ชีวิตที่พอเพียง 2586. เที่ยวชายฝั่งทะเลบอลติก 3


ตอนที่ ๘Of Forests and Lakes ของการเที่ยวแบบ virtual เป็นเรื่องของประเทศฟินแลนด์ ผ่านจุดต่างๆ ไปยังเกาะ Mariehamn ที่มีนักประดาน้ำ ดำไปเก็บสมบัติในเรือฝรั่งเศสที่จมอยู่ ๑๕๐ ปี พบแชมเปญอายุ ๑๕๐ ปี ที่ยังมีสภาพดี แต่รสชาติแตกต่างจากแชมเปญในปัจจุบันโดยสิ้นเชิง จำนวน ๑๖๘ ขวด เขาขายขวดละ ๑ หมื่นยูโร

ไปที่ Vaasaไปชมชีวิตของสาว Coastguard บนเรือโฮเวอร์คราฟท์ความเร็ว ๙๐ ไมล์ต่อชั่วโมง ได้เห็นใต้ท้องเรือ และเข้าใจกลไกการปั๊มลมเข้าไปพองตัวพยุงเรือ เรือนี้จอดบนบกนะครับ เมื่อสตาร์ทเครื่องจะปั๊มลมเข้าไปพองส่วนพยุงเรือ และขับลงน้ำไปได้เอง เป็นเรือที่ขับยาก แต่เหมาะต่อพื้นน้ำที่ตื้นและมีโขดหิน

ฟินแลนด์มีเกาะมาก บางเกาะมีสะพานสมัยใหม่เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ จาก Vaasa เราต่อไปยัง Poriผ่านทุ่งนา และพื้นน้ำกว้างใหญ่ ไปชมชุมชนที่นัดกันมาเต้นรำจังหวะแทงโก้ โดยคนที่มาเป็นคู่ผู้สูงอายุ เห็นได้ชัดว่าเป็นการหย่อนใจและออกกำลังไปในตัว ทำให้ผมเสียดาย ที่สาวน้อยและผมเต้นรำไม่เป็น

เราไปชมพิธีซาวน่าของชาวฟิน เริ่มจากขับรถแทรคเตอร์ลากอาคารซาวน่าเคลื่อนที่ไปยังชายหาด เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยทั้งสาวหนุ่มมาชุมนุมดื่มเบียร์ แล้วไปเข้าห้องอบไอน้ำ จนเหงื่อออกดีก็ออกไปกระโจนน้ำเย็นเจี๊ยบที่ทะเล แล้วขึ้นมาอบไอน้ำอีก คราวนี้เอากิ่งเบิร์ชฟาดตามตัว กระตุ้นให้โลหิตไหลแรง นี่คือพิธีกรรมแห่งคืนก่อน Mid Summer Night ที่เที่ยงคืนแล้ว ท้องฟ้ายังสว่างไสวด้วยแสงทอง

ในเมืองหนาว ฤดูร้อนเป็นที่รอคอยและเฉลิมฉลอง คืน Mid Summer Night จึงมีพิธีจุดไฟ ที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ กองไฟอยู่บนแพลอยอยู่ในแม่น้ำ คล้ายๆ กระทงบ้านเรา แต่บนแพมีแต่กระโจมฟืน ไม่มีดอกไม้หรือสิ่งประดับใดๆ ทั้งสิ้น แต่ละที่มีแพเดียวไม่ได้มีแพเล็กแพน้อยอย่างลอยกระทงบ้านเรา ไม่ทราบว่าพิธีสะท้อน การรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวของคนในชุมชนหรือเปล่า

