ชีวิตสมภาร : เล่าเรื่องประเมินโครงการ (งานวันเด็ก)

BM.chaiwut
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ชีวิตสมภาร : ประเมินโครงการ (งานวันเด็ก)

ก้าวย่างปีที่ ๗ แล้วที่เป็นสมภารมา ก็มีโครงการใหม่ๆ ออกมาเรื่อย ซึ่งก็สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง... วันนี้ จัดงานวันเด็ก ก็คิดถึงเรื่องราวเก่าๆ...

อย่างแรกก็คือ ก่อเจดีย์ทราย... เคยจัดสองครั้ง แต่ไม่ผ่านการประเมินจึงต้องล้มเลิกไป... ครั้งแรกเอาทรายมาลงเพื่อถมและปรับพื้นที่ ชักชวนญาติโยมมาก่อเจดีย์ทราย ก็ไม่ค่อยมีใครสนใจนัก จึงคิดว่าอ่อนประชาสัมพันธ์ และไม่ค่อยจะเป็นทางการ จึงไม่ค่อยมีใครสนใจเท่าที่ควร... ต่อมาเอาใหม่ ติดแผ่นป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์ จัดล็อคพื้นที่ให้จอง สั่งทรายมาเตรียมไว้ ก็ยังไม่มีใครสนใจ...

ตามความเห็นส่วนตัว ถ้าครอบครัวหนึ่งมาจองล็อคแล้วช่วยกันก่อเจดีย์ทราย เฝ้าดู ตกแต่ง รอวันประกวด ความเป็นหนึ่งเดียวของครอบครัวก็จะเกิดขึ้น อะไรทำนองนี้... สังคมปัจจุบัน พ่อ แม่ ลูก แต่ละคนก็มีวิถีชีวิตต่างกันไป บุญเป็นสิ่งที่เลือนลอยจับต้องไม่ได้ การที่จะให้พ่อแม่ลูกมารวมตัวเป็นหนึ่งเดียว จึงไกลจากชีวิตจริงเฉพาะหน้า... ตอนนั้น สมภารคิดว่า ถ้าทางราชการ เช่นเทศบาลสงขลา จัดงานประกวดก่อเจดีย์ทรายขึ้นที่บริเวณชายทะเล หน้าจะบูมได้ เพราะวัตถุดิบพร้อม สถานที่ก็พร้อม แต่จินตนาการนี้เกินเลยอำนาจของสมภาร... ที่มีอยู่เฉพาะในวัด เมื่อไม่ได้ผล จึงจำต้องเลิกไป...

สวดมนต์ข้ามปี... สมภารก็ลองจัดดู โดยปรึกษากับประธานชุมชนย่านเมืองเก่า ซึ่งท่านก็รับลูกอย่างดี โดยเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นประธาน เตรียมงานอย่างดี... แต่ฝนเริ่มตกหนักตั้งแต่วันที่ ๒๙ จนถึง ๓๑ ฝนก็ยังคงตก ขณะงานที่เตรียมไว้และประชาสัมพันธ์ไปแล้วนั้น ไม่อาจยกเลิกได้... ตามกำหนดเวลา ผู้ว่าฯ มอบหมายให้ผอ.สำนักพุทธศาสนาจังหวัดสงขลามาแทน และงานก็สำเร็จไปโดยเรียบร้อยตามแผนที่วางไว้ ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายตลอด...

ครั้งนั้น ก็จัดในโบสถ์ คนในโบสถ์เต็ม ส่วนเตนท์ที่วางไว้หน้าโบสถ์ก็มีคนมาพอสมควร... หลายคนพูดกันว่า ถ้าฝนไม่ตก คนคงเยอะกว่านี้... จากการจัดงานครั้งนี้ ทำให้สมภารได้ความเห็นว่า วัดยางทองไม่อาจจัดงานใหญ่ระดับนี้ได้ เพราะสถานที่คับแคบ อีกทั้งไม่มีอาคารขนาดใหญ่ไว้รองรับ จึงคิดจะเลิกจัด... แต่ญาติโยมก็ยังสนับสนุนให้จัดต่อไป จึงได้จัดต่อมาทุกปี แต่ทำกันเล็กๆ ภายในโรงธรรม มีญาติโยมมากันประมาณ ๑๐๐ คน พอสมกับงานและสถานที่...

