การใช้ภาษาอังกฤษ ที่ถือว่าถูกต้องในที่นี้ อ้างอิงตามมาตรฐานของภาษา
I, we, they, he และ she เป็น subjective personal pronoun
หมายถึง ใช้เป็นประธาน ของประโยค และตามด้วย กริยา เป็นประจำ เช่น
She lives in Paris; we are leaving.
Me, us, them, him และ her ต่างเป็น objective personal pronoun
หมายถึง ใช้เป็น กรรม ของประโยค (เป็นพวกที่รับการกระทำ) ของกริยาหรือบุพบท
ตัวอย่างเช่น John likes me; his father left him และ I did it for her.
จึงอธิบายได้ว่า ทำไมจึงผิดเมื่อกล่าวว่า John and me went to the mall.
เพราะ personal pronoun (me) อยู่ในตำแหน่งของ ประธาน คำที่ถูกต้องจึงเป็น ‘I’
ลองใช้แต่เพียง personal pronoun (me) คำเดียว Me went to the mall.
จะเห็นความไม่ถูกต้องได้ชัดเจน
การวิเคราะห์แนวนี้ ยังใช้อธิบายคำกล่าว He came with you and I. ว่าไม่ถูกต้อง
เพราะ personal pronoun ถูกควบคุมด้วย บุพบท with ดังนั้นจึง เป็น กรรม ของประโยค
คำที่ถูกต้องจึงเป็น me มิใช่ ‘I’
การทดสอบความถูกต้อง ทำได้ง่ายแบบเดียวกัน ด้วยการใช้ personal pronoun คำเดียว
ก็จะเห็นความผิดได้ คือ He cane with I.
-I as suffix คำเติมท้าย ‘–I’ เป็นหนึ่งในจำนวนคำเติมท้าย เพื่อเปลี่ยนให้คำจากต่างภาษา
เป็นพหูพจน์ (คำอื่นๆ เช่น –a และ –ae)
นามจำนวนมาก ที่มาจากภาษาอื่น คงรักษารูปพหูพจน์ของตนไว้ อย่างน้อยในช่วงแรกและเฉพาะเมื่อเป็นคำในกลุ่มงานพิเศษ
เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคำที่ใช้ทั่วไป ที่ภายหลังจะมีรูปที่เป็นพหูพจน์ของตนในภาษาอังกฤษ
คำเหล่านี้อาจมีใช้ทั้งคู่กับภาษาเดิม เช่น cactus มีรูปพหูพจน์ cacti และ cactuses
โปรดสังเกตว่า มิใช่ทุกคำใน ภาษาละตินที่ลงท้ายด้วย –us จะมีรูปพหูพจน์ลงท้ายด้วย –i
ตัวอย่างเช่น คำละติน apparatus ยังคงรูปเดิม เมื่อเป็นพหูพจน์
คำเติมท้าย –i จัดรูปให้เป็นคุณศัพท์ จากชื่อของประเทศหรือภูมิภาคในหรือใกล้ตะวันออกกลาง
เช่น Pakistani; Azerbaijani; Panjabi; Yemeni เป็นต้น