Hanko Skerry Doctor เป็นหมอบวกเจมสฺ บอนด์ ขับเรือเร็วไปดูแลผู้ป่วยเป็นหน่วยบริการฉุกเฉินเคลื่อนที่ โดยชีวิตปกติเป็นหมอวิจัยมะเร็งที่เฮลซิงกิ ในฤดูร้อนจึงมาเป็นหมอพเนจร บนเรือมีห้องปฏิบัติการเบื้องต้น เพื่อบอกสาเหตุของความเจ็บป่วย ผู้ป่วยที่ไปเยี่ยมมีอาการปวด และสงสัยว่าจะเก ิดจากถูกเห็บกัด ผลการตรวจบอกว่า ควรไปรับการดูแลจากโรงพยาบาลที่แผ่นดินใหญ่

เราไปทำความรู้จักสาวนักวิจัยหิน วิจัยรอยสลักหินโบราณ เพื่อเรียนรู้เรื่องราวในอดีต ซึ่งก็คือโบราณคดีนั่นเอง ผมประทับใจคำพูดของเธอ ว่าเธอทำหน้าที่รักษาเรื่องราวในอดีตไว้ให้คนรุ่นต่อไปได้เรียนรู้

Kotka ไปชมการผลิตเหยื่อปลอมติดเบ็ดตกปลา hand made ราคา ๑๐๐ ยูโร เป็นเหยื่อที่ว่ายน้ำเหมือนปลาจริงๆ มีเบ็ดเกาะอยู่ที่ตัวเหยื่อหลายที่ ที่ละ ๓ ตัว ปลาใหญ่ที่มางับเหยื่อปลอมนี้ไม่มีทางหลุด แล้วเราตามไปดูนักยิงปลาใต้น้ำ เขาดำน้ำแบบไม่มีถังอ็อกซิเจนช่วยได้คราวละ ๒ นาที ลงไปใช้ปืนฉมวกยิงปลา แม่นยังกะจับวาง

กีฬาลูกบอลล์ใต้น้ำ นักกีฬาดำน้ำแบบกลั้นหายใจ สู้กันสองฝ่าย เพื่อเอาลูกบอลล์ไปยัดเข้าโกล ผู้รักษาประตูนอนปิดช่องโกลอยู่ใต้น้ำ หมดลมกลั้นเมื่อไรประตูก็เปิดอ้า เข้าใจว่าเขาคงเล่นกันยกละ ๓ - ๔ นาที เป็นกีฬาที่ต้องฝึก ๒ อย่าง คือกลั้นหายใจ กับว่ายน้ำ

ช่วงสุดท้ายของตอน จาก Kotka สู่เมืองหลวง Helsinki ไปชมเรือเฟอร์รี่ที่พื้นที่จอดรถบรรทุกรถเก๋งได้ ๔๐๐ คัน และรถบรรทุกอีก ๕๐ คัน เดินทาง ๖๐ กิโลเมตรไปเอสโทเนียเราไปชมการทำงานของผู้จัดการสาว ที่ทำหน้าที่โบกจัดรถให้เข้าจอดบนเฟอร์รี่ให้ถูกที่ถูกทาง เพื่อความปลอดภัย

ตอนที่ ๙ The Reborn Gems เป็นเรื่องราวของประเทศ เอสโทเนีย ลิธัวเนีย และลัทเวีย ที่เป็นเอกราชหลังโซเวียตรัสเซียแตกสลาย

เราเดินทางจากเมืองหลวง Tallinn ของเอสโทเนีย ผ่านลัทเวีย และลิธัวเนีย ไปยังเมือง Nida (ลิธัวเนีย) เอสโทเนียมีเกาะ ๑,๕๐๐ เกาะ เราไปพบศิลปินสาวนักออกแบบเสื้อผ้า ที่รีไซเคิลเสื้อผ้าเก่า และเป็นนางแบบเองด้วย ต่อด้วยนักวิจัยสาหร่าย ในทะเลบอลติก ที่ออกไปเก็บข้อมูลในทะเลลึกด้วยเรือลำใหญ่ เป้าหมายคือ Blue – green algae ที่ขยายตัวรวดเร็วจากการปล่อยไนโตรเจนและฟอสฟอรัสลงทะเล สาหร่ายเหล่านี้เป็นพิษ และเมื่อตายก็จะจมลงไปทับถมที่ก้นทะเล และกระบวนการย่อยสลายต้องการอ็อกซิเจน มีผลต่อระบบนิเวศน์ของทะเล ดังนั้นการวิจัยนี้ คือการศึกษาระบบนิเวศน์ของทะเลบอลติกนั่นเอง

