712. ทุนทางปัญญา (Intellectual Capital)

เรียนรู้ศาสตร์ OD ผ่าน "สามก๊ก" (ตอนที่ 42)

ผมศึกษาสามก๊ก แบบพยายามใช้การมองหาจุดดีๆ หรือในศาสตร์การพัฒนาองค์กรเรียกว่า Appreciative Inquiry คือการสืบค้นหาสิ่งดีๆ เอามาคิดขยายผล

ผมเจอร่องรอยที่น่าสนใจ ที่ผมเห็นมานาน และผมอยากเขียนถึงมากๆ คือตอนที่โจโฉจะต้องรบกับอ้วนเสี้ยวในศึกกัวต๋อ โจโฉไม่แน่ใจ กุยแกเลยให้ความเห็นเรื่องเหตุที่โจโฉ จะชนะ10 ประการ และเหตุที่อ้วนเสี้ยวจะรบแพ้สิบประการ ดังนี้

  1. อ้วนเสี้ยวเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง โจโฉไม่ถือตัวใจคอกว้างขวาง
  2. อ้วนเสี้ยวเจ้าอารมณ์ เอาแต่ได้ถ่ายเดียว โจโฉโอบอ้อมอารีกับคนทั่วไป จะทำการสิ่งใดก็ฟังเสียงคนทั้งปวง
  3. อ้วนเสี้ยวบริหารบ้านเมืองย่อหย่อนต่อบทกฏหมาย โจโฉบริหารบ้านเมืองเข้มแข็ง เด็ดขาด ถือตัวบทกฏหมาย
  4. อ้วนเสี้ยวปากปราศัยน้ำใจเชือดคอ เห็นแก่ญาติมิตรของตัวเองเป็นใหญ่ โจโฉปากกับใจตรงกัน “ระแวงไม่ใช้ หากใช้ไม่ระแวง” ถึงญาติพี่น้องทำผิดก็ไม่เข้าด้วย
  5. อ้วนเสี้ยวเพ้อฝัน ตัดสินใจไม่เด็ดขาด โจโฉมีสติปัญญาและไหวพริบดี ตัดสินใจได้รวดเร็ว ถูกมากกว่าผิด
  6. อ้วนเสี้ยวชุบเลี้ยงแต่ผู้ลากมากดี ซ้ำต่อหน้าว่ารัก ลับหลังว่าชัง แต่โจโฉเลี้ยงคนตามความสามารถ
  7. อ้วนเสี้ยวชอบคนสอพลอ ใครเข้าไกล้ก็ชอบผู้นั้น ใครอยู่ห่างถึงสัตย์ซื่อก็ไม่ชอบ โจโฉนั้นชุบเลี้ยงเสมอกันหมด
  8. อ้วนเสี้ยว มักฟังความข้างเดียว โจโฉแม้มีคนเป่าหูเท่าไหร่ ก็เป็นตัวของตัวเอง
  9. อ้วนเสี้ยว แยกไม่ได้ว่าอะไรถูกผิด โจโฉรู้ดีรู้ชั่ว รู้ถูกรู้ผิดอย่างแจ่มแจ้งชัดเจน
  10. อ้วนเสี้ยวมิได้ชำาญในพิชัยสงคราม มักทำศึกโดยประมาท มุ่งแต่เอาชนะโดยไม่รู้ชั้นเชิงข้าศึก โจโฉรู้เขารู้เราส่วนใหญ่จึงกระทำ จึงมักได้ชัย

เมื่อได้ฟังดังนี้โจโฉมั่นใจขึ้นเลย แล้วก็รบชนะในที่สุด ด้วยกำลังที่น้อยกว่าด้วย ....

Cr: http://alchetron.com/The-Assassins-(2012-film)-924...

ส่วนผมฟังผลการวิเคราะห์ของกุยแกแล้ว เลยเห็นตามมาอีกมากครับ ว่าทำไมที่สุดโจโฉ แห่งวุยก๊กจึงสามารถสร้างอาณาจักรที่เข้มแข็งได้ ... ได้ด้วยอะไรครับ จะว่าไปทุนเรื่องจำนวนคน เสบียง จำนวนทหาร ทุนทางกายภาพทั้งหมดโจโฉมีน้อยมาก ตั้งแต่เริ่มต้นเลย ไม่มีวันเทียบกับมหาอำนาจอย่างอ้วนเสี้ยว ไม่ซีกงัดไม้ซุงชัดๆ ...

