วันนี้ได้เขียนโครงการที่ได้ผ่านการอนุมัติเพื่อให้ทำเป็นวิดีทัศน์นำเสนอตอนฝึกงานเสร็จ  ซึ่งตัวโครงการต้องมีการแก้ไขบางส่วน  จากนั้นจะเร่งลงมือถ่ายทำเพื่อที่จะให้ทันการ Present เพราะตอนนี้งานเริ่มเข้ามาเต็มตารางแล้ว  และวันนี้ผมได้นำบทวิทยุมาฝากให้ลองอ่านดูนะครับ เพราะบทความนี้เป็นบทความที่จะนำออกอากาศจริงตามสถานีต่าง ๆ  ที่ได้ระบุไว้บนหัวของบทวิทยุแล้ว  ยังไงใครที่อ่านกันแล้วก็ติชมได้นะ

(ข้อความที่เป็นสีน้ำเงินทั้งหมด  คือบทวิทยุครับ)

 

 

 

บทวิทยุ              :  ทรัพยากรชายฝั่ง   ความมหัศจรรย์แห่งระบบนิเวศ รูปแบบ                   :  สารคดี     ความยาว  :   7  นาที       ปีที่ผลิต  :     พ.ย.2549 เป้าหมาย                :  ประชาชนและผู้ฟังทั่วไป สถานีวิทยุศึกษา   :  รายการความรู้สู่ชุมชน  FM 92.5 MHz  AM  1161 KHz  UBCR 30  09.00 – 10.00  www.moeradiothai.net
รวบรวมโดย          :  วีระพงษ์  สิโนรักษ์   
    ทรัพยากรชายฝั่ง  เป็นระบบนิเวศที่มีทั้งสิ่งมีชีวิต  สิ่งไม่มีชีวิต 
และสภาพแวดล้อมในบริเวณเชื่อมต่อระหว่างระบบนิเวศทางบกจำพวกโถงถ้ำ  ถ้ำหินงอกหินย้อยรวมถึงพันธุ์ไม้แถบชายฝั่งเรื่อยลงไปจนถึงชายหาดบริเวณที่มีน้ำทะเลซึมถึง  และระบบนิเวศทางทะเลจำพวกสัตว์น้ำประเภทต่างๆ 
พืชน้ำนานาชนิด  เรื่อยขึ้นมาจนถึงบริเวณแนวน้ำทะเลซึมถึงเช่นกัน  ซึ่งจะเป็นการบรรจบกันระหว่างระบบนิเวศทางบกและระบบนิเวศทางทะเล  ก่อเกิดเป็นระบบนิเวศชายฝั่งหรือทรัพยากรชายฝั่งนั้นเอง  หากจะกล่าวแล้ว
ระบบนิเวศชายฝั่งเป็นระบบนิเวศที่มีความมหัศจรรย์เป็นอย่างมากทั้งทางด้านชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์แถบชายฝั่งทะเล  ธรรมชาติแวดล้อม  วัฎจักรพืชและสัตว์แนวชายฝั่ง  รวมถึงเศรษฐกิจอันมีผลผลิตมาจากทรัพยากรชายฝั่งด้วย  เพราะได้เอาสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ทั้งสัตว์  พืช  และสภาพแวดล้อมต่างๆ  ทั้งทางบกและทางทะเลรวมเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว
ทรัพยากรชายฝั่งทะเลที่สำคัญได้แก่ ป่าชายเลน  ชายหาด  หญ้าทะเล  พะยูน  ปะการัง  เต่าทะเล  และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆที่อาศัยหากินอยู่บริเวณชายฝั่ง 
นอกจากสิ่งมีชีวิตจำพวกสัตว์ทะเลแล้ว  ยังมีสัตว์ประเภทสัตว์ปีกอีกมากมายที่มาอาศัยทำรังและวางไข่บริเวณชายหาดตั้งแต่บริเวณที่เป็นพื้นน้ำทะเลตลอดเรื้อยไปจนถึงพื้นที่ที่มีน้ำทะเลซึมถึง  เช่น  นกทะเล  นกชายเลน  และนกน้ำนานาชนิด  โดยนกกลุ่มนี้ได้อาศัยทำรังและวางไข่จากแหล่งธรรมชาติที่เกิดจากการสึกกร่อนตามกาลเวลาจากการกัดเซาะของกระแสน้ำทะเล  และการไหลของหยดน้ำซึ่งได้กลายเป็นโถงถ้ำ และถ้ำหินงอกหินย้อยอันสวยงาม
                คำว่าทรัพยากรชายฝั่ง  หลายคนฟังแล้วอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องไกลตัว 
แต่เชื่อไหมครับว่าหลายคนได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับทรัพยากรชายฝั่งแล้ว 
