ไทยกับการที่เป็นประเทศรายได้ปานกลาง วิกฤตหรือโอกาส?

Beyond Asia
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

จากการที่ทางธนาคารโลก (World Bank) ล่าสุดระบุว่าประเทศไทยมีรายได้เข้าข่าย และประกาศว่าไทยนั้นกลายเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง (Upper Middle Income Country) จากสถิติรายได้ ปี 2554-2556 คือ 3 ปีติดต่อกัน จะส่งผลให้ถูกเพิกถอนสิทธิพิเศษทางการค้าเช่น GSP (Generalized System of Preferences) ที่โดยปกติจะมีสินค้ากลุ่มหนึ่งที่จะมีพิกัดภาษีนำเข้าไปยังประเทศคู่ค้าเป็น “0” นั่นหมายความว่าต้นทุนการนำเข้าจากไทยที่ไม่มีภาษีนั้นอาจถูกกว่าประเทศคู่แข่ง จะยังสามารถคงการที่มีความสามารถในการแข่งขันไว้ได้ ผู้เขียนใช้คำว่า “อาจถูกกว่า” เพราะสินค้าหลายรายการถึงจะมีภาษีนำเข้าเป็นศูนย์ ก็ไม่สามารถแข่งขันได้มาก่อนแล้ว อันเนื่องมาจากปัจจัยต้นทุนมีราคาสูงขึ้นมากกว่าอัตราภาษีของรายการนั้นๆ เช่นภาษีนำเข้าของสินค้า dinnerware (เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร) ที่เป็น porcelain อาจมีภาษีนำเข้าราว 12% อัตราค่าแรงงานขั้นต่ำขึ้นเมื่อปี 2556 เป็น 300 บาททั่วประเทศ คิดอัตราส่วนจากจังหวัดที่มีค่าแรงก่อนหน้าที่เป็น Zoning ตามสภาพเศรษฐกิจที่ถือว่ามีค่าแรงสูงสุดคือ กรุงเทพมหานคร คือก่อนปรับอยู่ที่ 215 บาท พอมาเป็น 300 บาทถือว่ามีอัตราขึ้นถึง 39.54% หากจะพูดถึงจังหวัดรอบนอกอื่นๆ ที่มีค่าแรงงานขั้นต่ำก่อนหน้าที่ตำกว่ากรุงเทพอีกหล่ะ ที่ต้องแบกรับภาระที่มากว่านี้อีกเช่นจังหวัดลำปางมีการปรับขึ้น 3 ครั้ง ครั้งแรกจาก 135 บาทในปี 2554 เป็น 165 บาทในปี 2555 และปรับอีกทีเป็น 230 ก่อนจะเป็น 300 ในปี 2556 รวมเบ็ดเสร็จภายใน 2 ปีค่าแรงขึ้นรวมแล้ว 122% เดิมจาก 135 บาทนั้นค่าแรงงานเป็นสัดส่วนของต้นทุนทั้งหมดอยู่ 14% แต่หลังการปรับขึ้นค่าแรงแล้วผู้ประกอบการคำนวนกันไม่ถูกกันเลยที่เดียวว่าจากสัดส่วนเดิมอยู่ที่ 14%นั้นจะเพิ่มมาเป็นเท่าไหร่ หลังจากค่าแรงงานเพิ่มรวมเป็น 122% จากฐานเดิม ทำให้ธุรกิจส่งออกเซรามิกที่เป็นเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารนั้นชะงัก และหดตัวในช่วงแรกๆ เรียกว่าเกิดอาการ super shocking ในอุตสาหกรรมนี้ หลายโรงงานลดกำลังการผลิด หลายโรงงานปิดกิจการ แต่มาดูว่าคนที่ฝ่าวิกฤตมาได้นั้นในบทความนี้ เขาฝ่ากันมาได้ด้วยวิธีการใด เนื่องด้วยได้ทำการขออนุญาติในระหว่างการสัมภาษณ์เพื่อการวิจัยต่อผู้ประสบความสำเร็จเหล่านั้นไว้แล้วว่าจะนำผลการวิจัยนั้นมาเผยแพร่ เพื่อเป็นแนวทางการปรับกลยุทธ์ของผู้ประกอบการรายอื่นๆ ไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมเซรามิคหรือไม่ เนื่องจากว่าโดยธรรมชาติการบริหารงานอุตสาหกรรมต่างๆนั้นจะมีหลักการคล้ายคลึงกันมากนั่นเอง โรงงานที่จะเอ่ยถึงคือ Crown Ceramic Co., Ltd. โดยกรรมการผู้จัดการคือคุณ อรรณพ จิตเกียรติศักดิ์ ที่ระบุว่าลำพังต้นทุนค่าแรงงานขั้นต่ำที่ขึ้นเป็น 300 บาทต่อวันนั้น ทำให้ต้นทุนส่วนนี้รวมเป็นก้อนที่ขึ้นมามีถึง 65 ล้านบาท จากพนักงาน 1,600 คน เนื่องจากมีการปรับให้สำหรับแรงงานไร้ฝีมือเป็น 300 บาทแล้ว โรงงานก็ต้องปรับให้แรงงานในระดับฝีมือที่เดิมอาจอยู่ต่ำกว่า 300 หรือประมาณนั้นให้มากขึ้นด้วย ดังนั้นจากสภาพความเป็นจริงคือ การประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนั้นไม่ได้กระทบต่อแรงงานชั้นต่ำสุดเพียงกลุ่มเดียว ซึ่งนักวิชาการ และผู้นำแรงงานผู้หาเหตุผลมาสนับสนุนการเรียกร้องให้ปรับค่าแรง มักไม่ได้เอาสัดส่วนการกระทบที่มีต่อแรงงานระดับที่สูงขึ้นมาวิเคราะห์รวมด้วย ว่าจะกระทบต่อต้นทุนการผลิตมากน้อยแค่ไหน จะทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคาขาย ทำให้สูญเสียการแข่งขันไปให้คู่แข่งโดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ มักจะมุ่งในการยกระดับความเป็นอยู่ของแรงงานด้วยค่าแรงขั้นต่ำอย่างเดียว การปรับปรุงคุณภาพชีวิตและสวัสดิการนั้น นอกจากจะทำได้โดยการปรับค่าแรงแล้ว จะมีวิธีการอื่นๆอีกหรือไม่ ทำไมไม่ค่อยมีผู้เสนอทางออกอื่นๆเอาไว้บ้าง มาดูเรื่องราวของ Crown กัน ท่านอาจพบในภายลังว่านอกจากการปรับขึ้นค่าแรงงานแล้ว การปรับปรุงคุณภาพชีวิตและสวัสดิการของคนงานนั้นไม่ได้มีแค่ทางเลือกเดียวเสมอไป

