ชีวิตที่พอเพียง : ๒๕๓๔. ควงสาวเที่ยวอเมริกา ๘. ทัวร์วันที่หก Las Vegas – Grand Canyon West Rim – Las Vegas (๕๕๑ ไมล์)


ผมเคยไปเที่ยว แกรนด์แคนย่อน ๒ ครั้ง ครั้งหนึ่งไปกับคณะ วปอ. ๓๕๕ อีกครั้งหนึ่งไปกับใครจำไม่ได้ แต่เข้าใจว่า ไม่เคยไปที่ส่วน Grand Canyon West Rimซึ่งเป็นส่วนธุรกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ไม่ใช่ส่วนของ National Park

ผมดีใจที่เจ้าของแหล่งท่องเที่ยวนี้คืออินเดียนแดงเผ่า วอลอูปี แสดงว่าที่เราเคยได้ยินความโหดร้ายของคนขาว ในสหรัฐอเมริกานั้น ก็ยังมีส่วนของความยุติธรรมอยู่ด้วย ดังที่เขาจัดที่ดิน ๑ ล้านเอเค่อร์ให้แก่อินเดียนแดงเผ่านี้ เป็น Haulapai Reservation โปรดอ่านเรื่องราวของเผ่าในปัจจุบันนะครับ ว่าเขาเป็นชุมชนปกครองตนเอง มีการออกกฎหมาย เพื่อการอยู่ร่วมกันในชุมชน แถมยังมีมาตรการทางการศึกษาเพื่อรักษาภาษาชนเผ่าไว้ด้วย

คืนวันที่ ๒๑ กันยายน ผมค้นด้วยคำหลักว่า YouTube Grand Canyon ไปพบภาพยนตร์ documentary เรื่อง Geological History of the Grand Canyon เล่าการค้นคว้าที่มาของการเกิด แกรนด์แคนย่อน น่าสนใจมาก สรุปว่าอายุสั้นกว่าที่เคยเชื่อกัน คือเพียง ๕.๕ ล้านปี ที่น่าสนใจคือเขาบอกเรื่องราวของบริเวณนี้กลับไปได้ ๑.๗ พันล้านปี


วันพุธ ที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘

เราตื่นก่อนตีสาม ผมได้จังหวะทำการบ้านส่งวิทยากรการประชุม Evidence-Informed Policymaking ที่ ซีแอตเติ้ล

Sea Gull Holiday Tour นัดไปขึ้นรถตอนตีห้า ที่ชั้น ๒ ของโรงแรม สถานการณ์บริการทัวร์วุ่นวายสับสนยิ่งกว่า เมื่อเช้าวันที่ ๒๕ ที่โรงแรม Howard Johnson, LA ดีที่สาวน้อยเร่งให้ลงไปที่เคาน์เตอร์ ไปลงทะเบียนเอาเบอร์รถและที่นั่ง เราได้รถ ๒๐๘ ที่นั่ง ๓๗ และ ๓๘ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนมากมายจริงๆ แต่ในรถคันนี้มีคนไม่ใช่จีนมากกว่ารถ ๕๘๙ ที่เรานั่งมา ๕ วัน มีทั้งแขก และมีฝรั่งหลายคน หลายชาติ

กำหนดการคือ รถแล่น ๒ ๑/๔ ชั่วโมงก็ถึง Grand Canyon West Rim และอยู่ที่นั่น ๓ ชั่วโมง ขากลับแวะ Hoover Dam กลับถึงลาสเวกัสก่อนบ่ายสามโมง เอาเข้าจริงเรากลับถึงโรงแรมบ่ายสองโมงนิดๆ เท่านั้น ในสภาพร้อนตับแลบ เพราะรถบัสคันนี้แอร์ไม่ดี

ระหว่างทางพบดงกระบองเพชร Yucca brevifolia มากกว่าที่เห็นข้างทางทะเลทรายช่วงจาก LA – LV เสียอีก

ไปดู Grand Canyon West Rim แล้วพอจะระลึกได้ว่า สองคราวที่แล้วผมไปที่ส่วน National Park ซึ่งเป็น Grand Canyon South Rim เห็น แคนย่อน สวยกว่าที่ West Rim ที่ไปเห็นวันนี้