แต่ยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองนั้นกำลังอยู่ท่ามกลางทรัพยากรที่สำคัญมากอย่างหนึ่งของประเทศ เช่นการดำน้ำชมปะการัง  หรือการศึกษาเชิงนิเวศดูการออกไข่ของเต่าทะเล  ซึ่งปัจจุบันนี้ได้มีบริษัทเอกชนเปิดกิจการเกี่ยวกับการให้บริการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในลักษณะนี้หลายรายแล้ว  ทั้งนี้เพราะความหลากหลายของระบบนิเวศนี่เอง  ที่เป็นสิ่งน่าตื่นตาตื่นใจต่อสายตาผู้คนที่ได้พบเห็น  และควรค่าแก่การอนุรักษ์หวงแหนให้กับเยาวชนคนรุ่นหลังได้ศึกษาวัฏจักรวงจรชีวิตของสรรพสัตว์น้อยใหญ่  เพราะเชื่อว่าทั้งชีวิตน้อยใหญ่ของสัตว์ในแถบชายฝั่งเป็นระบบนิเวศแบบลูกโซ่ที่ไม่มีที่สิ้นสุดทั้งการเติบโตและการดูแล
                และด้วยความมหัศจรรย์ของระบบนิเวศชายฝั่งนี่เอง  ที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบให้กับทรัพยากรชายฝั่งเหมือนดาบ 2 คม  หรือการให้ผลในสองด้าน 
เช่น  ถ้าหากระบบนิเวศชายฝั่งนั้นสมบูรณ์  ทุกชีวิต
และสรรพสิ่งของระบบนิเวศก็จะให้ประโยชน์ต่อชีวิตอื่นๆอีกมหาศาลซึ่งเป็นการเกื้อกูลกันตามธรรมชาติ    และถ้าหญ้าทะเลอุดมสมบูรณ์และมากพอ  พะยูน
ก็จะมีอาหารกินอย่างไม่ขาดแคลนและยังเป็นแหล่งที่ให้สัตว์น้ำต่างๆได้วางไข่เพื่อขยายพันธุ์  มนุษย์ที่จับสัตว์น้ำเป็นอาชีพก็จะมีปริมาณสัตว์น้ำให้ทำประมงอย่างเพียงพอตลอดฤดูกาล  เป็นต้น  ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการเกื้อกูลกันตามธรรมชาติทั้งสิ้นหากระบบนิเวศนั้นสมบูรณ์  แต่หากระบบนิเวศถูกทำลายไปไม่ว่าจะด้วยน้ำมือของมนุษย์หรือธรรมชาติก็ตาม  ระบบนิเวศที่เกื้อกูลกันอยู่นั้นจะค่อยๆขาดช่วงของวงจรชีวิตและวัฎจักรของระบบนิเวศ  จึงทำให้ระบบนิเวศขาดสมดุลทางธรรมชาติไปในที่สุด  อย่างเช่นเมื่อปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ  เกิดขึ้น  ทำให้ทางการต้องสูญเสียงบประมาณในการฟื้นฟูทรัพยากรที่ถูกทำลายด้วยภัยพิบัติต่างๆ  เช่นการเกิดคลื่นยักษ์สึนามินอกจากจะคร่าชีวิตคนแล้ว  ยังทำลายระบบนิเวศชายฝั่งจนไม่เหลือชิ้นดี  เนื่องจากระบบนิเวศชายฝั่งได้รวมเอาความหลากหลาย  ของสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตที่อยู่บริเวณรอยต่อระหว่างพื้นดินและน้ำทะเลรวมเข้าไว้ด้วยกัน ดังนั้นเมื่อเกิดความเสียหายกับทรัพยากรประเภทใดประเภทหนึ่งในระบบนิเวศชายฝั่ง  ก็จะส่งผลกระทบแก่ระบบนิเวศทั้งระบบ 
ทำให้การฟื้นฟูเป็นไปด้วยความยากลำบาก  เพราะการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งเป็นการทำงานร่วมกับธรรมชาติดังนั้นจึงต้องใช้เวลากับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก
โดยเฉพาะสัตว์ประเภทต่าง ๆ  ที่อาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่ง  หากอยู่มาวันหนึ่งเต่าทะเลต้องเผชิญต่อการคุกคามของมนุษย์ในรูปแบบต่างๆ  ทำให้เต่าทะเลต้องเปลี่ยนที่อยู่อาศัยหรือเปลี่ยนที่วางไข่  หรือบางครั้งเต่าทะเลอาจไม่มีโอกาสได้วางไข่ในช่วงที่ถูกคุกคาม  ทำให้เต่าทะเลต้องลดจำนวนประชากรลงอย่างน่าเสียดาย  นอกจากการสูญเสียระบบนิเวศเพราะการคุกคามของมนุษย์แล้ว  ปรากฏการณ์ธรรมชาติบางอย่างที่เกิดขึ้นก็สามารถทำให้ระบบนิเวศไม่สมบูรณ์ได้เช่นกัน  อย่างเช่นการเกิดพายุและการเคลื่อนที่ขึ้นลงของกระแสน้ำและคลื่น ทำให้มีการฟุ้งกระจายของตะกอน และพัดพาตะกอนมาทับถมบนต้นหญ้าทะเล ทำให้หญ้าทะเลไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้และตายในที่สุด เป็นเหตุทำให้พะยูนขาดแหล่งอาหารที่สำคัญ  และเป็นอาหารชนิดเดียวที่พะยูนชื่นชอบ  รวมถึงปลาทะเลอีกหลายชนิดจะไม่มีที่วางไข่เพื่อขยายพันธุ์อีกด้วย
                ความมหัศจรรย์ของระบบนิเวศชายฝั่งไม่ได้มีแต่ความหลากหลายและความสวยงามของชีวิตสัตว์อย่างเดียวเท่านั้น  แต่ยังสามารถเสริมสร้างรายได้ซึ่งเป็นรายได้หลักให้กับคนในท้องถิ่นให้กับคนในท้องถิ่น  ที่ทำอาชีพจับสัตว์น้ำและพืชน้ำบางชนิดมาแปรรูปเป็นสินค้าส่งออกนอกประประเทศ  แต่ทั้งหมดนี้ต้องระวังเรื่องการนำทรัพยากรไปใช้  เพราะหากใช้อย่างไม่ระมัดระวังในอนาคตเราก็จะหมดแหล่งระบบนิเวศที่น่ามหัศจรรย์อย่างนี้ไปอย่างรวดเร็ว  รวมถึงคนที่ทำอาชีพจับสัตว์น้ำและพืชทะเลก็ต้องขาดรายได้ในที่สุด  เนื่องจากระบบนิเวศชายฝั่งลักษณะนี้  สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ  ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน                 ด้วยความที่ทรัพยากรชายฝั่งได้เอื้อประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตโดยรอบได้อย่างหาค่าไม่ได้  หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามามีบทบาทในการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์เพื่อรักษาระบบนิเวศอันน่ามหัศจรรย์นี้ให้คงอยู่ต่อไป  เพราะไม่เช่นนั้นแล้วนอกจากเราจะสูญเสียวัฏจักรทางระบบนิเวศแล้ว  เรายังจะสูญเสียระบบเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศอีกด้วย  โดยเฉพาะธุรกิจการส่งออกของประเทศ   จึงได้มีการออกกฎเพื่อจัดระเบียบการดำรงชีวิตควบคู่ไปกับทรัพยากรให้กับมนุษย์  ซึ่งถือว่าเป็นตัวการสำคัญในการทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลง  ปัจจุบันจึงได้เกิด
กฏระเบียบข้อบังคับค่าง ๆ  ออกมาเพื่อกำหนดและช่วงเวลาในการนำทรัพยากรเหล่านี้มาใช้
จะเห็นได้ชัดว่าระบบนิเวศชายฝั่งนี้  เป็นระบบนิเวศลักษณะลูกโซ่ 
ที่สิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน
  ดังนั้นหากเราปล่อยให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศชายฝั่งนี้ต่อไป  ไม่วันหนึ่งก็วันใด  เราอาจจะไม่ได้เห็นความมหัศจรรย์ของระบบนิเวศชายฝั่ง  ที่สร้างความสมดุลให้กับธรรมชาติอีกก็ได้
      ข้อมูลอ้างอิง http://media.deqp.go.th/003_green/Infor.php หนังสืออุทยานแห่งชาติ   ประเด็นสัมภาษณ์เพิ่มเติม - ความสมบูรณ์ของทรัพยากรชายฝั่งปัจจุบัน - แนวโน้มและนโยบายการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง