นับตั้งแต่ ...

วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
เดินทางไปประชุมกีฬาโรงเรียนฯ
ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก

วันศุกร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
มีงานกีฬาสีประจำปีของโรงเรียนฯ
ซึ่งผมได้เป็นผู้กล่าวรายงาน (เป็นครั้งแรก)
ต่อผู้อำนวยการโรงเรียนฯ
ใช้สถานที่ ณ สนามกีฬาเทศบาลจังหวัดเชียงใหม่
และระหว่างการแข่งขันก็เป็นผู้มอบเหรียญให้กับ
นักเรียน ครู และผู้ปกครอง
จนเป็นประธานปิดการแข่งขันในช่วงเย็น


หลังจากนั้น ผอ.เดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเยี่ยมหลาน
ตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๑๖ - วันศุกร์ที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
ซึ่งผมต้องเป็น "ผู้รักษาราชการแทน ผอ." ๒ สัปดาห์

สรุปงานหลัก ๆ นอกจากการเซ็นหนังสือเข้า-ออกแล้ว

วันจันทร์ที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
ต้อนรับนักศึกษา ป.โท บริหารการศึกษา
มาเก็บชั่วโมงบริหาร ๔๕ ชั่วโมง

วันจันทร์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
เป็นประธานเปิดงานลอยกระทงของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา
(แบบมีโพย) มีการประกวดหนูน้อยนพมาศ วาดภาพระบายสี
และแข่งกันทำกระทง

ต้อนรับนักศึกษาทดลองสอนของมหาวิทยาลัย ๑๑ คน

วันพุธที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
เป็นประธานเปิดงานลอยกระทงของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล
(แบบไม่มีโพย) มีการไหว้พระ ปล่อยโคม มีการแสดงของเด็ก ๆ
หนูน้อยนพมาศ และลอยกระทงจริง ๆ ในอ่างน้ำ

วันศุกร์ที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
เป็นประธานประชุมผู้ปกครองของฝ่ายกีฬาฯ


ส่วนปัญหาที่พบตลอด ๒ สัปดาห์ (ทำให้หนักใจ)

๑. ครูผู้รับผิดชอบโครงการเขียนข่าวและคัดรูปส่งธุรการของโรงเรียน
เพื่อส่งต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยลัยล่าช้ามาก

๒. ครูผู้รับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนไม่ทำงาน

๓. นักวิชาการคอมพิวเตอร์ขาดความรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง

๔. นักวิชาการศึกษาที่ดูแลห้องสมุด ไม่มีศักยภาพ
และความรับผิดชอบต่องานของตัวเอง

๕. โครงการต่าง ๆ ที่ขอใช้งบประมาณ ไม่ใช้เงินอย่างประหยัด

๖. โครงการบางโครงการที่ขอมา งบประมาณเดิมไม่เพียงพอ
ต้องขอเพิ่มใช้เงินส่วนอื่นเข้ามาอีก (เพราะเข้ารอบ)

ฯลฯ


บางทีการเตรียมใจและทบทวนให้ทราบถึงบทลงโทษ
ของการไม่ปฏิบัติหน้าที่อาจจะต้องเป็นข้อมูลที่ต้องเตรียมเอาไว้ก่อน


สถานะของครูที่นี่เป็น "พนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน"
ทำให้สนิมมันเกาะติดการทำงานอย่างหนัก

การมองไม่เห็นความมั่นคงและความก้าวหน้า
ทำให้กลายเป็นคนที่ทำงานไปวัน ๆ

หากมหาวิทยาลัยจะมีนโยบาลยุบโรงเรียนตอนนี้
ก็คงไม่แปลกใจอะไร เพราะดูสมเหตุผลอยู่

ครูขาดวินัย ไม่รับผิดชอบ
เด็กขาดความอ่อนน้อม ไหว้ใครไม่เป็น
คณะไม่รับผิดชอบอะไร
มหาวิทยาลัยกำลังพยายามเข้ามาดูให้มากขึ้น

โรงเรียนได้งบเร่งด่วนมากขึ้นแล้วในรอบ ๑๐ ปี
สถานที่กำลังปรับปรุง แต่ "คน" กลายเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า


แต่อย่างไร โรงเรียนคงไม่ง้อคนที่ไม่ทำงาน
เพราะมีคนอยากทำงานอีกเยอะในสังคมข้างนอก
คิดถึงอนาคตแล้วก็ไม่อยากทำเลย
รู้สึกเหมือนเป็นบาปที่มีส่วนทำให้เขาเดือดร้อน


อีกอย่าง หน้าที่รับผิดชอบนี้เป็น ผอ. ไปก่อนแล้วกัน 555
ผมขอแอบอยู่ข้างหลัง แบบตาปริบ ๆ
ให้ผู้ใหญ่แก้ไขตามวิธีของผู้ใหญ่ก่อน
ส่วนเด็กอย่างผม ขอเก็บประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้


อนาคตจะอยู่ต่อหรือไม่อยู่ก็ไม่สำคัญ
ยังไงก็หมดงานที่นี่ งานสอนก็ยังปกติเหมือนเดิม


บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...