การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้เครือข่ายสังคมการเรียนรู้โรงเรียนฝางวิทยายน

Development Instructional Model Using Social Networking of Fangwittayayon School

นายคเชนทร์ กองพิลา

ตำแหน่ง ครูชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนฝางวิทยายน อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น (สพม.25)

โทรศัพท์ : 081-2629538 E-mail : [email protected]

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้เครือข่ายสังคมการเรียนรู้โรงเรียนฝางวิทยายนและศึกษาผลการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน โดยมีขั้นตอนการพัฒนา 3 ขั้นตอน คือ 1) การพัฒนากรอบแนวคิดเกี่ยวกับเครือข่ายสังคมออนไลน์(Social network) 2) การพัฒนาเครือข่ายสังคมแห่งการเรียนรู้โรงเรียนฝางวิทยายนโดยใช้วงจรการวิจัยปฏิบัติการ PAOR โดยดำเนินการ 2 วงจร ดังนี้ การวางแผน (Plan) การปฏิบัติตามแผนที่กำหนด (Act) การสังเกตผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน (Observe) และการสะท้อนผลหลังจากการปฏิบัติงาน(Reflect) ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ครูโรงเรียนฝางวิทยายบน จำนวน 54 คน และ 3) การศึกษาผลการใช้เครือข่ายสังคมการเรียนรู้โรงเรียนฝางวิทยายน กลุ่มเป้าหมาย คือ ครูที่สมัครใจเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เว็บไซต์เครือข่ายสังคมการเรียนรู้โรงเรียนฝางวิทยายน หน่วยการเรียนรู้แบบย้อนกลับ(Backward Design) และแบบประเมินหน่วยการเรียนรู้ และแบบสอบถามความพึงพอใจ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัย พบว่า

1. การพัฒนากรอบแนวคิดเกี่ยวกับเครือข่ายสังคมออนไลน์(Social network) ได้องค์ประกอบของรูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้เครือข่ายสังคมแห่งการเรียนรู้โรงเรียนฝางวิทยายน 5 องค์ประกอบ ได้แก่ ทรัพยากรการเรียนรู้บนเครือข่าย กลุ่มเรียนรู้บนเครือข่าย กระบวนการเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้แลกเปลี่ยนเรียนรู้บนเครือข่าย และเทคโนโลยีที่สนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

2. การพัฒนาเครือข่ายสังคมการเรียนรู้โรงเรียนฝางวิทยายน ใช้วงจรการวิจัยปฏิบัติการ PAOR ดังนี้

วงจรที่ 1 พบว่า ครูมีการสร้างหน่วยการเรียนรู้แบบย้อนกลับ(Backward Design) รอบที่ 1 จำนวน 48 หน่วยการเรียนรู้ โดยมีคะแนนเฉลี่ย 2.64 คะแนน อยู่ในระดับ ดี (จาก 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้) และจากการสอบถามและพูดคุย พบว่า ครูส่วนใหญ่ชอบและสนุก สามารถเขียนบล็อกสาระการเรียนรู้ รวบรวมคลิปวีดีโอ เพื่อใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอนได้

วงจรที่ 2 พบว่า ครูมีความรู้ ความเข้าใจในการสร้างเว็บเพจของตนเองเพื่อใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอนบนเครือข่ายสังคมการเรียนรู้โรงเรียนฝางวิทยายนได้ถูกต้องและเกิดความมั่นใจในการนำไปใช้สอนนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำนวน 39 หน่วยการเรียนรู้ โดยมีคะแนนเฉลี่ย 2.66 คะแนน อยู่ในระดับ ดี และครูสามารถเขียนบล็อกสาระการเรียนรู้ คลิปวีดีโอ ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมเกิดประโยชน์ ต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง

ด้านนักเรียน พบว่า นักเรียนสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างบล็อกสาระการเรียนรู้ คลิปวีดิโอ ในหน่วยการเรียนรู้ที่นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม และมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยร้อยละ 80.81

3. การนำเครือข่ายสังคมการเรียนรู้โรงเรียนฝางวิทยายนไปใช้จริง ของครูจำนวน 5 คน ในบริบทการเรียนการสอนจริงโดยครูชมัยพร โคตรโยธา พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 มีทักษะการใช้และสร้างงานโปรแกรมตารางทำการอยู่ในระดับดี( =3.32) และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมบนเครือข่ายสังคมการเรียนรู้โรงเรียนฝางวิทยายน อยู่ในระดับมาก( =4.23)

ครูตฤณชาติ อนันตสุข พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงขึ้น ร้อยละ 85.43 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ร้อยละ 80 มีทักษะการใช้งานโปรแกรมนำเสนองานผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 88.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ร้อยละ 70 และนักเรียนมีความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับดี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.22

ครูอรวรรณ กองพิลา พบว่า นักเรียนมีโครงงาน 16 โครงงาน มีคะแนนการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีคะแนนประเมินผลกระบวนการเรียนรู้โดยภาพรวมอยู่ในระดับดี(3.31)

ครูวุฒิชาติ มาตย์นอก พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 81.73 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ร้อยละ 80 มีทักษะการใช้และสร้างงานโปรแกรมตารางทำการผ่านเกณฑ์ร้อยละ 82.69 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ร้อยละ 70 และผู้เรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับ ดี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.23

ครูธันยพร แบนอภัย พบว่า (1) ประสิทธิภาพของวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้รูปแบบ STAD โดยใช้เครือข่ายสังคมการเรียนรู้โรงเรียนฝางวิทยายนเป็นฐาน เรื่อง อินเทอร์เน็ตและการใช้งาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพ 80.10/83.74 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้

(2) ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้รูปแบบ STAD โดยใช้เครือข่ายสังคมการเรียนรู้โรงเรียนฝางวิทยายนเป็นฐาน เรื่อง อินเทอร์เน็ตและการใช้งาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีค่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน = 13.90 มีค่าคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน = 25.12 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) = 1.31 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 มีค่า t เท่ากับ 28.47

(3) ผู้เรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากต่อวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้รูปแบบ STAD โดยใช้เครือข่ายสังคมการเรียนรู้โรงเรียนฝางวิทยายนเป็นฐาน เรื่อง อินเทอร์เน็ตและการใช้งาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยมีค่าเฉลี่ย = 4.23 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) = 0.64

4. ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้เครือข่ายสังคมแห่งการเรียนรู้โรงเรียนฝางวิทยายน พบว่า ในภาพรวมผู้เรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก( = 4.10, S.D.= 0.22)

รูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้เครือข่าย