ชีวิตที่พอเพียง 2584. เที่ยวชายฝั่งทะเลบอลติก 2


ตอนที่ ๔ ของการเที่ยวแบบ virtual เริ่มด้วยเส้นทางนกบิน (The Bird Route) เขาพาเราไปเที่ยวเมือง Stralsund และเกาะ Rugenที่ชายหาด เราได้พบคุณปู่นักร่อนอำพัน (amber) ที่นอกจากเก็บอำพัน ยังเก็บหินมีค่า และทุกสัปดาห์จะเอาหินมาแสดงให้เด็กๆ ชม ให้เด็กๆ เรียนรู้ ทำความรู้จักหินมีค่า และยังให้เด็กร้อยเป็นสร้อยคอเอากลับบ้าน ทุกฤดูหนาวคุณปู่จะเดินทางไปยังบ้านที่สองที่เกาะสุมาตรา ไปอยู่กับชนเผ่าที่รักกันเหมือนญาติ และเก็บเอาต้นไม้มาปลูกที่เยอรมัน ทำให้สวนของเขามีลักษณะแปลกตา

เราไปพบสาวแชมป์กีฬาขี่ม้า ที่เอาชนะผู้ชายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การแข่งขันของเมือง ต่อด้วยนักประพันธ์เพลงจากเบอร์ลิน ที่มาเมืองนี้เพื่อมา “ฟัง” เสียงจากธรรมชาติเอาไปประพันธ์เพลง และจัดแสดงคอนเสิร์ทที่ชายฝั่งทะเล แต่ล้มฟ้าอากาศไม่เป็นใจ ต้องย้ายที่แสดงไปในโบสถ์ ซึ่งก็ได้รับการต้อรับอย่างดี และการแสดงเป้นที่ชื่นชอบ

ต่อจากนั้นเราไป Ahrenshoop และ Prerowเราไปชมการทำงานของช่างแกะสลักบานประตู ที่สร้างผลงาน hand-made ต่อเนื่องจากบรรพบุรุษมาเป็นเวลา ๑๗๐ ปี บานประตูหน้าบ้านเกือบทุกบานที่เมืองนี้ ผลิตโดยช่างไม้ทีมนี้

เราต่อไปยังแหล่งนก Gross Mohrdorf แหล่งนกกระสาในฤดูใบไม้ร่วง ไปชมปฏิบัติการวิจัยของสาวนักปักษีวิทยา และต่อไปยังเกาะHiddenseeไปชมประภาคารที่สร้างเมื่อร้อยปีก่อน และการบำรุงรักษาอย่างดี แล้วกลับมายังแผ่นดินใหญ่ที่ Stralsund เมืองมรดกโลก ไปดูการให้อาหารปลาใน อะควาเรี่ยมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่มี Sun Fish

ต่อไปยัง Kap Arkona ไปชมนักเล่นว่าว และผลิตว่าวขาย ที่ว่าวของเขาแปลกใหม่ หรือพัฒนาขึ้นทุกปี

ตอนที่ ๕ ชื่อ Enchanted Island จาก Greifswaldไปเที่ยวเกาะ Rugen แหล่งตากอากาศ ไปพบเชฟใหญ่ของเกาะ และต่อไปยัง Moritzdorfไปพบกัปตันเรือแจวข้ามแม่น้ำ ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวและเช่นเดียวกัน รถไฟเครื่องจักรไอน้ำ ที่เริ่มแล่นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1895 ก็เป็นที่นิยม

สู่เกาะ Vilmที่คู่กับ Rugia/Rugen คล้ายเกาะหนูเกาะแมวของสงขลา ไปดูศิลปินนักถ่ายภาพธรรมชาติด้วย Camera Obscura ต่อไปยัง Greifswald ไปเยี่ยมนักโบราณคดีกู้เรือจมใต้น้ำ เพื่อเปิดทางให้แก่การวางท่อแก๊ส จากรัสเซียไปยังยุโรปตะวันตก โดยไม่ต้องผ่านยูเครนหรือโปแลนด์

เขาพาเราไปชมการซ้อมของนักวอลเล่ย์บอลล์ชายหาดหญิงคู่หนึ่ง ที่ในที่สุดแข่งขันชนะ ได้เป็นแชมเปี้ยนของเยอรมนี ในปี 2009 แล้วท่องไปตามชายฝั่งจาก Zinnowitz สู่ Bansinของเกาะ Usedomไปชมกิจกรรมอนุรักษ์ sea eagleและภาพอาคารชายหาดตอนจบ ทำให้ผมนึกถึงอาคารตากอากาศที่บางปูสมัย ๔๐ ปีก่อน

