ความขัดแย้งที่มีมาอย่างต่อเนื่อง และการแตกความสามัคคีในสังคมพุทธจากศรีลังกา จนมาถึงญี่ปุ่น กลายมาเป็นสาธารณะ ที่การสัมมนา เรื่อง 25 ปีแห่งความทรงจำ: พุทธศาสนา, ความขัดแย้งกันทางเชื้อชาติ, และความสามัคคีทางศาสนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” (เป็นการสัมมนาที่จัดขึ้นโดยศูนย์กลางการศึกษาชาติพันธุ์นาๆชาติ เมื่อเดือนที่แล้ว ณ กรุง Kandy ประเทศศรีลังกา)

การสัมมนานี้ก็คือการจัดครั้งที่ 2 ที่ต่อจาก 25 ปีที่แล้ว ในหัวข้อ “ความขัดแย้งทางเชื้อชาติในสังคมชาวพุทธ: ศรีลังกา, ประเทศไทย, และพม่า”

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างมุสลิมและชาวพุทธมีการขัดแย้งกันอย่างรุนแรง มีเหตุการณ์ เช่น การทำลายพระ Bamiyan โดยกลุ่มตาลีบันแอฟริกัน ในปี 2001 และยังมีการระเบิด Bodh Gaya ซึ่งเป็นการใช้ความรุนแรงกับชาวโรฮิงญา ในปี 2013 นอกจากนี้ยังมีการเกิดขึ้นของกลุ่ม 969 ในพม่า (เป็นกลุ่มพุทธชาตินิยม ที่ต้องการกำจัดอิทธิพลของอิสลามต่อพม่า) และการเกิดขึ้นของชาวพุทธชาตินิยม ที่ชื่อ Bodu Bala Sena (BBS) ซึ่งควบคู่ไปกับการจลาจลในศรีลังกาเมื่อเดือนที่แล้ว ในทุกๆเหตุการณ์ ความรุนแรงจะทำให้ขยายตัวด้วยชื่อของอิสลามหรือพุทธศาสนาเสมอ

ประเทศที่เป็นมุสลิมจำนวน 57 ประเทศ ขององค์กรความร่วมมือแห่งอิสลาม (the Organisation of Islamic Cooperation (OIC)) เลือกที่จะไม่พูดกรณีพระ Bamiyan และการระเบิด Bodh Gaya แต่เข้าข้างโรฮิงญา และ ชะตากรรมของมุสลิมศรีลังกา การกระทำทั้งสองอย่างนั้นมิได้สร้างสะพานระหว่างอิสลามและชาวพุทธเลย สิ่งนี้บ่งบอกถึงนัยยะพิเศษในการรวมความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียน ที่มุสลิมและพุทธศาสนาต้องอยู่ร่วมกัน เพราะเป็นสังคมที่มีผู้นับถือที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบไปด้วยประชากรจำนวน 618 ล้านคน ซึ่งประกอบไปด้วย 42% (240 ล้านคน) ที่เป็นชาวมุสลิม และ 40% (150-190 ล้านคน) ที่เป็นชาวพุทธ นอกจากนี้ 25% ของประชากรโลกเป็นชาวมุสลิมจำนวน 1.6 ล้านคน อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นบ้านของ 38% ของประชากรโลก 350 ล้านคนเป็นชาวพุทธ พุทธศาสนาหยั่งรากลงในศตวรรษที่ 7-11 และอิสลามจะอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 12-15

งานวิจัยจะมีการสัมมนาอยู่ 2 วัน ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับชาติพันธุ์ในรัฐ ในประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ โดยส่วนใหญ่จะเป็นจริยธรรมชาวพุทธเพื่อการสร้างความสามัคคีหลังจากความขัดแย้ง, ขบวนการ Bodu Bala Sena ที่เป็นชาวพุทธชาตินิยมในศรีลังกา, ความตึงเครียดระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมในรัฐยะไข่ของพม่า, ยุทธวิธีในการอยู่ร่วมกันระหว่างชาวพุทธและชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้, วิธีการที่ชนกลุ่มน้อยในกัมพูชามีความสัมพันธ์กับประชากรชาวพุทธที่เป็นประชากรส่วนใหญ่, และความร่วมมือทางการเมืองระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิม

