นักร้องลูกทุ่งที่เคยเป็นเด็กล้างจานและผู้ช่วยกุ๊กที่ชื่อ "แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์"

beeman 吴联乐
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
เอาแผ่นไปเที่ยวแจกตามสถานีวิทยุ จูงครูสัมฤทธิ์ไป เรียกว่าคนตาบอดจูงคนตาดี เพราะว่าตัวเองไม่รู้จักสถานีวิทยุ


บันทึกนี้ ได้แรงจูงใจในการเขียน..จากประวัติตอนหนึ่งของแสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ ที่เล่าเรื่องโดย เจนภพ จบกระบวนวรรณ ในรายการ มนต์เพลงลูกทุ่ง สถานีเพลินทีวี..(ทุกนาที มีความสุข) สถานีนี้ เริ่มออกอากาศเมื่อ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2558 และยุติออกอากาศเมื่อ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558

บอกว่านักร้องคนนี้ในอดีตเคยเป็น "พ่อครัวอาหารฝรั่ง-กุ๊ก".....เรื่องราวต่อไปนี้ ถอดความจากรายการ "ตามรอยเพลง" ครับ

แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ มีชื่อจริงว่า เฉลียว ไกอ่ำ เกิดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2496 เมื่อตอนเด็กๆ ที่บ้าน ( เลขที่ 156 หมู่ 13 ตำบลคำบัว อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ) ทำสวนปอ ทำนา...มีพี่น้อง 6 คน..คุณพ่อแยกทางจากคุณแม่ เมื่อน้องคนเล็กยังอยู่ในท้องแม่ ๓ เดือน ตอนเด็กจำความได้ก็ชอบร้องเพลงแล้ว โดยเริ่มจากประกวดร้องเพลงในโรงเรียน ส่วนมากร้องเพลง "แม่ยอดยาหยี" จนจบ ป.๔ อยากเป็นนักร้อง เพราะไม่ใช้ความรู้มาก จบ ป.๔ หิ้วกระเป๋าเข้ากรุงเทพ มาหาน้าสาวที่เป็นน้องของแม่ซึ่งอยู่ที่ปตอ. น้าสาวพาไปฝากล้างจานที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ตอนอายุ 13-14 ต้องล้างจานอยู่ 3 ปีกว่า พอทำบัตรประชาชนตอนอายุ 17 ปี แล้วจึงได้บรรจุเป็นพนักงานประจำของโรงแรม

ตอนที่เป็นเด็กล้างจานอยู่นั้น ตอนไหนมีการประกวดก็ไป..ขอหยุดวันอาทิตย์ไปประกวด...ช่วงแรกๆ ไม่ได้รับรางวัล ตอน พ.ศ.2521 ไปประกวดร้องเพลง "ขยะสังคม" ของสายํัญสัญญา (เพลงประกอบภาพยนตร์) ตอนนั้นขยับจากการล้างจานมาเป็นกุ๊กแล้ว..(เป็นกุ๊ก 10 ปี ตั้งแต่ อายุ 17-26) แม่ผ่องศรี วรนุช บอกว่าทำงานโรงแรมดีแล้วอย่ามาเป็นนักร้องเลยมันอดอยาก...มีคนชื่อ"ไอ้ยาว" ซึ่งรู้จักกันวันนั้นมาประกวดด้วย เขาอยู่ในวงดนตรี เลยชักชวนไปหาครูเพลงตาบอด ที่เคยแต่งเพลงให้ นักร้องดังหลายคน เช่น "ชายเมืองสิ่งห์"