สำหรับ Crown แล้วโดยคุณอรรณพ ผู้บริหารสูงสุดได้เล็งเห็นปัญหาการขึ้นต้นทุนการผลิตนี้ ตั้งแต่พรรคอดีรัฐบาลของ นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เริ่มหาเสียง ว่าจะมีการปรับค่าแรงงานขั้นต่ำเป็น 300 บาทหากสามารถชนะการเลือกตั้งได้ และประเมินสถาณการณ์แล้วว่าพรรคนี้น่าจะชนะแน่ ในขณะนั้นคุณอรรณพ ได้นำทีมผู้ช่วยผู้บริหารเข้าร่วมการสัมนากับทางกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มีชื่อโครงการณ์อบรมว่า MIDC (Manufacturing Development Improve Competitiveness program) เพื่อแสวงหาวิธีการการปรับปรุงองค์กรขนานใหญ่ ทั้งฝ่ายผลิต และทุกๆแผนกโดยย่อวิธีและขั้นตอนต่างๆที่เกิดขึ้นหลังการอบรมในคราวนั้น มาได้เป็นอักษรย่อที่ปัจจุบันได้ปักลงบนหลังชุดพนักงงานทุกคนว่า PQCD SMEE ทีนี้มาขยายกันว่าอักษรแต่ละตัวคืออะไรบ้างดังนี้

