม” จนเข้าใจมากขึ้น จึงได้ทราบว่า “กรรม” ที่ว่านั้นมีทั้ง “กรรมเก่า” ที่เราต้องรับ แก้ไขอะไรไม่ได้ และ “กรรมใหม่” ที่เราสามารถสร้างเอง ให้เป็นอย่างไรก็ได้ ดังคำพังเพยว่า “ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน” มิได้อยู่ที่ “ชาติ ตระกูล” แต่อย่างใด เพียงแต่คนที่มีชาติตระกูลดี จะเป็นฐานเริ่มต้นที่ดี และได้เปรียบกว่า ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้นเอง หรือ ก็คือมีกรรมเก่าที่ดีนั่นเอง ที่ทำให้การสร้างกรรมใหม่ที่ดีเกิดผล หรือเห็นผลได้เร็วกว่า เท่านั้นเอง

เปรียบเสมือนการทำการเกษตรบนดินที่อุดมสมบูรณ์ย่อมได้ผลรวดเร็วกว่าการเริ่มจากดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ แต่แม้ดินจะอุดมสมบูรณ์ปานใด ถ้าใช้อย่างไม่ถูกวิธีก็จะเกิดความเสื่อมโทรมได้ จนใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ ในทางกลับกัน แม้ดินจะไม่อุดมสมบูรณ์ แต่หมั่นปรับปรุงดูแลอย่างมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ในที่สุด ดินบริเวณนั้นก็จะดีขึ้นมาโดยลำดับ และ ใช้ประโยชน์ได้ไม่แตกต่างจากดินที่อุดมสมบูรณ์มาแต่เดิม

นี่คือความรู้ ความเข้าใจของผม ที่เกิดขึ้นมาในระยะที่เข้าใจกฎแห่งกรรมแล้ว

ดังนั้น ประเด็นสำคัญก็คือ ในชีวิตเรานั้น จะสามารถสร้างกรรมใหม่ เพื่อการปรับปรุงชีวิตให้ดี มีคุณค่าอย่างรวดเร็ว ทันเวลาชีวิตอันแสนสั้น ได้ด้วยวิธีใด คำตอบชัดๆ ง่ายๆ ก็คงไม่พ้นการเรียนรู้ เพื่อสร้างความรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่หลงเชื่อสิ่งที่เป็น “มายา” หลอกลวงให้เราหลงทาง หรือ หลงเชื่อ

ประเด็นนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก และค่อนข้างลำบากสำหรับคนในสมัยปัจจุบัน ที่เป็นสมัยที่ข้อมูลข่าวสารมากมาย เฟื่องฟู ในทุกด้าน มากมายมหาศาล มากเสียจนไม่ทราบจะเลือกได้อย่างไร ที่ตรงกันข้ามกับยุคก่อนสมัยก่อนที่ข้อมูลข่าวสารมีน้อยมาก มีแต่ธรรมชาติให้เรียน และธรรมชาติ ไม่มีการโกหกหลอกลวง บิดเบือน หรือมายาใดๆ ยกเว้นก็เฉพาะคนที่สร้างมายาหลอกตัวเอง ที่เป็นปัญหาเฉพาะบุคคล ที่ทำให้การเรียนในสมัยก่อนง่ายกว่าสมัยนี้มาก

ดังนั้น การเรียนเพื่อพัฒนาชีวิตในยุคข้อมูลข่าวสารเฟื่องฟุนี้ ทุกคนจำเป็นต้องมีระบบการกรอง “มายา” และ “สิ่งที่เป็นพิษ” ออกไปจากระบบการเรียน ระบบความรู้ ระบบการเรียนรู้ และทำความเข้าใจให้ถูกต้อง และตรงกับสิ่งที่เป็นจริง แบบ “สัมมาทิฐิ” โดยกรอง ให้เหลือแต่ความจริง และเรียนจากความจริง จากสิ่งที่เป็นจริงเท่านั้น และในขณะเดียวกันก็ยังต้องระวังปัญหาเดิมๆ ก็คือการหลง และการสร้าง “มายาคติ” หลอกตัวเอง ที่เป็นมรดกตกค้างมาตั้งแต่ยุคสมัยเก่าก่อน ไม่ให้มารบกวนระบบการเรียนรู้ของเราอีกด้วย