แต่ถึงไม่มีทุนที่จับต้องได้ โจโฉมีทุนหนึ่งที่เข้มแข็งมากๆ ที่โจโฉมั่นสั่งสมจนกระทั่งทุนทางกายภาพ คนจำนวนมหาศาล กำแพงสูงใหญ่ก็ไม่อาจต้านทานได้ นั่นคือ ...ทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) หรือโจโฉมีทุนเดิมคือความมีปัญญานั่นเอง ความมีปัญญานี้มาจากองค์ประกอบของสามทุนร่วมกัน นั่นคือ

  1. ทุนมนุษย์ (Human Capital) คือคนที่มีทักษะ และทัศนคติที่ดี ชัดมากๆ ใครจะไม่อยากทำงานด้วย เก่งพิชัยสงคราม ทำงานด้วยก็ฉลาดขึ้น มั่นใจไม่พาไปตาย (ข้อ 10) แถมมีทัศนคติที่ดี ไม่ว่าจะเป็น ใจคอกว้างขวาง (1) สติปัญญาดี มีไหวพริบ (5) เป็นตัวของตัวเอง (8) รู้ถูกรู้ผิดชัดแจ้ง (9)
  2. ทุนทางสังคม (Social Capital) คือ “ความสามารถในการทำงานร่วมกัน” มีปรากฏในข้อ 2 คือฟังเสียงคนทั้งปวง แค่นี้ก็สุดยอดแล้วครับ เคยอยู่ในที่ทำงานที่นายไม่ฟังคุณไหมครับ ครั้งสองครั้งคุณก็เลิกพูด เลิกแสดงความสามารถให้เห็นแล้ว ข้อ 4 ก็น่าสนใจ “ระแวงไม่ใช้ ถ้าใช้ไม่ระแวง” เรียกว่าเต็มที่กันไปเลย แค่สองข้อนี้ก็ไปด้วยกันได้สุดขอบโลกแล้ว
  3. ทุนทางโครงสร้าง (Structural Capital) มีนโยบาย โครงสร้าง กฏระเบียบที่ดี ตรงนี้ชัดมากในข้อ 7 เป็นญาติหรือไม่ไม่สอน ชุบเลี้ยงเสมอกัน นี่เป็นนโยบายที่เปิดโอกาสให้ผู้น้อยได้แสดงความสามารถ เปล่งประกายได้ คนเห็นความหวัง นี่เป็นภายใน ส่วนภายนอกก็คือเข้มงวด เด็ดขาด ว่ากันตามกฏหมายนี่ข้อ 3

มาถึงตรงนี้ผมเริ่มชัดเจนขึ้นว่าโจโฉก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยความฉลาดจริงๆ โจโฉไม่ได้มีความฉลาดในกลยุทธ์เท่านั้น นี่แค่ Skill แต่ฉลาดเรื่องทุนมนุษย์ คือมีทัศนคตินิสัยที่ทำให้คนรอบตัวรัก และอยากแสดงความสามารถให้สุดๆ ที่สำคัญฉลาดในส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน สุดยอดแห่ง Human Capital ไม่ใช่อยู่ไปวันๆ แต่อยู่ร่วมกันแล้วทำงานได้ผลมากขึ้น นี่คือ Social Capital ที่สุดแล้วยังฉลาดในการใช้โครงสร้างที่ดี Structural Capital โครงสร้างองค์กรที่ส่งเสริมให้คนรอบตัวก็เก่งขึ้น อาณาประชาราษฏ์ก็มีความสุขที่อยู่ภายใต้การปกครองที่สงบสุข

ในมุมมองของผมการพัฒนาองค์กรก็ต้องพัฒนาทุนสามทุนนี้ให้แข็งแรงครับ ผมถึงกับเอาแนวคิดทุนสามทุนนี้ มาพัฒนาเป็นหนึ่งใน Mission ของกลุ่ม AI Thailand ด้วย ซึ่งคือ “สร้าง” “สาน” “สลัก” “สละ”

“สร้าง” หมายถึงการสร้างคนที่ทำ Appreciative Inquiry ได้ในระดับเชี่ยวชาญ นี่ผมกำลังพัฒนา Human Capital ไม่มีคนเก่งก็ยากที่จะไปรอด

“สาน” หมายถึงคนเก่ง สามารถช่วยต่อยอดคนอื่นๆให้เก่งได้ เมื่อผมสร้างคนมาแล้ว ผมก็จะพยายามประสาน สานให้คนเก่งได้มาสอนคนกำลังเริ่มต้น หรือสานมาทำงานร่วมกัน งานก็จะไปมากขั้น นี่ผมกำลังสร้าง Social Capital ให้มากขึ้น

“สลัก” เป็นนโยบายผลครับ หรือเป็น Structural Capital ที่ผมจะขอกรณีศึกษาที่ลูกศิษย์ไปทำในองค์กรต่างๆ มาเผยแพร่ในเว็บของชุมชน AI Thailand (www.aithailand.org) จะได้สามารถเพิ่มทักษะ ความรู้การพัฒนาองค์กรด้วยแนวคิด AI ได้ง่ายมากขึ้น อยู่ที่ไหนก็เรียนได้