ที่เกาะ Saaremaa เราไปชมสาวช่างไม้นักต่อเรือยอช์ท ที่เกาะ Kihnu ในอ่าว Riga ที่มีชนเผ่าจำเพาะ ๗๐๐ คนอาศัยอยู่ เราได้เห็น M 72 รถมอเตอร์ไซคล์พ่วงข้างแบบโซเวียด ที่ยังใช้อยู่ที่นี่ ผมเดาว่าน่าจะเป็นของสมัยสงครามโลก คนเหล่านี้ยังทอผ้าใช้เองกันอยู่

จากนั้น ไปยัง Sooma National Park แหล่งอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ ไปดูการขุดเรือจากท่อนไม้ด้วยขวาน เหมือนกับที่ผมเคยเห็นที่ข้างบ้านสมัยเป็นเด็กไม่มีผิด เขาเรียก log boat เราเรียกเรือขุด เป็นเรือที่ทนทานมาก ขุดจากไม้ทั้งต้น และการพายเรือของเขาก็เหมือนที่บ้านผมไม่มีผิด ต่อไปเมือง Riga ไปดูการจับปลาไหล Lamprey ในลำน้ำ เป็นปลาไหลที่มี sucker และเนื้ออร่อยมาก สมัยอยู่ใต้โซเวียตปลาเหล่านี้ถูกส่งไปมอสโคว์หมด คนท้องถิ่นไม่มีสิทธิ์กิน

ที่ Riga เราไปดูชีวิตของนักศึกษาหญิงของโรงเรียนการเดินเรือ ต่อไปยังเมือง Pape Nature Reserve ที่มีฝูงม้าป่า ที่ Nida ผมได้เห็นเนินทรายชายหาดที่ทั้งสูงและกว้างใหญ่ และได้รับรู้ชีวิตของสาว ๒๒ เจ้าหน้าที่รักษาพรมแดนระหว่างลิธัวเนียกับรัสเซีย ซึ่งที่ชายหาดเป็นเพียงรั้วลวดหนามโทรมๆ ลอดผ่านง่ายๆ แต่ที่ด่านรถยนต์แถวจากรัสเซียเข้าลิธัวเนียคิวยาวเป็นกิโลเมตร

ตอนที่ ๑๐ (สุดท้าย) Hidden Treasures ไปที่ชายหาดโปแลนด์ จาก Danzigไปยัง Stettin ไปชมสาวนัก kitesurfer แล้วไป Zywkowo หมู่บ้านชนบทที่เลี้ยงม้า วัว และเลี้ยงนกกระสาบนหลังคาบ้าน การสร้างรังบนยอดหลังคาบ้านให้ นกกระสา เป็นเรื่องใหญ่และเสี่ยงอันตราย ต่อไปที่ Elblag ชมรถลากบรรทุกเรือท่องเที่ยว (และขนส่งสินค้า) จากด้านหนึ่งของคลอง ไปยังอีกด้านหนึ่งที่ระดับสูงกว่ากัน ๑๐๐ เมตร ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร โดยใช้ลวดสลิงลาก ฉุดด้วยกังหันพลังน้ำ กลไกดังกล่าวอายุ ๑๕๐ ปี

เขาพาไปชมวิวเมือง Danzig หรือ Kdansk ที่เป็นเมืองท่าที่เก่า ใหญ่ สวยงาม และเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์การสู้รบ ที่ชื่อเสียงโด่งดังในปี 1980 ในฐานะเมืองต้นกำเนิดการปฏิวัติปลดแอกโซเวียตรัสเซีย ทำให้โปแลนด์เป็นประเทศประชาธิปไตย ไปทำความรู้จักคุณปู่อายุ ๗๙ นักโบราณคดีใต้น้ำ ที่ประดิษฐ์กล้องถ่ายรูปใต้น้ำเอง