เมื่อไปถึง ไกด์ไปซื้อตั๋ว เอามาแจก แล้วพาไปอธิบายที่แผนที่ ว่าให้ขึ้นรถบัสบริการภายใน มีจุดให้ชม ๓ จุด คือ (1) Hualapai Ranch เป็นที่จำลองเมืองเก่าของชนเผ่าวอลอูปี จุดนี้ไม่เห็นแคนย่อน ลงรถไปชมแล้วให้กลับมารอรถ ที่จะวนมารับทุกๆ ๕ - ๑๐ นาที (2) Eagle Point จุดนี้มีทั้งแคนย่อนให้ดูและถ่ายรูป และมี Sky Walk ที่พื้นเป็นกระจก แก้วใสมองลงไปเห็นก้นแคนย่อนลิบๆ ลึก ๑.๖ กิโลเมตร ค่าเข้าคนละ ๓๒.๕ ดอลล่าร์ ห้ามนำเป้ กระเป๋า กล้องถ่ายรูป และโทรศัพท์เข้าไป คือห้ามถ่ายรูปนั่นเอง (3) Guano Point เป็นจุดที่มีที่นั่งรับลมชมวิว และมีอาหารให้กินฟรี มีน้ำคนละขวด อาหารมีให้เลือกไก่หรือเนื้อ สาวน้อยกับผมเลือกคนละอย่างเอามาแบ่งกัน มีสลัดด้วย เราไปถึงจุดนี้ตอน ๙.๓๐ น. อาหารออกพอดี เราจึงได้นั่งกินสบาย ระหว่างนั่งกินมีอีการูปหล่อมาเกาะใกล้ๆ ให้ถ่ายรูป คนที่มาตอนหลังประมาณสิบโมง คนแน่นคิวยาวมาก

เราพบคนอินเดียนแดงทำงานเป็นพนักงานให้บริการ แต่ละคนตัวอ้วนป้อม แม้ส่วนใหญ่จะสูงใหญ่ แต่ก็ไม่สูงชะลูด แต่สูงป้อม ทำให้ผมนึกถึงผลงานวิจัยที่บอกว่า คนอินเดียนแดงมีวิวัฒนาการของยีนมาหลายพันปี ให้ยีนเหมาะต่อสภาพอยู่ป่าอดมื้อกินมื้อ และกินอาหารไม่หวานมันเค็มอย่างปัจจุบัน มาเจออาหารอเมริกันเข้า แต่ละคนจึงอ้วนฉุ และเป็นโรคเมตะบอลิกกันมากกว่าคนขาว

รถออกจาก Grand Canyon West Rim เวลา ๑๐.๓๐ น. นั่งรถไปเกือบสองชั่วโมง ไปดู Hoover Damโดยเขาทำสะพานชื่อ Mike O’Callaghan – Pat Tillman Memorial Bridge ให้คนเดินขึ้นไปชมเขื่อนเห็นไกลๆ ต่างจากสองครั้งก่อนผมไปเดินบนสันเขื่อนเลย และตอนไปกับคณะ วปอ. ปี ๒๕๓๕ ได้ไปชมโรงไฟฟ้ากังหันน้ำด้วย วันนี้แดดจ้ามาก ร้อนจัด และต้องปีนบันไดหลายขั้น สาวน้อยจึงหมดแรง

เขื่อนนี้สร้างช่วงปี ค.ศ. 1931- 1936 ซึ่งเป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก รัฐบาลจึงสร้างเขื่อนนี้เพื่อให้คนมีงานทำ แถมยังได้น้ำ เขื่อนนี้กั้นแม่น้ำโคโลราโด ส่วนที่เป็น Black Canyon เมืองลาสเวกัสเติบโตเป็นมหานครการพนันได้ ก็เพราะมีน้ำและไฟฟ้าจากเขื่อนนี้มาหล่อเลี้ยง