ตอนที่ ๖The Nordic South Seas พาไปชมชายฝั่งเดนมาร์ก เริ่มจากเกาะ Møn (อ่านว่าเมิน) ชมชายหาดที่เป็นหน้าผาหิน ชอล์ก สีขาว ที่เกิดจากการที่ส่วนนี้อยู่ใต้น้ำทะเลมาเป็นหมื่นปี แล้วถูกยกขึ้นในยุคน้ำแข็งเมื่อหมื่นปีก่อน ทำให้ชายหาดเป็นแหล่งหาฟอสซิล ชายหาดหินเช่นนี้ ทำให้ผมนึกถึงชายหาดเกาะสีชังเมื่อกว่าสี่สิบปีก่อน ไม่ทราบว่าก้อนหินงามที่ชายหาดสีชังจะยังเหลืออยู่หรือไม่

จุดต่อไปคือ Rødbyไปชม wind farm ในทะเล ที่เต็มไปด้วยกังหันลมยักษ์สูง ๗๐ เมตร ปั่นเครื่องสร้างกระแสไฟฟ้าจำนวน ๙๐ ตัว สร้างกระแสไฟเพียงพอสำหรับใช้ใน ๒๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน เวลานี้เดนมาร์กใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานลมร้อยละ ๒๐ ต่อด้วยเรื่องราวของบุรุษไปรษณีย์และเรือไปรษณีย์อายุเกือบร้อยปี ผมแปลกใจที่เขายังส่งจดหมายและหนังสือพิมพ์ไปยังที่ห่างไกลทางไปรษณีย์ ไม่ใช้ อินเทอร์เน็ตแทน เมื่อเรือไปถึง คนที่คาดว่าจะได้จดหมายหรือพัสดุจะมารับที่ท่าเรือ หรือบุรุษไปรษณีย์เดินไปเคาะประตูบ้านส่งถึงมือ

จุดต่อไป เกาะ Avernakøเขาพาเราไปชมเรื่องราวของอดีตพยาบาล ที่ทิ้งอาชีพเดิม ย้ายมาอยู่เกาะเล็กๆ ที่มีคนเพียงร้อยคนแห่งนี้ และประกอบอาชีพเลี้ยงแพะเนื้อขาย และประกอบอาชีพเสริมด้านการท่องเที่ยว

ที่ Odense เราไปชมการปรุงอาหารของเชฟที่มีหัวก้าวหน้า ปรุงอาหารให้มีรส อูมามิ ด้วยสาหร่าย จากนั้นไปชมกิจการอนุรักษ์ปลาเทร้าท์ทะเล โดยจับพ่อแม่ปลามารีดไข่และเชื้อตัวผู้ในลำธารตอนเขาว่ายมาจากทะเล เอามาผสมและเลี้ยงลูกปลาจนอายุหนึ่งปีครึ่ง จึงเอาไปปล่อยในลำธาร ให้ว่ายลงทะเล อีก ๒ - ๓ ปี เขาจะว่ายกลับมาวางไข่ในลำธารเดิม โดยอาศัยการดมกลิ่น

ที่ Grenaa เขาพาไปชมสุสานเรือ เรือเก่าปลดระวางจะถูกส่งมาที่นี่ ชิ้นส่วนที่ใช้การได้จะถูกถอดเอาไปใช้ ทรากเรือขายไปยังเตอรกีกับจีน ออกจาก Grenaa ไปยังชายหาดแห่งหนึ่ง ไปทำความรู้จักศิลปินแกะสลักไม้ลอยขึ้นมาที่ชายหาด

จาก Reersø สู่ โคเปนฮาเก็นเขาเสนอเรื่องราวของการซ่อมปราสาท ที่มีหญิงสาวฝึกเป็น “ช่างหิน” (stone mason) ซ่อมปราสาท ที่โคเปนฮาเก็น เราไปที่ harbor pool สระว่ายน้ำทะเล ไปเรียนรู้ชีวิตของสาว life guard ที่ทำหน้าที่ดำลงไปทำความสะอาด (เก็บขยะ) ในท้องทะเลส่วนที่เป็นสระว่ายน้ำและกระโดดน้ำด้วย