  1. P มาจาก Product – ที่มุ่งการผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพเพิ่ม (Added Value) จากการวิจัยและพัฒนา (R&D)
  2. Q จาก Quality -ที่มุ่งการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานคุณภาพสินค้า มีการสูญเสียในกระบวนการต่ำที่สุด
  3. C จาก Cost – ที่มุ่งการผลิตสินค้า และกระบวนการต่างๆให้ได้ต้นทุนต่ำที่สุด
  4. D จาก Delivery – ที่มุ่งการผลิตสินค้าให้ส่งมอบได้ตรงเวลา มี Service Level เป็น 100% (เต็มจำนวน)
  5. S จาก Safety – ที่มุ่งการผลิตสินค้าให้ได้ด้วยความปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ อันจะเป็นที่มาของต้นทุนที่เพิ่มด้วยไม่ว่าทางทรัพย์สินหรือสวัสดิภาพของพนักงาน
  6. M จาก Moral – ที่มุ่งการผลิตสินค้าให้มีจริยธรรมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Steak Holder) ทั้งผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และชุมชน
  7. E จาก Energy – ที่มุ่งการผลิตสินค้าให้ไช้พลังงานอย่างคุ้มค่าเพื่อให้มีต้นทุนต่ำที่สุดทั้งกระบวนการการผลิต Logistic และเพื่อการบริหาร
  8. E จาก Environment – ที่มุ่งการผลิตสินค้าให้มุ่งความยั่งยืนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถวัดค่าได้จริง