งานวิจัยยังได้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายในโลกของชาวมุสลิมและชาวพุทธ มีตั้งแต่ทางตอนใต้, ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทางเอเชียตะวันออก, โลกของเถรวาทและมหายานของชาวพุทธ, และชาวมุสลิมเอเชีย ที่อยู่ห่างไกลมากกว่า ซึ่งจะอยู่ในตะวันออกกลาง

นอกจากนี้จะมีการอภิปรายกันถึงเรื่องความขัดแย้งในเชิงศาสนากับชาติพันธุ์ในพม่าและศรีลังกา ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างสูง และความเมตตากรุณาความเห็นใจทั้งในสังคมชุมชนและโลกในหมู่ชาวมุสลิมและชาวพุทธด้วย ถึงแม้ว่าจะมีการนำเสนอถึงการแตกหักระหว่างศาสนา แต่จริงๆแล้วจะเป็นเรื่องความขัดแย้งในชุมชนระหว่างโรฮิงญาที่เป็นอินโด-อารยัน กับชาวพม่าที่เป็นมองโกลอยด์, ระหว่างชาวพุทธสิงหลกับชนกลุ่มน้อนที่พูดภาษาทมิฬ/สิงหลที่เป็นชุมชนมุสลิมในศรีลังกา ซึ่งผู้นำทางการเมืองของเขารับศาสนาอิสลามเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ เพื่อที่จะแยกตนเองออกไปจากชาวคริสต์ฮินดู/ทมิฬ และชาวพุทธสิงหล ในขณะที่อัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์เหล่านี้นำมาซึ่งผลประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองในอดีต แต่ตอนนี้กลับเป็นระเบิดที่มีต่อชาวมุสลิมสิงหล เนื่องด้วยเกิดชาวพุทธชาตินิยม และพยายามที่จะครอบครองในยุคหลังสงครามกลางเมือง

หัวหอกชาวพุทธชาตินิยมในศรีลังกา ก็คือ Bodu Bala Sena (BBS). และก็เป็นเช่นเดียวกับพรรคการเมืองที่เป็นชาตินิยมอื่นๆ พรรค BBS ไม่พึงพอใจกับการเมืองที่แยกระหว่างรัฐกับศาสนา (inclusive politics) แต่จะมองศาสนากับรัฐเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

การสัมมนาที่เมือง Kandy จะมีตั้งแต่เจ้าหน้าที่การจัดการของ BBS ชื่อ Dilanthe Withanage ซึ่งเคย

กล่าวว่ากลุ่มต้องการที่จะปกป้องและฟื้นคืนพุทธแบบสิงหลขึ้นมาเพื่อให้เป็นพลังทางสังคมและพลังทางการเมืองในศรีลังกา หลังจากถูกทำลาย โดยความเป็นอาณานิคมและมิชชันนารีชาวคริสต์ เขากล่าวว่าศาสนาพุทธในศรีลังกาถูกลดทอนลงจนเหลือแค่พิธีกรรมและหนังสือเท่านั้น พระถูกบวชโดยให้ห่มสีเหลือง มิใช่จากจิตวิญญาณ รัฐสภาชาวพุทธแบบสิงหลไม่เคยต่อสู้เพื่อศาสนา และสิทธิความเป็นเชื้อชาติประชากรชาวพุทธที่เป็นเสียงข้างมาก ในขณะที่ผู้แทนของชนกลุ่มน้อยจะปกป้องศาสนาและสิทธิของตนเองมากกว่าชาวพุทธ เขายังได้ย้ำเตือนถึง 70% ของชาวพุทธสิงหลที่ถูกแบ่งแยก เปิดโอกาสให้ 10% ของสังคมศาสนาที่เป็นชนกลุ่มน้อยมีการตัดสินใจทางการเมืองที่มีลักษณะสำคัญ ดังนั้นประชาธิปไตยจึงไม่เหมาะสมกับชาวพุทธแบบสิงหลที่เป็นคนส่วนใหญ่ได้ เขาเพิ่มเติมว่าโครงสร้างของรัฐบาลแบบอาณานิคม และความยุติธรรมนั้นไม่เหมาะกับประชากรชาวพทธ และความคิดทางการศึกษาแบบตะวันตก, ความหลากหลายทางวัฒนธรรม, รวมถึงความหลากหลายทางศาสนา ที่เกิดขึ้นผ่านระบบการศึกษา และสื่อกำลังเพิ่มพลังชนกลุ่มน้อย

