เช้าวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ บวท. จัดการประชุมเรื่อง Digital Economy & Big Data (เศรษฐกิจดิจิตัลและฐานข้อมูลขนาดใหญ่) ทำให้ผมตระหนักว่า เทคโนโลยีเรื่องนี้ก้าวหน้าเร็วมาก ต่างจากที่ผมเคยบันทึกไว้ที่นี่เป็นคนละภาพทีเดียว อ่านเอกสารหลักการของการประชุม และกำหนดการประชุม ที่นี่

ภาพที่ผมมองเห็นเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คือคุณค่าของ Big Data Technology ไม่ได้อยู่เฉพาะที่การวิเคราะห์หาความหมายจาก data เท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าที่ช่วยให้ค่าใช้จ่ายในการเก็บ data ขนาดใหญ่ ลดลงอย่างมากมาย นับสิบนับร้อยเท่า ทำให้การเก็บข้อมูลเก่าไม่เป็นภาระต่อพื้นที่เก็บอีกต่อไป โดยพระเอกคือ Hadoop Distributed File System ที่เป็น opensource software

Hadoop ช่วยทั้งการเก็บ และการวิเคราะห์ big data

คุณค่าสำคัญที่สุดของ เทคโนโลยี Big Data คือช่วยกลับทางโจทย์วิจัยกับการเก็บข้อมูล ทำให้การวิจัยตอบโจทย์อนาคต แทนที่จะตอบโจทย์ในอดีตอย่างแต่ก่อน คือเราเก็บข้อมูลทุกอย่างที่ขวางหน้า แล้วค่อยมาตั้งโจทย์ทีหลัง ตามความต้องการเดาอนาคต ในขณะที่ในอดีต เราตั้งโจทย์ก่อน แล้วจึงเก็บข้อมูลเพื่อตอบโจทย์นั้น ทำให้ได้เฉพาะข้อมูลที่มีโครงสร้างสอดคล้องกับโจทย์เท่านั้น

ตัวอย่างของการประยุกต์เทคโนโลยีนี้เพื่อประโยชน์สาธารณะไทย คือโครงการ Agricultural Zoning Optimization ของ NECTEC ที่เรียกชื่อโครงการว่า What2Growดำเนินการโดย ดร. จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ เอาข้อมูลปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิภูมิอากาศ และอื่นๆ มาใช้ ยกตัวอย่างโครงการบูรณาการข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านการเกษตร โดยใช้ข้อมูลจาก ๘ กระทรวง ดำเนินการนำร่องที่จังหวัดกำแพงเพชร ในปี ๒๕๕๘ และทำเสร็จแล้ว ได้โมเดลแนะนำพืชทดแทน ออกมาเป็นรายพื้นที่

มองในมุมของเกษตรกรแต่ละรายย่อย นี่คือข้อความรู้ใน mindset ของการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งบิดาผู้ล่วงลับของผมที่เป็นเกษตรกรที่ตั้งตัวได้ มีฐานะดี ท่านไม่ได้ทำมาหากินบนฐานผลิตภัณฑ์เดียว และน้องๆ ของผมที่เป็นเกษตรกร ๓ คน ก็จำเริญรอยตามบิดา นั่นคือ สารสนเทศที่ ดร. จุฬารัตน์เสนอ เป็นข้อมูลหนึ่งที่เกษตรกรใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะปลูกพืชอะไร จะเลือกทำมาหากินทางไหนบ้าง ไม่ใช่ข้อมูลสำหรับให้ทำตามแบบเชื่องๆ

วิทยากรท่านที่สอง คือ ดร. ศิษฏพงศ์ เศรษฐภัทร แห่งบริษัท G-Ableเล่าเรื่องการนำ Big Data Analytic ไปใช้ในภาคเอกชน ก็ให้ความรู้มาก เพราะท่านทำมากับมือ สรุปได้ว่า ภาคเอกชนขนาดใหญ่ต้องใช้เทคโนโลยีนี้ หรือมิฉนั้นก็จะไม่สามารถแข่งขันได้ ผมฟังท่านรู้เรื่องไม่ถึงเสี้ยว จับได้เลาๆ อย่างที่เล่ามา

อีกประเด็นหนึ่งที่ชัดคือ เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมากแล้ว จุดอ่อนอยู่ที่ข้อตกลงเรื่องความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูล และประเด็นเชิงจริยธรรม และกฎหมาย

ที่น่าชื่นชมคือ ดร. ศิษฏพงศ์ ได้จัดทำเว็บ www.bigdataexperience.org สำหรับให้คนเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การพัฒนาเครื่องมือ และการประยุกต์ใช้ Big Data Analytics

วิทยากรท่านแรก คือ ดร. ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สรอ. / EGA) ท่านกล่าวนำว่า เป้าหมายของเศรษฐกิจดิจิทัล ในบริบทไทย คือ การทำให้คนไทยใช้เทคโนโลยีดิจิตัลอย่างมีสาระ มีผลต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เกิดอุตสาหกรรมไทย และมีกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัว

ระหว่างฟัง ดร. ศักดิ์ ผมนึกในใจว่า เป้าหมายตรงกับ KM 3.0 ที่ผมกำลังผลักดันนั่นเอง แต่ทีมผมอ่อนแอเรื่องความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้อย่างสุดสุด



จากซ้าย ดร. จุฬารัตน์, ดร. ศิษฏพงศ์ และ ดร. ภูมิ ภูมิรัตน ผู้ดำเนินรายการ


ลักษณะ 5V ของ Big Data


คำถามและคำตอบสำคัญ เกี่ยวกับ Big Data


วิจารณ์ พานิช

๒๑ ธ.ค. ๕๘