ตอนชนะการประกวดได้เงินรางวัลมา 1,000 บาท พอไปหาครูเพลงชื่อครูสัมฤทธิ์ สีเผือก หรือ สัมฤทธิ์ รุ่งโรจน์ ครูบอกว่าจะขายเพลงให้ จึงขอซื้อ ๒ เพลง เพลงละ 600 บาท (ได้เพลง.แห่ขันหมาก, น่าอร่อย..แกคงแต่งไว้นานแล้ว..แสงสุรีย์) พอซื้อมาแล้วแกบอกว่าเดี๋ยวจะพาไปอัด อีก 7 วันพาไปอัดเลย ค่าห้องอัด 200 บาท ค่าดนตรี 600 ตอนนั้นใช้ชื่อเฉลียว...แต่ในเพลงแห่ขันหมาก มีเนื้อเพลงตอนหนึ่งว่า "ส่วนเราคนจน รถยนต์ไม่มีจะขี่" ครูเพลงเปลี่ยนเนื้อเดี๋ยวนั้น เปลี่ยนชื่อให้ในเพลงเป็น "ส่วน..แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ ไม่มีรถขี่.." เปลี่ยนชื่อให้ในวันนั้นเลย เพราะตอนนั้นร้องเพลงออกแนวสายัณห์ สัญญา..

ตอนนั้นทำงานเป็นกุ๊กเงินเดือน 3-4 พันบาทแล้ว เมื่อปี 2521 ก็มากอยู่ ก็มาอัดเพลงไปอย่างนั้นแหละ เกิดมันดังขึ้นมา...ตอนนั้นอัดแผ่นเสร็จ ทางห้องอัดบอกจะตัด 2 เพลงใส่แผ่น จะใส่โลโก้อะไร..เราก็เห็น แผ่นของสายัญ สัญญา, ศรชัย เมฆวิเชียน มีตราสีแดง ของหมอ "เอื้ออารีย์เจ้าเก่า" แห่งค่ายเพลงเสกสรรค์แผ่นเสียงเทป.. นึกว่าไม่มีลิขสิทธิ์ เอาแผ่นไปเที่ยวแจกตามสถานีวิทยุ จูงครูสัมฤทธิ์ไป เรียกว่าคนตาบอดจูงคนตาดี เพราะว่าตัวเองไม่รู้จักสถานีวิทยุ...สรุปว่าความไม่รู้ทำให้เสียลิขสิทธิ์เพลง และเสียลิขสิทธิ์ที่เขาขายแผ่นได้ก็เป็นของเขา....มันมีผลเสีย 1.เสียลิขสิทธิ์เพลง 2. เสียผลประโยชน์จากการขายแผ่น แต่มันมีผลดีคู่กัน (แบบสุดยอด) 1.เราได้อยู่บริษัทเขาโดยไม่ต้องไปสมัครใดๆ ทั้งสิ้น เป็นนักร้องในสังกัดหมอเอื้อ อารีย์เจ้าเก่า ของเสียงสยามไปโดยปริยาย ส่วนเสียคือลิขสิทธิ์ (เพลง) ของแสงสุรีย์ อยู่กับเสียงสยามหมดเลย...

ตอนนั้นกระแสดีมาก เพลง "แห่ขันหมาก" ต้นปี 2521 ผ่านไป 3 เดือน หนังสือ โลกดารา มาถ่ายทำ หน้าโรงแรงแอมบาสซาเดอร์ที่ผมทำงาน แล้วจดหมายจะส่งมาที่นี้่หมด วันหนึ่งมาเป็นร้อยๆ ฉบับ เป็นกระแสตอบรับที่ดีที่สุด เราให้ที่อยู่ที่โรงแรมไว้เพราะเราทำงานที่นี้ ได้ลง โลกดารา ดาราเสียงทอง ดารานักร้อง....ตอนนี้หมอเอื้อ อารีย์ อยากเจอ คิดว่าจะต้องมีเพลงใหม่อีก จึงเชิญไปพบ ไปพบที่ปตอ. เขานั่งจัดรายการวิทยุ ครูสัมฤทธิ์ แนะนำว่า นี่แหละแสงสุรีย์..หมอเอื้อตกใจว่า อะไรว๊ะนักร้องหุ่นเหมือนนักมวย...

