พิธีบรรจุพระพุทธรูปและพระไตรปิฎกลงองค์เจดีย์(3)

การผสมแป้งเจิมมงคลในขณะสวดชัยมงคลคาถา ของพระราชไพศาลมุนี นั้น ผู้เขียนสังเกตเห็นว่า ท่านใช้เวลาสักครู่ใหญ่ และการผสมแป้งเจิมนั้นได้เสร็จสิ้นก่อนที่การสวดชัยมงคลคาถา จะจบลงเล็กน้อย

และเมื่อพระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถาจบ แป้งเจิมที่ทำพิธีเสร็จแล้ว ได้บรรจุอยู่ในพานทองที่รองรับพระไตรปิฏก พร้อมเจิมสิ่งมงคลลงองค์เจดีย์ ในอีกไม่นาน นับจากนี้ต่อไป

..

ภาพถ่าย : พระราชไพศาลมุนี ประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ นายพงศ์เพชร์ แสงศรี ประธานฝ่ายฆราวาส และนายวิ้น ทุน อู้ กรรมการชาวมอญ ขณะประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ในพิธีบรรจุพระพุทธรูปและพระไตรปิฎกลงองค์เจดีย์

..

ฤกษ์มงคล เริ่มขึ้น เวลา 09.09 น. ด้วยการถวายถาดบรรจุพระพุทธรูปองค์สำคัญ ให้แก่ประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ ถืออันเชิญขึ้นสู่องค์เจดีย์ พระพุทธรูปที่บรรจุในถาดทองนี้เป็นพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ ที่มีรูปแบบการสร้างตามสถาปัตยกรรมแบบพม่า สังเกตุได้ว่า พระพุทธรูปองค์สำคัญองค์หนึ่งนั้นเป็นพระพุทธรูปที่เบื้องหลังมีรูปสัญลักษณ์คล้ายต้นโพธิ์รวมอยู่่่่ด้วย ผู้เขียนในฐานะประธานฝ่ายฆราวาสนั้น ซึ่งเป็นผู้ถืออันเชิญพระไตรปิฏก เดินตามหลังท่าน คิดว่าด้วยเหตุที่พระพุทธรูปองค์นั้นมีสัญญลักษณ์ต้นโพธิ์เป็นพื้นหลังนั้น เป็นเพราะว่าต้นโพธิืเป็นต้นไม้ที่พระพุทธเจ้า ท่านทรงประทับนั่งและได้ตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์นั่นเอง...

..

ภาพถ่าย : การถวายพระพุทธรูปชุดสำคัญ ให้ประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ ถืออันเชิญขึ้นสู่องค์เจดีย์

..

หลังจากที่ถวายพระพุทธรูปชุดสำคัญให้กับประธานในพิธีฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว บุคคลที่ทางคณะกรรมการฯ เลือกสรรให้อันเชิญพระพุทธรูปชุดสำคัญทั้งหมด ถูกกล่าวเชิญให้เข้ามารับพระพุทธรูปเดินตามประธานในพิธีออกไป และสังเกตุเห็นว่าบุคคลที่ถือพระพุทธรูปในชุดแรกนั้นเป็นพระภิกษุสงฆ์ และฆราวาสเพศชายคนสำคัญเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

ก่อนที่ทุกคนจะเหยียบขึ้นไปบนลานเจดีย์นั้น มีสิ่งสำคัญที่ต้องปฏิบัติอีกอย่างหนึ่งก็คือ การถอดรองเท้า เพราะนี่คือประเพณีวัฒนธรรมและความเชื่อของคนพม่า ที่เชื่อว่าผู้ที่ถอดรองเท้าขึ้นฐานโดยรอบองค์เจดีย์นั้น เป็นการให้ความเคารพอ่อนน้อมต่อพระรัตนตรัย และเชื่ออีกว่าเกิดชาติหน้าฉันใดก็จะได้เกิดในตระกูลที่ดี ตระกูลที่สูง มีผู้คนเคารพยกย่องให้การต้อนรับ แต่หากว่าผู้ใดก็ตามที่ใส่รองเท้าขึ้นลานเจดีย์แล้วละก็จะต้องพบเจอกับวิบากกรรมที่ตามติดตัวไป ซึ่งสิ่งที่ผู้เขียน เขียนลงไปนี้คือถ้อยคำที่คนพม่าในงานพิธีพูดให้ผู้เขียนฟัง และผู้เขียนสรุปจับใจความสำคัญที่คนพม่านั้นพูดให้ฟัง ดังที่เขียนไว้ข้างต้น