รถ ๒๐๘ นี้เก่ามาก และแอร์ไม่ดี ตอนบ่ายร้อนมาก เสียชื่อบริษัททัวร์นี้ ที่เอารถสภาพไม่ดีเช่นนี้มาให้บริการ

กลับมาที่โรงแรม ผมไปเดินดูลาดเลาวิธีไปขึ้นแท็กซี่ไปสนามบินเช้าวันพรุ่งนี้ จึงได้เห็นบรรยากาศของกาสิโน ของโรงแรม ที่คนโหรงเหรง สาวน้อยบอกว่า ต้องกลางคืนคนจึงจะคึกคัก

กลับมาที่ห้อง แม่บ้านกำลังทำความสะอาดพอดี ผมถามว่าเสร็จหรือยัง เธอตอบว่าอีก ๕ นาที ผมเดินเข้าไป พร้อมกับถือการ์ดกุญแจห้องในมือ เธอขอให้ผมลองเสียบกับรูบัตรว่าผ่านหรือไม่ ผมทราบทันทีว่าเธอได้รับการฝึกว่า ในสถานการณ์แบบนี้ (มีคนมาเข้าห้องระหว่างประตูห้องเปิดอยู่) จะต้องให้แน่ใจว่าเป็นเจ้าของห้องจริง โดยการพิสูจน์ บัตรกุญแจห้อง

เสียงพูดของแม่บ้านทำให้ผมนึกถึงคนฟิลิปปินส์ จึงถามว่าเธอมาจากไหน คำตอบคือเม็กซิโก ผมจึงได้ความรู้ว่า คนที่ตามปกติพูดภาษาสเปน เมื่อพูดภาษาอังกฤษ สำเนียงจะเหมือนๆ กัน

ผมตั้งท่าจะลงไปเดินเล่น ชวนสาวน้อย เธอไม่ไป ผมจึงคิดจะไปวิ่งตอนเย็น ตรวจสอบอุณหภูมิตอน ๑๘ น. ได้ ๓๘ องศา จึงเปลี่ยนใจ เอาไว้ไปวิ่งเช้าพรุ่งนี้ดีกว่า

เราไปค้าง ลาสเวกัส ๒ คืน ไม่ได้เที่ยวที่ลาสเวกัสเลย เราไม่สนใจการพนัน และไม่สนใจชีวิตกลางคืน แต่หากอ่านเรื่องราวของเมืองจาก Wikipedia ที่ลิ้งค์ไว้ให้ จะพบว่าเขาต้อง innovate เมืองนี้เป็นระยะๆ เพื่อดำรงความเป็นเมืองสนุกสุดเหวี่ยงเอาไว้ตามยุคสมัย



ฟ้าสวยระหว่างทางไป Grand Canyon West Rim


ผ่านดงกระบองเพชร Yucca brevifolia


เนินข้างหน้าคือที่ราบสูงโคโลราโด


เดินไปขึ้นรถบริการภายในแหล่งท่องเที่ยว Grand Canyon West Rim


บนรถบริการ


Eagle Point


Eagle Point


เขาไม่ให้ถ่ายรูปบน Sky Walk จึงลงมาถ่ายข้างล่าง


Yucca brevifolia


ที่ Guano Point


นั่งกิน brunch ฟรีที่ Guano Point


อีกาหนุ่มรูปหล่อมาเกาะอยู่ใกล้ๆ


อีกมุมหนึ่งที่ Guano Point


ที่ Hualapai Ranc


ร้านขายของที่ระลึก


พนักงานหนุ่มอินเดียนแดง


ทางเดินขึ้นเขาไปที่สะพานเพื่อถ่ายรูปกับเขื่อนฮูเวอร์


เขื่อนฮูเวอร์ แม่น้ำโคโลราโด และ Black Canyon


19 ต้นปาล์มงามที่หน้าโรงแรม Circus Circus

20 กาสิโน


วิจารณ์ พานิช

๓๐ ก.ย. ๕๘

ห้อง ๑๘๗๔๐ โรงแรม เซอร์คัส เซอร์คัส, ลาสเวกัส


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

หนุ่ม native american อ้วนจังเลยค่ะ