“สละ” หรือการให้ความรู้เป็นทาน ในเมื่อผมวิสัยทัศน์ว่าจะเผยแพร่ศาสตร์นี้ในวงกว้าง นโยบายที่น่าจะดีที่สุด ก็คือการเผยแพร่ความรู้แบบไม่คิดมูลค่าให้คนเข้ามาศึกษา ตรงนี้เป็น Structural Capital ของผมที่ผมถือว่าเป็นนโยบายสำคัญ ที่นอกจากทำให้สังคมได้รับรู้ความรู้ดีๆ ยังทำให้ผมเองและคนชุมชน AI Thailand ย่ำอยู่ที่เดิมไม่ได้ ก็เพราะเปิดหมดไงครับ เปิดหมดคนอื่นทำเป็น คุณก็ต้องค้นคว้าพัฒนาตนเองไปให้ไกลกว่าคนอื่น ไม่งั้นเขาก็แซงคุณ นี่ไงครับ ที่สำคัญเปิดฟรี ทำให้ได้เจอคนเก่งจำนวนมหาศาล ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคุณ ได้มีโอกาสสร้างสรรค์งานดีๆ ร่วมกันไปหลายกลุ่ม นี่ชัดมากๆ Mission เรื่อง “สละ” ทำให้ผมและคนในองค์กรเก่งขึ้น ที่สำคัญยังเปิดทำให้ได้เจอคนเก่งจำนวนมาก นำไปสู่การทำโครงการดีๆร่วมกัน

เห็นไหมครับ ผมมองว่าการทำพันธกิจ ผมก็จะใช้ทุนสามทุนเป็นกรอบการมอง ทำให้ได้อะไรที่มันสร้างสรรค์ ใช้ต้นทุนไม่มาก แต่ทำให้คนเก่งขึ้น เราได้มีโอกาสไปช่วยองค์กรต่างๆ พัฒนาองค์กรได้อย่างต่อเนื่อง เกิดการสร้างสรรค์ความรู้กับคนกลุ่มต่างๆ เรียกว่าขยายไปอย่างเกินจินตนาการจริงๆ

แต่แน่นอนโจโฉก็มีด้านมืด ที่ทำให้เขาเองตายตอนจบ ก็คือทัศนคติขี้แระแวงนั่นเอง เอาเป็นว่านี่คือ Human Capital ที่โจโฉขาดไป ไม่ได้พัฒนา ตอนป่วยปวดหัว แทนที่จะหาย แต่ไม่หายแถมตาย เพราะว่าไม่เชื่อหมอฮูโต๋ ที่เป็นมีทักษะที่จะรักษาโรคโจโฉให้หายเพียงคนเดียวในยุคนั้น ที่สุดก็ไปประหารเขา แล้วตัวเองก็ตายไปด้วย เมื่อ Human Capital ไม่ดี Social Capital ก็ทำงานร่วมกับหมอไม่ได้ Structural Capital นโยบาย ขั้นตอนการดูแลตนเองก็ไม่ดีไปด้วย ที่สุดตายครับ

ทุนทางปัญญา คือต้นทุนความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ว่าจะยุคไหนครับ ถ้าพัฒนาดีๆ องค์กรคุณไปได้ไกลครับ แต่หากประมาณปลอดให้ด้านมือครอบงำ ที่ทำดีๆ มาก็อาจสูญสลายได้

จะชนะก็ชนะด้วยปัญญา แพ้ก็แพ้เพราะขาดปัญญา

เขียนเอาไว้ทบทวน และสอนตัวเองครับว่าตอนนี้ทุนปัญญาของเราอยู่แค่ไหน ทุนปัญญาองค์กรเราอยู่ตรงไหน เราต้องทำอะไรบ้าง คำตอบอยู่กับภูมิปัญญายุคโบราณข้างบน ชัดเจนมาก (ผมบอกตัวเอง)

วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

มีดอกไม้มามอบให้..เจ้าค่ะ..

กิตติเดช สุดโต
IP: xxx.120.72.24
เขียนเมื่อ 

ผมชอบข้อมูลความรู้ที่ท่าน ดร.เขียนไว้ดีมากครับ ถ้ามีเวลาจะติดตามอ่านตลอดๆเพื่อพัฒนาความรู้ของตัวเองครับ ขอคุณสำหรับข้อมูลและ เวลาที่ ท่านสละ มาแชร์ครับ สุดยอดแล้ว


ลูกศิษย์คนนึง ณ นอร์เวย์
IP: xxx.158.222.61
เขียนเมื่อ 

ชอบมากคะ ขอบคุณอาจารย์ที่แบ่งปันความรู้คะ