เมืองนี้มีอู่ต่อเรือ เขาพาเราไปรู้จักศิลปินนักถ่ายรูป ที่คลั่งใคล้การถ่ายรูปอู่ต่อเรือและผู้คนในอู่ต่อเรือ แล้วไปชมโลมาในอ่าว ชมการวิจัยเพื่ออนุรักษ์โลมาในทะเลบอลติก

ที่ Leba เราไปทำความรู้จักคุณย่าในตระกูลนักดูแลกระโจมไฟ ที่ตั้งอยู่ในป่า ตกกลางคืนเห็นฝูงหมาป่าจากแสงไฟจากกระโจมที่หมู่บ้าน Rusowo ผมได้เห็นเนินทรายชายหาดอีกแล้ว (ผมเคยบันทึกเรื่องเนินทรายชายหาด ที่นี่) และได้รู้จักไต้ก๋งสาว ผู้เคยเดินทางรอบโลกด้วยเรือใบ ใช้เวลา ๒ ปี และได้ไปดูการหมักและกลั่นเหล้า ชนัปป์ส (Schnapps) ในครัวเรือน ซึ่งมองมุมหนึ่ง ในกรณีนี้เป็นการใช้ของเหลือบริโภค คือผลแอปเปิ้ล ให้เกิดประโยชน์ น่าสนใจว่าในประเทศโปแลนด์ ไม่ถือว่าผิดกฎหมาย

เราบินผ่านไร่มันฝรั่ง ไปยังเป้าหมายสุดท้าย คือฟาร์มผสมพันธุ์ม้า ไปชมชีวิตของหนุ่มเจ้าของคอกม้า ผู้ใฝ่ฝันจะเป็นแชมป์โอลิมปิก ในกีฬาขี่ม้าข้ามเครื่องกีดขวาง เป็นอันจบตอนที่ ๑๐ และจบการชมภาพยนตร์สารคดีชุดเที่ยวชายฝั่งทะเลบอลติก ทำให้ผมอยากไปเที่ยวจับใจ

ผมได้พัฒนาวิธีชมภาพยนตร์ ให้เป็นไกด์ไปสู่การทำความรู้จักเมืองและสถานที่ต่างๆ ภาพยนตร์ชุดนี้ถ่ายวิวจากมุมสูง คล้ายๆ เป็น air tour เห็นภูมิประเทศสวยงาม และมีการนำเอาเรื่องราวที่หลากหลายในสถานที่ที่ผ่านไปมาให้เราชม สลับกับเรื่องราวของคนในที่นั้นๆ โดยไม่ตีความมากนัก เปิดช่องให้ผมตีความด้วยตนเอง สนุกมาก บางส่วนที่ผมตีความ ได้นำมาลงในบันทึกชุด เที่ยวทะเลบอลติก นี้

สิ่งที่ผมได้รับมากที่สุดคือ ได้เห็นเรื่องราวของคนที่มีความสุข ความภูมิใจในงาน หรือวิถีการดำรงชีวิตของตน เพื่อจะได้นำมาคิดไตร่ตรองว่าทำอย่างไรเราจะช่วยกันทำให้คนไทยรุ่นต่อไปได้มีความสุขเช่นนั้น ในสัดส่วนที่มากขึ้นสัก ๒ - ๓ เท่าของในปัจจุบัน ผมเชื่อว่า นั่นคือหน้าที่ของการศึกษา

ขอขอบคุณ อ. นพ. ปรีดา มาลาสิทธิ์ ที่กรุณาเอื้อเฟื้อภาพยนตร์ชุดนี้


วิจารณ์ พานิช

๒๓ ธ.ค. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

เป็นเมืองที่น่าอยู่ และมีธรรมชาติที่งดงามให้ความสุขกับชีวิตมากครับ