นี่คือความยากของการเรียน และการเรียนรู้ของคนในยุคใหม่ ที่เป็นอยู่ในยุคข้อมูลข่าวสารเฟื่องฟูอยู่ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ระบบและวิธีการเรียนรู้ ก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวด และที่สำคัญมากๆ ก็คือ ต้องระวังมากๆ ไม่ให้ “การเรียนรู้” ของเรา ไปปะปนกับ “การท่องจำ” หรือ “การเลียนแบบ” หรือ “การลอกคำพูด” ของใครมาใช้ แต่อย่างใดทั้งสิ้น ที่เราสามารถติดตามและประเมินผลการเรียนของเรา ได้จากการพัฒนาความรู้ความสามารถ จากข้อมูล หรือ สื่อเดิม มาเป็นความรู้เฉพาะของเราเอง โดยไม่ควรเหลือสภาพ หรือร่องรอยของ “สื่อ” เดิม ที่ผ่านการเรียนรู้แล้ว แต่ควรเป็นการ “แปล” นำ “สื่อ” ต่างๆมาพัฒนา และดัดแปลงสภาพออกไปเป็น “ความรู้” “ความเข้าใจ” ตาม “เจตนา” เดิม ในสิ่งที่ “สื่อ” ด้วย คำพูด หรือ ตัวหนังสือ หรือ ภาพ หรือ เสียง หรือสัมผัสอื่นใด โดยต้องไม่ติดยึดกับ “สื่อ” ที่เราเข้าใจแล้วเหล่านั้น และ ถ้าจะให้ดีที่สุด ก็คือ ไม่ควร “มีร่องรอย” ของสื่อเหล่านั้นอยู่ในระบบคิดของเรา จึงจะนับได้ว่าเป็นการเรียนรู้ที่มีพลังอย่างแท้จริง

ดังนั้น การเรียน และการเรียนรู้ ที่เราสามารถจะทำได้จริงๆ ก็สามารถทำด้วยการสร้างและพัฒนาความเข้าใจ ทัศนคติ หลักคิด วิถีคิด วิธีคิด และ ทักษะ และความตระหนักของตัวเราเอง ผ่านการปฏิบัติจริงๆ จนเข้าใจจริงๆ ทำได้จริงๆ ตามเจตนาของ “ผู้ให้ข้อมูล” และ “สื่อ” ที่เราจำเป็นต้องกรองเอา “พิษ” หรือ “มายา” ออกไปแล้ว แล้วนำมากลั่นให้เป็นความรู้และความเข้าใจของเราเอง โดยจะต้องไม่พยายามไป “จดจำ” สื่อ ต่างๆ ที่เคยมี เคยใช้ ให้เสียพลังของการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และชีวิตของเรา ไม่ยึดติดกับ “สื่อ” แต่ควรปล่อยให้ “สื่อ” เหล่านั้นผ่านไป จึงจะเรียกว่า “การเรียนรู้” เพื่อการพัฒนาชีวิตอย่างแท้จริง ที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาชีวิตให้มีคุณค่า สมกับที่เกิดมาเป็นคน และพัฒนาตัวเองคนเป็นมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง

ใครทำได้เร็ว ชีวิตก็จะพัฒนาได้เร็ว ที่เป็น “กรรมใหม่” ที่ทุกคนทำได้ โดยไม่ต้องไปวิตกกังวลกับ “กรรมเก่า” ให้เสียเวลาชีวิต แต่อย่างใดทั้งสิ้น ยิ่งเราสร้างกรรมใหม่ดีมากเท่าไหร่ กรรมเก่าก็จะยิ่งด้อยความสำคัญลงไปโดยลำดับ

ผมเรียนมาแบบนี้ คิดแบบนี้ และ ทำแบบนี้ในชีวิตของผมครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้เพื่อชีวิต



ความเห็น (0)