ดังนั้นสถานการณ์ของชาวพุทธแบบสิงหลในฐานะที่เป็นสังคม ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในประเพณีแบบพุทธเถรวาทมาประมาณ 2,300 ปี ตอนนี้จึงถูกคุกขามด้วยพลังทางโลก และต้องการการสนับสนุนจากชาวพุทธนาๆชาติ หากมีการมองข้ามการปกป้องศาสนาพุทธในรัฐธรรมนูญ แต่พวก BBS ยืนยันว่ามีความจำเป็นในการพิจารณาสังกัปในเรื่องชนกลุ่มใหญ่-ชนกลุ่มน้อย เพื่อที่ว่าสถานภาพของชนกลุ่มใหญ่จะได้การยอมรับ การลดลงของประชากรชาวสิงหลคือการทุบทำลายซึ่งศรัทธา สุดท้ายจะนำไปสู่การปิดวัดและสถาบันทางพุทธมากขึ้น ดังนั้น จะมีการความจำเป็นอย่างรุนแรงในการรื้อฟื้นสังคมชาวพุทธ โดยการผ่านการพัฒนาทางสังคม, การสร้างรุ่นใหม่ที่มีความกล้า รวมทั้งพระที่มีความเป็นตนเอง, เพื่อที่จะจัดแจงการศึกษาทางพระเพื่อที่จะสอดคล้องกับการท้าทายของความเป็นโลก, เปลี่ยนวัดให้กลายเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาทางสังคม, สร้างองค์การของแม่ชี, พยายามทำให้ธรรมะเจริญเติบโต, โฆษณาองค์กรชาวพุทธ, ป้องกันพื้นที่ที่เป็นมรดกทางศาสนา และ จัดการกับกิจกรรมที่ต่อต้านความเป็นพุทธทั้งในชุมชน และนาๆชาติ

ข้อเรียกร้องในการอนุรักษ์พุทธแบบสิงหล ทำให้ขบวนการ BBS เป็นพลังทางสังคมการเมืองที่มีชื่อเสียง ในหมู่เยาวชนและมวลชน แต่ไม่มีชื่อเสียงในหมู่เสรีนิยม และพุทธสายกลาง มันเป็นความกลัวที่มีต่อกลุ่มชาติพันธุ์ศรีลังกา และมี 2 ประเด็นกับ 7% ของประชากรที่เป็นมุสลิม

1. ขบวนการ BBS มองว่าการขยายของอิสลาม Wahhabi ที่เป็นการเคร่งศาสนา-ซึ่งมีชื่อในการรับวัฒนธรรมแบบอาหรับ และการแต่งชุดที่มีการปิดหน้า และมีการใช้ผ้าขาวสำหรับผู้ชาย (ที่เรียกว่าโต๊บ)-เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการแตกแยก ทัศนะนี้เป็นที่รับรู้ในหมู่ชาวพุทธในหลายประเทศ, นอกจากนี้ยังเป็นการเตือนถึงแนวโน้มในหมู่ประชาชนชาวมุสลิม

2. ขบวนการ BBS ต่อต้านการติดตั้งเครื่องหมาย Halal ว่าเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายในศรีลังกา เพราะมองว่าสิ่งนี้เป็นการทำให้ศาสนาอิสลามเข้ามาอยู่ในอุตสาหกรรมอาหาร

แปลและเรียบเรียงจาก

Imtiyaz Yusuf. Conflicts and the future of Islam and Buddhism in SE Asia.