ส่วนการเดินวนรอบองค์เจดีย์นั้น ได้เดินเวียนจากซ้ายไปขวา หรือที่เรียกว่า "ทักษิณาวรรต" ซึ่งถือเป็นการเดินเวียนรอบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งนี้เองถือเป็นพิธีกรรมทางศาสนาที่เหมือนกับประเทศไทย โดยการเดินเวียนรอบในครั้งนี้ที่หัวขบวนนั้น มีพระภิกษุสงฆ์ชาวพม่าเป็นผู้เดินนำ ซึ่งพระภิกษุสงฆ์พม่าท่านนี้นั้นท่านเดินพนมมือที่ภายในมือถือพระไตรปิฏกทองเหลือง พูดท่องบ่นพึมพรำอยู่ในลำคอของท่านเป็นภาษาบาลี ตลอดทางที่เดิน ส่วนผู้ที่เดินนำข้างหน้าผู้เขียนไปนั้นคือประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ ตามมาด้วยตัวผู้เขียน มัคนายกวัด กรรมการชาวพม่าชื่อ นายทุน ทุน นาย และเดินติดตามหลังมาด้วยพระภิกษุสงฆ์ และสามเณรของวัดโมกขธรรมาราม

..

ภาพถ่าย : การเดินเวียนขวารอบองค์เจดีย์ ก่อนทีประธานสงฆ์ในพิธีจะเดินขึ้นไปบรรจุพระพุทธรูปและพระไตรปิฏก

..

จำนวนรอบที่เดินเวียนรอบองค์เจดีย์นั้น มีจำนวนรอบทั้งสิ้น 3 รอบ ถือเป็นการเดินที่ครบองค์พระรัตนตรัย อันประกอบไปด้วย การน้อมรำลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรม และคุณพระสงฆ์ และสิ่งสำคัญที่ตัวผู้เขียนทำในขณะที่เดินนั่นก็คือ การทำจิตใจให้แน่วแน่ เป็นจิตใจที่สงบและมีสมาธิตั้งมั่น

..

ภาพถ่าย : ขณะประธานสงฆ์เดินขึ้นบันไดสู่องค์เจดีย์ หลังจากเดินเวียนรอบองค์เจดีย์ครบ 3 รอบแล้ว

..

หลังจากเดินเวียนครบ 3 รอบขององค์เจดีย์แล้ว ประธานสงฆ์ในพิธี จะต้องเดินขึ้นไปที่องค์เจดีย์ จากบันไดไม้ที่สร้างขึ้นอย่างแข็งแรง ซึ่งผู้เขียนได้เห็นคณะกรรมการสร้างเจดีย์ ซึ่งพวกเขาได้ทดสอบความแข็งแรงของบันไดนี้กันหลายครั้งก่อนวันพิธีจะเริ่มขึ้น เพราะพวกเขารู้ว่าในพิธีการครั้งนี้ พระเดชพระคุณเจ้าฯ พระราชไพศาลมุนี ท่านให้ความเมตตาเป็นประธานบรรจุพระพุทธรูปและพระไตรปิฏก ซึ่งถือเป็นเป็นมงคลสูงยิ่งของเหล่าพุทธศาสนิกชนชาวไทย และชาวพม่า ที่มาร่วมงานในครั้งนี้

การเดินขึ้นบันไดไม้ที่สูงชันนี้ ต้องมีผู้คอยดูแลความปลอดภัยของประธานสงฆ์อย่างใกล้ชิดและดีที่สุด ผู้เขียนเองพร้อมมัคนายกวัดเป็นผู้คอยพยุงท่านไว้ข้างหลังอีกทอดหนึ่ง และจากการพูดคุยกับผู้ทำแคร่ไม้ไผ่บนองค์เจดีย์แห่งนี้ เขาบอกว่าแค่ไม้ไผ่นี้สามารถรับน้ำหนักคนได้ถึง 30 คน (ซึ่งผู้เขียนได้กวาดสายตานับจำนวนคนบนแคร่ไม้ไผ่นี้ พบว่า ไม่ถึง 30 คน จึงทำให้ไม่กังวลในน้ำหนักที่คาดว่าจะเกินจากการคาดคะเนครั้งนี้ และอุ่นใจเมื่อประธานสงฆ์ในพิธีสงฆ์ท่านได้ก้าวเข้าไปในองค์เจดีย์พร้อมกับพระสงฆ์พม่าที่ทำพิธีในครั้งนี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นเอง)

..