ทั้งนี้จะต้องมีการพัฒนาจิตสำนึกของบุคคลากรทุกลำดำชั้นให้ตระหนักในประเด็นต่างๆทั้ง 8 นี้ว่ามีผลอย่างไรต่อความดำรงอยู่ขององค์กร และความดำรงอยู่ขององค์กรสำคัญอย่างไรต่อความเป็นอยู่ของตนเอง พอ Crown ได้ทำการ Re-Engineering อย่างเป็นรูปธรรม เป็นการปรับครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งมาโดยคุณพ่อของคุณอรรณพ และหุ้นส่วนสมัยแรกที่มาจากใต้หวันเอง ที่สุดท้ายก็ขายหุ้นทั้งหมดให้คุณพ่อก่อนที่คุณอรรณพจะเข้ามารับช่วงในการบริหาร มีการติดตามผลเพื่อปรับกลยุทธ์ต่างๆให้เข้าที่ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างจริงจัง จนท้ายที่สุดโรงงานสามารถทำกำไร ร้อยกว่าล้านบาทในปี 2014 เป็นอัตรากำไรสูงสุดตั้งแต่ดำเนินกิจการมา เป็นอัตรากำไรที่ครอบคลุมต้นทุนค่าแรงที่ขึ้นมา 65 ล้านบาทนั้นอย่างมากด้วย ทำให้ทีมผู้บริหารสามารถแบ่งปันโบนัสต่างๆให้กับแต่ละแผนกได้ถ้วนหน้า เนื่องจากสามารถทำได้เกินเป้าหมาย KPI ที่ได้กำหนดไว้ในเบื้องต้น นอกจากมาตรการธงชัย 8 ประการข้างต้น คุณอรรณพยังชี้แจงอีกว่าพนักงานของ Crown คือทรัพยากรอันมีค่าขององค์กร บริษัทต้องดูแลประหนึ่งสมาชิกของครอบครัวเช่น ห้องน้ำของ Crown มีกำหนดมาตรฐานการรักษาความสะอาดให้พนักงานได้มีสุขอนามัย และสุขภาพจิตที่ดีเสมอ มีคลังเก็บน้ำนมแม่ของพนักงานผู้ที่เป็นแม่ลูกอ่อนที่ได้มาตรฐาน ให้สามารถทำการเก็บน้ำนมส่วนเกินในระหว่างการปฏิบัติงานได้ มีสหกรณ์สามารถจับจ่ายสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้สะดวกในราคาที่ไม่ได้มุ่งกำไรเป็นหลัก และสำหรับโรงเก็บรถพนักงานส่วนใหญ่ที่ใช้มอเตอร์ไซต์นั้น คุณอรรณพ และทีมผู้บริหารได้ให้ความใส่ใจในเรื่องที่อาจดูเล็กน้อยสำหรับที่อื่นๆ หรืออาจมองว่าเป็นต้นทุนที่เพิ่มโดยไม่จำเป็นด้วยซ้ำ กับการจัดสร้างโรงเก็บรถของพนักงานที่มีหลังคา พร้อม CCTV ให้พนักงานได้อุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าของเขามีมาตรการการดูแลเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างดี รถของเขาถูกดูแลไม่ต่างจากรถยนต์ราคาแพงของผู้บริหาร ทีมผู้บริหารได้ทำคำว่า “ใจเขาใจเรา” ให้เกิดเป็นรูปธรรม สามารถทำ Happy Working Life ได้เกิดขึ้นจริงขึ้นที่ Crown ทำให้การเปลี่ยนงานของพนักงานลดลงอย่างมาก นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างในการฝ่าวิกฤตของการ ที่อยู่ในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการในประเทศที่ได้ชื่อว่ามีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง ผู้ที่ต้องเผชิญกับปัญหาการขึ้นของต้นทุนอย่างรุนแรง ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งหนึ่งในองค์ประกอบอื่นๆ ที่จะเป็นกลยุทธ์ในการฝ่าวิกฤตได้ก็เหมือนกับที่คุณหมูสนาม(ขออภัยที่เอ่ยนาม) Blog เพื่อนบ้านที่ได้กล่าวไว้คือประเทศไทยไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะผลิตสินค้าประเภท OEM ต่อไป เพราะจากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร Crown เองนั้นก็ได้ลดสัดส่วนการผลิตส่วนนี้มาล่วงหน้าหลายปีแล้ว มีการพัฒนา Co Brand ที่จะใช้คำ “By Crown Ceramic” ไปพ่วงหลัง Logo ดังๆของโลก และทำการพัฒนา ฺBrand ของตนเองไปควบคู่กัน ที่จะมีสัดส่วนมากขึ้นๆตามลำดับในอนาคต

อาการ super shocking จากการขึ้นของแรงงานขั้นต่ำในอุตสาหกรรมเซรามิกที่เกิดขึ้นใน Case Study ข้างต้นนั้น ได้เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมแขนงอื่นๆด้วยที่มีการใช้แรงงานเป็นส่วนใหญ่ของต้นทุนการผลิต (Labor Intensive) เหมือนกัน ทำให้หลายโรงงานลดกำลังการผลิด หลายโรงงานปิดกิจการลงได้เช่นกัน จนส่งผลต่อเนื่องมาต่อระบบเศรษฐกิจรวมมาจนถึงทุกวันนี้ ประกอบกับการที่ตลาดสำคัญของการส่งออกยังไม่ฟื้นตัวไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา หรือสหภาพยุโรปเอง ดังนั้นจึงทำให้อุตสากรรมส่งออกมีอัตราการเติบโตติดลบอยู่ที่ 5% ดังที่ประกาศออกมาประกาศกันไม่กี่วันมานี้ ด้วยการแสวงหาตลาดใหม่ๆไม่สามารถทำได้ในเวลาอันรวดเร็วนัก หรือตลาดอันเป็นที่หวังของผู้นำบางคนที่ไม่ได้มองอย่างครอบคลุม หรืออาจเป็นการพูดแบบไม่ชัดเจนนักเช่นตลาด AEC นั้น ยังโตไม่พอสำหรับจะรองรับสินค้าจากประเทศไทยบางแขนง อย่างที่ผู้ประกอบการตอบคำถามต่อคำถามที่ว่า AEC จะสามารถเป็นตลาดใหม่ให้เขาได้มากน้อยแค่ไหน เขาตอบว่าสินค้าของเขาได้พัฒนาคุณภาพ และราคาเกินความสามารถในการซื้อของตลาดนี้ไปแล้วคู่แข่งเขาเป็นอิตาลี และสเปนสำหรับตลาด High End ของโลกไปแล้ว ผู้กำกับนโยบายหรือนักวิชาการบางส่วนบ้างก็ออกมาให้ความเห็นว่า ไทยควรเข้าร่วมกับข้อตกลง TPP เพื่อฟื้นฟูการส่งออกเนื่องจากตลาดนี้ครอบคลุม GDP โลกถึง 40% ล้วนแต่เป็นการพูดแบบไม่นำข้อเสียต่างๆมาพูดเป็นองค์รวมเอาไว้ ไม่ได้เสนอว่าข้อเสียเปรียบเหล่านั้นจะมีมาตรการรองรับ กันอย่างไร ดังนั้นควรที่จะมีการทำกลยุทธ์เจาะจงของแต่ละอุตสาหกรรมเป็นกรณี เป็นกลุ่มสินค้าไปมากกว่า

