ชวนกัน Dialogue วงเล็กๆ ย้อนมองงาน R2R ป่าติ้ว

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๘

ณ รพ.ป่าติ้ว

ข้าพเจ้าชวนคุณอำนวย R2R ...พี่โอและพี่ปัท ตั้งวง Dialogue >> สุนทรียสนทนาวงเล็กๆ ...ย้อนมองและทบทวนเส้นทาง R2R

เราเลือกไปที่ รพ.ป่าติ้ว ...ดีมากๆ ที่ได้พบปรากฏการณ์อันวิเศษ...

จาก GAP ที่เกิดขึ้นและพบได้ในพื้นที่ทั่วๆ ไปในบริบทของการทำงานด้านสุขภาพระดับปฐมภูมิ

"ผู้ป่วยแผลใหญ่ ...ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ...ผู้ป่วยติดเตียง...ฯลฯ อีกมากมายที่อาจดูเป็นภาระของทีมเยียวยาในระดับปฐมภูมิ"

แต่..ในหัวใจคนทำงานชาวป่าติ้วไม่ยอมจำนน ต่อสภาพปัญหา หากแต่พลิกผันเกิดเป็นปัญญาพัฒนางานจะเกิดเป็นระบบใหญ่...ภาพใหญ่เกิดขึ้น

สิ่งที่พบเป็น GAP อยู่เสมอ (***GAP ปัญหา,อุปสรรค,โอกาสพัฒนา)

ผู้ป่วยที่มีบาดแผลขนาดใหญ่ อาทิเช่น แผลจากเบาหวาน แผลกดทับ หรือผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยระยะสุดท้าย เป็นต้น

อุปสรรคที่พบ อุปกรณ์ทำแผลไม่ได้มาตรฐานตาม IC อุปกรณ์ไม่ครบไม่มี ...ตลอดจนความรู้และเทคนิคในการดูแลผู้ป่วย

บางครั้ง...การส่งต่อ จากโรงพยาบาลแม่ข่าย ไม่ได้ผ่านโรงพยาบาลชุมชน แต่ตรงไปที่ รพ.สต.เลย...

...

ในวง Dialogue ... น้องทัยเล่าให้ฟังว่า "ไปทำความรู้จักกับญาติ ดูแผลของคนไข้ร่วมกับพี่พยาบาล ทำให้ทราบความต้องการ และประเมินได้ถูกว่า คนไข้ควรได้ใช้อุปกรณ์แบบไหน แล้วหนูก็กลับมาทำ set อุปกรณ์ที่เหมาะกับคนไข้ ...และตามไปประเมินผลการใช้เป็นระยะ เพื่อนำมาปรับปรุง..."

พี่โอ...เล่าเสริมไปว่า "จากที่ลงพื้นที่ได้ประเมินและวิเคราะห์ปัญหาร่วมกับพื้นที่พบว่า ...เครื่องมือที่ รพ.สต.ใช้ไม่ผ่านมาตรฐานตามข้อกำหนดของ IC ก็เริ่มกลับมาคิดแล้วล่ะว่าจะทำอย่างไร ...ก็เริ่มตั้งแต่ Train บุคลากรในพื้นที่ เติมความรู้ที่จำเป็น ...และทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยกำกับติดตาม ตลอดสามปีที่ผ่านมาผลพบว่าในเรื่องของ IC ดีขึ้นและผ่านมาตรฐานทุกพื้นที่เลย"

จากนั้น พี่แก้ว พี่นิ และน้องปุ๊กกี้ ...ได้ร่วมแบ่งปันเรื่องเล่าจากงาน COC (การดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง)

ซึ่งลักษณะเด่นของที่นี่ คือ ไม่ได้แยกศูนย์ต่างหาก แต่...เนียนเข้าไปในงานผู้ป่วยใน พี่นิเล่าว่า "เราจะเห็นผู้ป่วยอยู่แล้ว ทราบข้อมูลผู้ป่วย การติดตามดูแลต่อเนื่องจะทำได้ง่ายกว่า"

บทบาทที่พี่นิทำ คือ ...ไม่เพียงแค่คอยประสานงานและข้อมูลจาก รพ.แม่ข่ายและลูกข่ายอย่างชุมชนและ รพ.สต.เท่านั้น แต่ยังคงมีลักษณะเด่น ในเรื่องบุคลิกภาพที่นุ่มนวล เกื้อกูล มีพื้นฐานของจิตใจที่เป็นจิตอาสา คอยติดตาม และสื่อสาร ...ซึ่งลักษณะนี้น้องปุ๊กกี้ยืนยันให้ฟังว่า "ช่วยให้ทีมทำงานง่ายขึ้น และง่ายต่อการตัดสินใจของแพทย์ในการวางแผนการรักษา"

ดังนั้นลักษณะเด่นของ COC ที่นี่จึงไม่ใช่เพียงแค่การส่งข้อมูลเท่านั้น หากแต่ลงมือทำให้การช่วยเหลือผู้ป่วยร่วมกับทีมรักษาด้วย

สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจมากคือ ...

"การเตรียมผู้ป่วยก่อนส่งคืนสู่ชุมชน" โดยเตรียมญาติที่ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแล (Care giver) เข้ามา Training ร่วมกับพยาบาลที่หอผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำแผล การให้อาหารทางสายยาง การเช็ดตัว และหลายๆ กิจกรรม...โดยจะเริ่มฝึกให้กับญาติก่อนวางแผนกลับบ้านจนแน่ใจว่าญาติสามารถทำได้ ...จึงจำหน่ายผู้ป่วยกลับบ้านสู่ชุมชน

กรณีที่ไม่มีญาติก็จะประสานกับทีม FCT (Family care team) เพื่อเตรียมความพร้อมของพื้นที่...

ระหว่างการพูดคุย...พี่คำผิว คอยช่วยข้าพเจ้าจับประเด็นและพี่ปัทร่วมเรียนรู้และบันทึกข้อมูล

ในใจของข้าพเจ้านี้พองโต...และสัมผัสได้ถึงการเติบโตภายในของคนทำงาน จำได้เมื่อ ๕-๖ ปีก่อนที่เราเริ่มพูดคุยเรื่อง R2R

วันนี้เห็นการเชื่อมโยง ... ของความคิด และพลังแห่งความสุขของคนทำงาน

ข้าพเจ้าลองสะกัด...เป็นภาพของความเชื่อมโยงวิถีแห่งการทำงานที่มาจากการเติบโตภายใน

เป็นความเชื่อมโยงบูรณาการของงาน R2R supply , R2R IC , R2R FCT และ R2R COC

ที่สุด...คือ ความเป็นหนึ่งเดียวของการทำงานที่มีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาและไม่แยกส่วน

พี่แก้ว...ถอดบทเรียนตอนท้ายว่า

"พอมีนโยบายลงสู่พื้นที่ สิ่งที่เราพัฒนากันมาตั้งแต่งาน R2R ในยุคเริ่มต้น ...ช่วนทำให้ภาพการทำงานเราชัดเจนขึ้น และตอบสนองต่อการทำงานตามนโยบายได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญ...พวกเรามีความสุขที่ได้ทำสิ่งต่างๆ สอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วย..."

อิ่มใจ...

ในปรากฏการณ์ที่ได้รับฟัง

ปิติ...

ที่เห็นการเติบโตภายในจิตวิญญาณของตนทำงาน

...

ถอบทเรียน R2R ป่าติ้ว

๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๘






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM & R2R



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

น่าสนใจมาก

อยากไปป่าติ้วบ้างครับ

เขียนเมื่อ 

เรียนเชิญค่ะ...