หมอเอื้อว่า ต่อไปนี้น้องไม่ต้องไปทำเอง เดี๋ยวพี่จัดการให้ ให้อัดอีก 6 เพลง..ให้อัดแบบรีบด่วนเลย...อาจารย์เลยบอกว่า..เพลงมีหมดแล้ว มีเพลง (1)หิ้วกระเป๋า, (2)ดอนประดู่ (3) แฟนเราเขาดัง (4) แฟนจ๋าอยู่ไหน...(5) หนาวนอกร้อนใน (6)คิดดูให้ดี...เพลง 6 เพลงตามมาในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2521...เป็นเพลงวนเวียนเกี่ยวกับเรื่องอกหัก..ตอนอัด 2+6 เพลง รวมเป็น 8 เพลง ก็ยังทำงานอยู่โรงแรมแอมบาสเดอร์...มีคนมาซื้อตัวไปเปิดวง...ไปลาออกจากผู้ช่วยกุ๊ก แต่เขาไม่ให้ออกเพราะเป็นพนักงานดีเด่น...ไปลาออกไว้ 1 เดือนแล้ว ทีนี้วันสุดท้ายไปลาออกตอนเช้า..เขาไม่ให้ออกก็ต้องออกเพราะไปเปิดวงไว้แล้ว แล้วจะต้องไปแสดงที่ท่าแซะ (น่าจะชุมพร) ไปแสดงตอนเย็น (ค่ำ) มันงงหมดเลย..(งานที่รัก.ซึ่งทำงานมาเป็น ๑๐ ปี..ผู้ช่วยกุ๊ก..แล้วต้องลาออก) ไปแสดงครั้งแรกมันตื่นเต้นเหงื่อแตกเลย ไม่คิดว่าจะมีคนมารับเป็นพันคน และผู้จัดเก็บค่าชม 30, 50 บาท ได้รวม 4-5 แสนบาท ตกใจเพราะมีแค่ 8 เพลง เพลงที่ดังคือ หิ้วกระเป๋า และแห่ขันหมาก..ต้องร้องซ้ำ...ที่ดำเนินสะดวกให้ผลไม้เป็นเข่งข้างละ 10 กิโล..ตอนนั้นมีคนในวง 150 คนได้...มีรถ ๒ คัน...

เดินสาย เปิดวงดนตรีไปด้วย แล้วอัดเพลงใหม่ไปด้วย ตอนปี 2522 มีเพลง รักสาวเสื้อลาย และจับตัวตีตราจอง เลือกมา 2 เพลงไปโปรโมต...ที่มาของสาวเสื้อลาย คือ ครูเพลงจะถามว่า ไปแสดงเป็นอย่างไรบ้าง บอกว่ามีคนใส่เสื้อลายมาดูการแสดงเยอะ ครูเพลงเลยจินตนาการเป็น "รักสาวเสื้อลาย" เพลงเปลี่ยนแนวจากแนวอกหัก...ตอนนี้พอวงไปแสดงที่ไหน จะมีแมวมองของคนจัดงาน ผู้หญิงใส่เสื้อลายคนไหนหน้าตาดี จะให้ขึ้นมารับทองคำ ๑ บาท ซึ่งตอนนั้นทองบาทละ 2,500 บาท....ตอนนั้นก็มีเพลงเพิ่มมา..ม่วยแก้มแดง,สามเณรกำพร้า..มาเลิกวง..ปี 2525 คือ สัญญาซื้อตัวไปมีเวลา 5 ปี ตั้งแต่ 2521-2525..หลังจากยุบวงก็ไปหากินอย่างอื่น คือ ไปร้องเพลงรับเชิญ แต่ไม่มีวง..หลังจากเลิกวงก็มีเพลงใหม่เกิดขึ้นเหมือนกัน แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร..เพลงมันก็ดี แต่ว่าชื่อเสียงเริ่มดร็อปลง...มีครูเพลงท่านอื่นที่แต่งเพลงให้ร้อง เช่น พยงค์ มุกดาพันธุ์ เป็นต้น..

ปัจจุบัน แสงสุรีย์ ยังมีชีวิตสุขสบายดี อยากจะร้องเพลงจนเสียชีวิตคาไมค์ ท่านใดสนใจติดต่อได้ที่ -เบอร์ติดต่องานแสดง 081-937-1774

หมายเหตุ เพลงดัง ๓ อันดับแรก..น่าจะเป็น (1) รักสาวเสื้อลาย (2) หิ้วกระเป๋า (3) แห่ขันหมาก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน 25th Anniversary Beeman



ความเห็น (1)

ร่วมสมัยครับท่าน บีแมน