ภาพถ่าย : บรรยากาศขณะที่บุคคลสำคัญในพิธีการฯ ขึ้นถึงองค์เจดีย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเบื้องล่างนั้น มีพระภิกษุสงฆ์ และสามเณร ของวัด ยืนร่วมเป็นสักขีพยานในการทำพิธี

..

การบรรจุพระพุทธรูปและพระไตรปิฏกลงองค์เจดีย์ จากที่ได้เห็นอย่างใกล้ชิดนั้น พบว่าได้มีอันเชิญพระพุทธรูปหินหยกขาว จากเมืองมัลฑะเลย์ ขนาดความสูงประมาณ 15 นิ้ว เข้ามาวางเป็นองค์พระประธานภายในองค์เจดีย์แห่งนี้ ตามด้วยการวางพระไตรปิฏกของไทยจำนวน 2 ฉบับ (จากประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ 1 ฉบับและของตัวผู้เขียนเอง 1 ฉบับ) โดยวางไว้ทางด้านซ้ายขององค์พระประธาน ส่วนพระไตรปิฏกทองเหลืองของพม่านั้นถูกวางอยู่ทางด้านขวาขององค์พระประธาน

..

ภาพถ่าย : ขณะที่พระราชไพศาลมุนี อธิษฐานจิต วางพระพุทธรูปชุดสำคุญชุดแรกลงองค์เจดีย์

..

ผู้เขียนได้เห็นการอธิษฐานจิตของพระเดชพระคุณเจ้าฯ พระราชไพศาลมุนี ก่อนที่จะวางพระพุทธรูปลงในองค์เจดีย์ สิ่งนี้เองที่ทำให้ผู้เขียนอดไม่ได้ที่รู้สึกถึงความสงบเย็นภายในใจของท่านจากการอธิษฐานจิตในครั้งนี้ไม่ได้ และเมื่อท่านอธิษฐานจิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านได้เจิมแป้งเจิมมงคลที่ท่านได้ทำไว้ กับพระพุทธรูปทุกองค์ที่ท่านถือในพิธีการฯ รวมถึงพระพุทธรูปชุดสำคัญชุดแรกที่ร่วมเดินรอบองค์เจดีย์พร้อมไปกับท่าน ซึ่งพระพุทธรูปทุกองค์นั้นได้ถูกส่งผ่านมือของผู้เขียนมอบถวายให้ท่านเป็นผู้วางลงในองค์เจดีย์ทั้งหมด

..

ภาพถ่าย : บรรยากาศการวางพระพุทธรูปและพระไตรปิฏกลงองค์เจดีย์ โดยเบื้องหลังของพิธีการนั้น มียอดพุทธคยา หลังคาพระอุโบสถของวัดโมกขธรรมาราม เป็นฉากหลังกั้นที่งดงามยิ่ง


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกบุญ...ครั้งหนึ่งในชีวิต



ความเห็น (7)

เขียนเมื่อ 

พี่แสงครับ

ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ของเจดีย์เลยครับที่บันทึกเอาไว้

สาธุๆ

ขอบคุณมากๆครับ

ขอบพระคุณครับอาจารย์

เป็นบันทึกที่เขียนยากมากนะครับ ตั้งแต่เขียนบันทึกมา

..

สาธุครับ

เขียนเมื่อ 

สาธุ ๆ ๆ ค่ะ

เขียนเมื่อ 

อนุโมทนาบุญด้วยครับ

เขียนเมื่อ 

สาธุ ค่ะ ... ชิดติดเหตุการณ์

มาร่วมอนุโมทนา สาธุค่ะ

แม้จะเป็นบันทึกที่เขียนยาก แต่เขียนได้น่าอ่านและมีภาพที่น่าสนใจมากค่ะ