สำหรับบันทึกนี้เป็นการต่อยอดความคิดคำว่า "เข้าถ้ำ" ของท่านอาจารย์จันทรรัตน์ครับ

ในช่วงเวลากว่าปีเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2548 วันแรกที่เริ่มต้นของการพักแบบยาว ๆ พักแบบที่ไม่มีจุดมุ่งหมาย ไร้กังวล วัน ๆ ได้แต่ต้องเพลงรอ ๆ ๆ ๆ แล้วก็รอ รอว่าเมื่อไหร่จะได้ไปเรียนต่อ

เวลาผ่านไปเกือบ ๆ 1 เดือนหลังจากเริ่มต้นการพัก ผมจึงเริ่มเข้าใจถึงสัจธรรมของการ "เข้าถ้ำเพื่อจำศีล" ว่าเป็นอย่างไร

ในการลาออกครั้งนั้น หลาย ๆ คนโดยเฉพาะเพื่อน ๆ และพี่ ๆ ที่อุตรดิตถ์มองว่าเป็นการคิดผิดอย่างมหันต์ที่หุนหันพลันแล่นตัดสินใจลาออกก่อนที่ VISA ในการเดินทางไปเรียนต่อจะผ่าน (แล้วก็ไม่ผ่านจริง ๆ ) แต่หลังจากหนึ่งเดือนที่รออยู่นั้น วันที่พักผ่อนแบบเต็มอิ่มแล้ว "อิ่มจริง ๆ" ผมก็ได้พบโลกใหม่ นั่นก็คือ "โลกแห่งการคิด"

โดยเข้าใจถึงสัจธรรมข้อแรกของการเริ่มคิดได้ว่า "เราต้องพักให้พอและอิ่มเสียก่อน จากนั้นการคิดถึงจะเริ่มต้นขึ้น"

เปรียบเสมือนกับการที่จะเข้าไปจำศีลในถ้ำ ระหว่างทางเราอาจจะเจอหินงอก หินย้อย หยุดดูบ้าง แวะถ่ายรูปบ้าง หรือแม้กระทั่งถึงจุดที่จะหยุดนั่งเพื่อทำสมาธิหรือวิปัสนาแล้ว ก่อนที่จะถึงขั้นนั้นเราก็ต้องนั่งพักให้หายเหนื่อยเสียก่อน หรือไม่เราก็ต้องพักสงบจิตสงบใจ จนกว่าจิตจะเริ่มนิ่งและสงบ เมื่อสงบแล้วก็เกิดสติ เมื่อนั้นปัญญาก็จะตามมา

ดังนั้น ผมถือว่าผมเป็นคนที่โชคดีมาก ๆ ที่มีโอกาส "เกษียณ" ตั้งแต่อายุไม่ถึง 30 ปี เพื่อพักแบบเต็มอิ่มจนได้มีโอกาสได้คิดแบบนิ่ง ๆ และนาน ๆ

ผมมีโอกาสได้เข้าถ้ำ อยู่ในถ้ำ เพื่อมองจากมุมมองของคนถ้ำ "คนถ้ำที่อยู่ภายใต้บริบทแห่งความเงียบสงบ" (สงบจากสิ่งเร้า เกียรติยศ ชื่อเสียง การแข่งขัน การชิงดี ชิงเด่น โดยเฉพาะการสงบจากการทำงานเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เรียกว่า "เงิน")

จาก Tacit Knowledge ในช่วงหลังเกษียณจากงาน 1 เดือนนั้น ผมจึงเริ่มเข้าใจคำว่าหยุดกับคำว่าพักนั้น "แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง"

บางคนได้หยุดแต่ไม่ได้พัก วันหยุดแต่ไม่ใช่วันพัก พักแบบสิ้นเชิง พักแบบไร้ซึ่งความกังวล กังวลว่าจะกลับไปทำงานทันไหม งานที่ค้างไว้จะทำอย่างไร ปีนี้จะได้สองขั้นหรือเปล่า เขาจะไล่เราออกเมื่อไหร่ เพื่อนเราจะดัดหลังเราไหม วันจันทร์นี้จะซื้ออะไรไปฝากหัวหน้าดี การไร้ซึ่งความกังวลจะนำมาซึ่งความมีสติที่เที่ยง เมื่อสติมาปัญญาก็จะเกิด

การหยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์หรือหยุดพักผ่อนประจำปีนั้นอาจจะไม่เพียงพอสำหรับการคิด เสาร์-อาทิตย์เป็นเพียงแค่วันหยุด หยุดจากงานประจำเพื่อให้เราไปทำงานอย่างอื่นที่อาจจะผ่อนคลายและสบายกว่า หรือบางคนอาจจะต้องไปทำงานที่หนักกว่าวันปกติด้วยซ้ำ

สำหรับผมนั้นใช้เวลาหลังจากการลาออกจากงานประมาณ 1 เดือน พักจนอิ่ม พักจนหลุด หลุดจากวิถีแห่งวงโคจร ความกังวล ไร้ซึ่งจิตอาวรณ์และผูกพันธุ์ จากนั้นก็จึงเริ่มคิด เริ่มทบทวน เริ่มทำ AAR of Life ในช่วงชีวิตการทำงานที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นจนถึงวันนั้น

นั่งนิ่ง ๆ อยู่ในถ้ำ คิดในสิ่งที่ผ่านมา คิดโดยที่ไม่มีเวลากำหนดไว้ว่า ต้องคิดให้เสร็จพรุ่งนี้นะ ต้องคิดให้เสร็จภายในเดือนนี้นะ คิดไปเรื่อย ๆ ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ เขียน "คิดได้ เขียนไว้" ค่อย ๆ เก็บสะสมต่อจิ๊กซอว์ความคิดในหัวสมอง อยู่ในถ้ำอันเงียบสงบ "ไม่มีที่ไปและไม่รู้จะไปไหน"

"กิน นอน คิด" และ "กิน นอน คิด"

คิดทั้งเวลากิน และเวลานอน

ถึงจุดอิ่มตัวทั้งเวลาพักและเวลาคิด

มองภาพจากมุมกว้างจากภายนอกย้อนกลับไปสู่ภายใน

เปรียบเสมือนเต่าที่สามารถอยู่ได้ทั้งบนบกและในน้ำ แตกต่างจากเมื่อก่อนที่เป็นเหมือนดั่งเช่นปลา ที่อยู่ในน้ำและไม่สามารถมองเห็นน้ำที่ตนเองอยู่ได้

วันนี้กลายเป็นเต่า เต่าที่ได้หยุดพักหายให้หายเหนื่อยแบบเต็มอิ่ม แล้วจึงนั่งมองและคิด คิดและมองอยู่ภายในถ้ำอันเงียบสงบ อยู่ภายในบริบทแห่งความรักแท้

อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ต้องชิงดีชิงเด่นกับใคร สภาพแวดล้อมที่มีพ่อ แม่ และครอบครัว คิดได้ เขียนได้ โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าใครเขาจะให้เงินเดือนเราเพิ่มไหม เขาจะไล่เราออกไหม เราจะทำผิดกฎ ผิดระเบียบของใครต่อใครไหม

นั่งคิด เดินคิด และนอนคิดได้ ภายในถ้ำนั่นก็คือบ้านอันแสนอบอุ่น

บ้านที่เรามีหัวโขนในการเป็นลูกที่ทำให้พ่อและแม่มีความสุข

หัวโขนที่ไม่มีเงินหรือตำแหน่งซึ่งเป็นหัวโขนแบบจอมปลอมมาแปะเปื้อนในการคิดและสรรค์สร้างวรรณกรรมและวาทกรรมใด ๆ

ถ้ำหรือบ้านนี้จะช่วยทำชีวิตและความคิดให้สดใส

ถ้ำหรือบ้านนี้จะช่วยทำให้เราพักได้ถึงจิตใจ

ถ้ำหรือบ้านนี้จะช่วยเราให้สุขตลอดไปตราบนานเท่านาน