“ธนาคารเหล้า” เพื่อคนเลิกเหล้า นวัตกรรมชาวบ้าน ที่ดงยาง-พรพิบูลย์ อุดรธานี

ธนาคารเหล้า” เพื่อคนเลิกเหล้า นวัตกรรมชาวบ้าน ที่ดงยาง-พรพิบูลย์ อุดรธานี

หากขับรถผ่านบ้านดงยาง – พรพิบูลย์ อำเภอพิบูลย์รักษ์ จังหวัดอุดรธานี บริเวณทางเข้าหมู่บ้านจะเห็นสัญลักษณ์รูปขวดเหล้าขนาดใหญ่ ระบุข้อความว่า “หมู่บ้านปลอดเหล้าในงานศพและวันพระ” และอีกหลายๆข้อความที่บอกความหมายเดียวกัน มองเห็นได้อย่างโดดเด่น จนหลายคนตั้งคำถามว่า ปัญหาเหล้าส่งผลกระทบรุนแรงกับพวกเขาแค่ไหนถึงกับทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ประกาศตนเป็นหมู่บ้านลดเหล้าได้ชัดเจนขนาดนี้

บ้านดงยาง –พรพิบูลย์ ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่มีปัญหาเรื่องเหล้าติดอันดับต้นๆของชุมชนแถบนี้ จนนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ เกิดปัญหาการลักขโมย ปัญหาครอบครัวแตกแยก การทะเลาะวิวาทในงานมหรสพ อันเป็นสาเหตุให้เสียทรัพย์สินเงินทองตามมา ซึ่งทุกปัญหาที่กล่าวมาล้วนมีสาเหตุมาจากเรื่องการดื่มสุรา ไม่เว้นกระทั่งในงานศพที่นอกจากเจ้าต้องเสียใจแล้วยังต้องมาจ่ายเงินค่าเหล้าเพิ่มอีก


นายสมัย ไชยคำจันทร์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านพรพิบูลย์ เล่าให้ฟังว่า จากการสำรวจชาวบ้านทั้งหมด 1,070 คน มีผู้ดื่มเหล้าถึง 552 คน คิดเป็น 48.78 % และขาเมาที่ดื่มทุกวัน 3 คน มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้วเสียชีวิต 2 ราย พิการ 3 รายจากการเมาแล้วขับ รวมทั้งผลกระทบจากปัญหาลักขโมย ครอบครัวแตกแยก ทะเลาะวิวาท และแบกภาระเลี้ยงเหล้าในงานศพถึงงานละ 30,000 บาท


“ผมคิดตลอดเวลา อยากแก้ปัญหานี้ จะหาทางแก้ปัญหานี้อย่างไร ทำอย่างไรชาวบ้านจะให้ความร่วมมือ ปัญหาเหล้าเป็นปัญหาที่ทุกคนรู้ แต่มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป ทั้งที่ผลกระทบมหาศาล เราต้องเปลี่ยนความคิดชาวบ้านให้ได้”

ปี 2556 ได้รู้จักการทำงานของชุมชนอื่นๆที่เลิกเหล้าสำเร็จ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงเขียนโครงการเข้าไปของรับการสนับสนุน ได้ริเริ่มทำกิจกรรมที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาการลดเหล้าโดยยึดรูปแบบ “สภาผู้นำชุมชน”มีการประชุมแบ่งบทบาทหน้าที่ให้แต่ละคนช่วยกันดูแลทั้งในภาพรวมและดูแลในคุ้มของตนเอง จนในที่สุดก็นำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม


การหยิบยกปัญหามาพูดคุยในที่ประชุม แต่งตั้งสภาผู้นำชุมชนโดยคัดเลือกจากตัวแทนภาคส่วนต่างๆ เช่น อสม. กลุ่มสตรี ผู้นำคุ้มบ้าน ในปีแรก ได้ทั้งหมด 25 คน แล้วตั้งกติการ่วมกัน ว่าจะมีข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร พร้อมทำกิจกรรมรณรงค์อื่นๆเพื่อให้ชาวบ้าน ลด ละ เลิก เหล้า เช่น การฝึกอบรมเยาวชน การเขียนป้ายติดตามสี่แยกหมู่บ้าน การใช้สื่อหมอลำรณรงค์ การติดป้ายงดจำหน่ายเหล้าในงานศพและวันพระ ติดป้ายเชิดชูเกียรติไว้หน้าบ้านของบุคคลต้นแบบที่เลิกเหล้า


รูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจ คือการเปิดธนาคารเหล้า รับฝากขวดเหล้าเปล่า พร้อมเขียนชื่อคนที่ตั้งสัจจะว่าจะงดเหล้าช่วงเข้าพรรษา ในปีแรกๆ มีผู้สนใจถึง 52 คน และหลังจากออกพรรษาแล้ว หากประสงค์จะงดเหล้าต่อ ก็สามารถฝากเหล้าต่อได้ โดยระบุเวลาให้ชัดเจน ว่าจะงดกี่เดือน ใช้โอกาสการประชุมสภาผู้นำหมู่บ้านเดือนละ 1 ครั้ง เปิดวาระนี้ขึ้นมา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านทุกครั้งโดยเฉพาะขาเมาประจำหมู่บ้าน 3 คน ที่เข้ามาร่วมกิจกรรม ผ่านการชักชวนของสภาผู้นำชุมชน เริ่มต้นที่การงดเหล้าเข้าพรรษา และงดเหล้าต่อเพราะได้รับกำลังใจและคำแนะนำสภาชุมชน จนถึงวันนี้ ขาเมา คนกลายเป็นคนใหม่ ที่มีความสุขมากขึ้น


นายเสถียร สามพันเย็น ขาเมาประจำหมู่บ้านเล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนดื่มเหล้าทุกวัน ได้เงินมาจากการทำงานก็หักค่าเหล้าไปครึ่งหนึ่ง กลับบ้านมาบ้านก็ทะเลาะกับภรรยา จนลูกไม่อยากกลับบ้าน หลังจากเลิกเหล้ามานี้ สุขภาพดีขึ้น ครอบครัวมีความสุขขึ้น รู้สึกว่าคนรอบข้างไม่รังเกียจเหมือนแต่ก่อน มีความสุขเหมือนได้เกิดใหม่ คิดว่าชาตินี้จะไม่กลับไปดื่มเหล้าอีกแล้ว


ขณะที่นางสมบูรณ์ สามพันเย็น ภรรยานายเสถียร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สามีเมาดื่มเหล้าทุกวัน อาละวาดทำลายข้าวของในบ้าน ตนเคยอุ้มหลานไปอาศัยนอนบ้านคนอื่น เพราะอยู่ที่บ้านไม่ได้ ลูกสะใภ้มาไม่อยากอยู่บ้าน เพราะกลัวขอเงินซื้อเหล้า เมื่อเลิกเหล้าสามีกลายเป็นคนใหม่ รู้จักทำมาหากิน ช่วยเหลืองานบ้าน เป็นที่รักของลูกหลานมากขึ้น


จุดเด่นของที่นี่ คือใช้กลไกของคณะกรรมการสภาชุมชนและเชิญหน่วยงานอื่นๆเข้ามาเป็นที่ปรึกษาและมีส่วนร่วม เช่น วัด โรงเรียน รพสต. และอบต.ในพื้นที่ ทำให้เกิดการผนึกกำลังร่วมมือกันแก้ไขปัญหา จากการฝากเหล้าเพื่องดดื่มในวันเข้าพรรษา ขยายสู่การงดเหล้าในวันพระ จัดงานศพปลอดเหล้า 100 % รวมทั้งร้านค้าในชุมชนให้ความร่วมมืองดขายเหล้าในวันพระ ซึ่งมีร้านค้าให้ความร่วมมือทั้ง 9 ร้าน


สิ่งที่พ่อสมัย ไชยคำจันทร์ ภาคภูมิใจมากที่สุดในฐานะผู้นำหมู่บ้านกับการเริ่มต้นนำพาชุมชนหลุดพ้นจากวิกฤติปัญหาเรื่องเหล้า คือ สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องเหล้า โดยชาวบ้านให้ความร่วมมือเต็มที่ จัดงานศพปลอดเหล้าได้อย่างสบายใจ ปัญหาอุบัติเหตุ ปัญหาทะเลาะวิวาทลดน้อยลง ชุมชนน่าก็อยู่มากขึ้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ฮักแพงแบ่งปัน อีสานสร้างสุข



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

สุดยอดมาก ๆ ค่ะ