การศึกษาเพื่องอกงามทักษะสร้างสรรค์


เช้าวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ผมไปสังเกตการณ์การอบรมเชิงปฏิบัติการ การใช้เครื่องมือส่งเสริมและประเมินการใช้ทักษะความคิดสร้างสรรค์และทักษะการคิดวิเคราะห์ ซึ่งดำเนินการตามความร่วมมือระหว่าง OECD กับ สสค. และภาคีในประเทศไทย เพื่อดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาเครื่องมือส่งเสริมและประเมินทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ ที่ OECD ทำร่วมกับ ๑๔ ประเทศ โดยประเทศไทยเป็น ๑ ใน ๑๔ ประเทศนั้น

วิทยากร คือ Paul Collard มาจากประเทศอังกฤษ

เมื่อไปเห็นกระบวนการฝึกอบรม ผมก็ตระหนักว่า การบ่มเพาะทักษะความคิดสร้างสรรค์และทักษะ การคิดวิเคราะห์ ไม่ได้แยกออกจากการบ่มเพาะทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นต่อชีวิตของคนสมัยใหม่ และไม่ได้แยกออกจากการเรียนด้านวิชาการ คือมันบูรณาการเป็นเนื้อเดียวกัน อยู่ในวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ Activity-Based หรือ Active Learning นั่นเอง

คุณพอล บอกว่า ความสร้างสรรค์ประกอบด้วยคุณสมบัติย่อย ๕ อย่างประกอบกัน คือ

  • ขี้สงสัย
  • จินตนาการ
  • มีวินัย
  • ร่วมมือ
  • มานะบากบั่น

จะเห็นว่า ความสร้างสรรค์ไม่ใช่คุณสมบัติในลักษณะอยู่ๆ ก็คิดออก ทำได้ แต่ต้องการวินัย ความร่วมมือกับคนอื่น และความอดทนมานะพยายามด้วย

ผมมีความเชื่อว่า การศึกษาที่ดี ต้องบ่มเพาะหรือช่วยให้เด็กงอกงามคุณสมบัติที่ต้องการสำหรับ การดำรงชีวิตที่ดีในอนาคต และเด็กต้องได้สิ่งนี้ทุกคน อย่างเต็มศักยภาพของตน ทักษะความคิดสร้างสรรค์และทักษะการคิดวิเคราะห์ จึงไม่ใช่สิ่งที่เด็กหัวดีเท่านั้นที่จะงอกงามได้

สสค. ลงข่าวการอบรมนี้ไว้ที่ http://www.qlf.or.th/Home/Contents/1080

ผมชอบสไลด์ ที่บอก high functioning learning space ดังนี้



โดยการเรียนรู้ที่ดี ต้องจัดให้สมดุลระหว่างซีกขวากับซีกซ้าย และปรับตามบริบทของนักเรียน และตามเป้าหมายผลลัพธ์การเรียนรู้



วิจารณ์ พานิช

๑ ธ.ค. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ได้ข้อคิดดีตรงนี้เก็บเกี่ยวเอาไว้ใช้ครับ

5 ข้อย่อยประกอบกันเป็นสร้างสรรค์
ขี้สงสัย นำสู่ฝัน จินตนาการ
มีวินัย ต่อเนื่อง เฟื่องแบบงาน
ร่วมมือท่าน ฉันเธอ ด้วยพากเพียร