หากท่านเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่กำลังปรับปรุงวิธีการดำเนินงานต่างๆ หากมีความตั้งใจจริงแล้วผู้เขียนเชื่อว่าจะสามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน อนึ่งการเข้าร่วมอบรมกับทางกระทรวงอุตสาหกรรมภายใต้ชื่อ MDIC นั้นมีราคาค่อนข้างแพง ซึ่งถือเป็นการปิดโอกาศการเข้าถึงของผู้ประกอบการรายเล็กๆ เพราะค่าอบรมสูงถึง 3 แสนบาท ผู้เขียนเห็นว่าหากถือการพัฒนาผู้ประกอบการเป็นการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศแล้ว ทางรัฐบาลน่าที่จะเปิดโอกาสนี้ให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ถือว่าเป็นการลงทุนของประเทศที่น่าจะสามารถจัดสรรจากส่วนภาษีรายได้ที่เก็บมาจากผู้ประกอบการเอง จึงขอฝากผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ตรงนี้ด้วยค่ะ

การปรับปรุงวิธีการดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มคุณภาพ และลดต้นทุนการผลิตนั้น มีการบริหารอยู่มากมายเช่นทฤษฎีที่โด่งดัง TQM (Total Quality Management) และทฤษฎีอื่นๆ ที่หลายๆบริษัทอาจใช้อยู่นั้น หรืออาจเป็นแนวทางที่ท่านผสมผสานขึ้นจากธรรมชาติของธุรกิจท่านเองอย่างกรณี Crown Ceramic ก็เป็นได้ ดังนั้นมันจะเป็นวิกฤตที่ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลาง หรือจะเป็นโอกาสนั้น ผู้เขียนเชื่อว่าเป็นมุมมองของการตั้งรับ รวมทั้งวิธีการดำเนินการต่างๆ ของผู้ประกอบการที่จะเป็นการรุกเข้าไปสู่การแก้ไขปัญหาเอง และภาครัฐผู้ที่ต้องคอยประคับประคองและให้การสนับสนุนที่มาประกอบกันต่างหาก

สุดท้ายหวังว่าจะมีโอกาสนำความสำเร็จของผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่มีวิธีการที่แตกต่างกันไป มาแชร์เพิ่มเติมในโอกาสต่อๆไป และหวังว่าจะสามารถสร้างแนวความคิดในการที่จะฝ่าฟัน พลิกวิกฤตต่างๆ ให้เป็นโอกาสเหมือนกับที่ Crown ได้ทำ ได้รวบรวมสรรพกำลังจนสามารถนำความสำเร็จ นำความภาคภูมิใจมาสู่ผู้บริหารและพนักงานทุกคน ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จอันนั้นด้วย อย่างถ้วนหน้ากันค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน International Business Coach



ความเห็น (0)