สวดภาณยักษ์ภาณเทพ... วัดยางทอง แม้จะเป็นวัดกลางใจเมือง แต่ก็ซบเซามาตลอดหลายสิบปี ผ่านสมภารมาแล้วก็หลายท่าน ยังแก้ไม่ได้... สมภารจึงคิดจัดสวดภาณยักษ์ภาณเทพขึ้นมา เพื่อแก้อาถรรพ์บางอย่าง (ที่อาจจะมี) ตามแนวปฏิบัติโบราณ... จัดครั้งแรกก็ประสบความสำเร็จ ญาติโยมชอบใจ บอกให้จัดอีก ปีที่แล้วจึงจัดอีกครั้ง... และตั้งใจว่า จะจัดให้เป็นประเพณีของวัดยางทอง กลางคืนสวดภาณยักษ์ภาณเทพ รุ่งเช้าก็ทอดผ้าป่า โดยจะจัดประมาณเดือน ๗ ของแต่ละปี...

งานวันเด็ก... ดำรินี้ เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว กล่าวคือ พอใกล้วันเด็ก จะมีญาติโยมและหรือชุมชนบางแห่ง มาขอข้าวของเพื่อนำไปจัดวันเด็ก สมภารจึงคิดว่า วัดยางทองจัดเองดีกว่า... ปีนี้ จึงดำเนินการจัดขึ้นมาเป็นปีแรก โดยตั้งใจเบื้องต้นว่า จะผัดมาม่าเลี้ยงเด็ก เลี้ยงน้ำ และแจกนมกล่อง อีกทั้งขนมอื่นๆ ซึ่งได้มาจากบิณฑบาตปีใหม่เท่านั้นแหละ...

เมื่อถึงวันงาน มีฝ่ายสนับสนุนที่ไม่ได้คาดหวังเกิดขึ้น... อย่างแรกคือ น้าสาวมอบไอติมมาให้ ๑ ถัง ตอนเช้าก็มีโยมจัดห่อรางวัลและขนมมาให้ ประธานชุมชนฯ ก็นำโปสเตอร์วันเด็ก ของเล่นเด็ก และขนมอื่นๆ มาให้... ญาติโยมใกล้ๆ วัด ผ่านไปมา ได้ยินเสียงดัง ก็เข้ามาสนับสนุนตามกำลัง... ขาดสิ่งสำคัญที่สุดคือบรรดาเด็กๆ ทำให้งานวันเด็กไม่คึกคักเท่าที่ควร...

สรุปว่า เรื่องสิ่งของและการสนับสนุน มิใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือจำนวนเด็กและผู้ปกครองที่แวะเวียนมาค่อนข้างน้อย... อาจเป็นว่า บริเวณใกล้ๆ วัด มีเด็กๆ ค่อนข้างน้อย มิใช่ย่านชุมชนแออัด ซึ่งเด็กมักจะมาก... สมภารก็ลองพิจารณาบริเวณตรงข้ามกำแพงวัดประมาณ ๑๐ ห้อง แต่ละบ้านไม่มีเด็กๆ เลยก็ว่าได้... อย่างไรก็ตาม การจัดงานครั้งแรกก็ผ่านไปด้วยดี ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่ คิดว่าเด็กๆ และผู้ปกครอง ตลอดถึงฝ่ายสนับสนุน คงจะมาแวะเวียนมาร่วมงานเพิ่มขึ้น...

สำหรับคำขวัญวันเด็กปีนี้ "เด็กดี หมั่นเพียร เรียนรู้ สู่อนาคต"

ส่วนชีวิตสมภาร ก็ต้องเรียนรู้งานไปเรื่อยๆ...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากในวัด



ความเห็น (1)

นมัสการพระคุณเจ้า....

มาติดตามกิจกรรมของวัดยางทอง

และการประเมินโครงการกิจกรรมของท่านสมภาร

ทำให้ต้องมานึกทบทวนการทำงาน

และการทำโครงการต่างๆที่ผ่านมา

เป็นการสะกิดกระตุ้นเตือนให้ทบทวนตัวเองในปีนี้ ว่าอะไรควรหยุด อะไรควรเดินต่อ...

คารวะมาด้วยคิดถึง

ขอบคุณที่บันทึกนี้เป็นของขวัญปีใหม่ ให้ได้คิด ตรึกตรองยามราตรีกาล