ตอนที่ ๗The Spell of the Skerries เส้นทางเที่ยวจาก Malmo สู่ Stockholm (ประเทศสวีเดน) เริ่มด้วยสะพานเชื่อมสแกนดิเนเวียกับแผ่นดินใหญ่ยุโรป และการทำงานวิศวกรซ่อมบำรุงรักษาสะพานโดยวิศวกรหญิง ช่วง ต่อไป เลียบชายฝั่ง จาก Malmø สู่ Kaseberga ชมอาคารสูงบิดเป็นเกลียวที่มาลโมแบบผ่านๆ แล้วไปชมนัก paraglider ร่อนเล่นที่หน้าผาริมทะเล แล้วต่อไป Kalmarไปพบคุณป้านักผลิตขนมปังกรอบ hand made ชั้นเยี่ยม ที่ปลูกข้าวสาลีเองด้วย

ที่ Kalmar เราผ่านปราสาท ๔๐๐ ปี ไปชมฟาร์มเลี้ยงหอยแมงภู่ แล้วไปเกาะ Gotland เกาะพระพาย ที่มีสะพานยาว ๖ กิโลเมตรเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่สวีเดน เราแวะไปชมเมืองไวกิ้ง ที่มีการบูรณะขึ้นใหม่ แล้วไปชมกิจกรรมศึกษานกโดยนักปักษีวิทยา เรือบรรทุกสินค้านำรถยนต์ไปขายที่รัสเซีย เกาะนี้มีโบสถ์กว่าร้อยแห่ง เขาพาเราไปชมช่างเกือกม้า ที่เป็น Leisure Knight ด้วย บางทีเขาก็ว่าเป็น Show Knight คือเป็นกิจกรรมสำหรับแสดงให้คนดู

Linkoping คือเมืองต่อไป คนในพื้นที่เกาะเล็กเกาะน้อยในอดีตเป็นชาวประมง ในทะเลที่อุดมสมบูรณ์ แต่นั่นเป็นเรื่องของอดีต เวลานี้ความอุดมสมบูรณ์หมดไปจากน้ำมือมนุษย์ เราไปชมกิจการของชาวประมงเลี้ยงปลา perch ในกระชัง เห็นชัดว่ากระชังของเขาเป็นหลักเป็นฐานกว่าบ้านเรามาก นอกจากขายตัวปลาแล้ว เขายังสูบขี้ปลาเอาไปขายเป็นปุ๋ยอินทรีย์อีกด้วย

สวีเดนมีพื้นที่ป่าถึงครึ่งหนึ่งของพื้นที่ประเทศ เขาพาเราไปชมกวางป่า Moose ที่มีถึง ๔ แสนตัว แล้วพาไปทำความรู้จัก Goeta Canal ที่ยาว ๖๑๔ กิโลเมตร เชื่อมทะเลสาบ และเปิดสู่ทะเลบอลติก ระหว่างทางต้องมีประตูน้ำเป็นระยะๆ เพื่อให้เรือแล่นในคลองที่ระดับน้ำแตกต่างกัน มีเรือท่องเที่ยวแล่นตลอดคลองใช้เวลา ๔ วัน

ที่สุดท้ายคือเมืองหลวง สต็อกโฮล์ม ที่ในอ่าวมีเกาะ ๒๔ เกาะและคนในสต็อกโฮล์มจำนวนมากมีบ้านพักตากอากาศบนเกาะ คล้ายกับที่ผมไปเห็นที่ออสโล ใน บันทึกนี้ เขาพาไปชมฟาร์มเลี้ยงวัวนมบนเกาะ และอีกตามเคย เจ้าของฟาร์มเป็นผู้หญิง เธอเลี้ยงแกะด้วย และรักแกะเหมือนลูก เขาแสดงห้เห็นว่าต้องย้ายที่เลี้ยงแกะปีละ ๓ - ๔ ครั้ง โดยต้อนลงเรือไปยังเกาะที่อยู่ใกล้ๆ

ในที่สุดเราก็มาถึงนครสต็อกโฮล์ม ที่ตั้งอยู่บนเกาะ ๑๔ เกาะ ไปชมกิจกรรมของช่างบำรุงรักษาเรือใบลำใหญ่โตอายุ ๑๒ ปี ชื่อ af Chapman ที่เวลานี้เป็นสถานที่ที่พักผ่อนหย่อนใจ

ทุกที่ที่ไป ผมได้สัมผัสคนที่มีความสุข ภูมิใจในงานและผลงานของตน

ขอขอบคุณ อ. นพ. ปรีดา มาลาสิทธิ์ ที่กรุณาเอื้อเฟื้อภาพยนตร์ชุดนี้



วิจารณ์ พานิช

๒๐ ธ.ค. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)